posttoday
แนวทางQEของสหรัฐและญี่ปุ่น

แนวทางQEของสหรัฐและญี่ปุ่น

01 พฤษภาคม 2557

สถานการณ์ที่จะมีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทย อย่างน้อย 2 เหตุการณ์ ในวันที่ 2930 เม.ย. 2557 นี้ คือ การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และวันที่ 30 เม.ย. 2557 เป็นการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ซึ่งคาดว่าจะทราบความชัดเจนในวันที่ 1 พ.ค. ตรงกับวันหยุดวันแรงงานของไทย ตลาดหุ้นไทยหยุดทำการ

สถานการณ์ที่จะมีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทย อย่างน้อย 2 เหตุการณ์ ในวันที่ 2930 เม.ย. 2557 นี้ คือ การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และวันที่ 30 เม.ย. 2557 เป็นการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ซึ่งคาดว่าจะทราบความชัดเจนในวันที่ 1 พ.ค. ตรงกับวันหยุดวันแรงงานของไทย ตลาดหุ้นไทยหยุดทำการ

ทั้งนี้ ในเบื้องต้นคาดว่าธนาคารกลางทั้ง 2 แห่งน่าจะมีการพูดถึงแนวทางการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นสำคัญ ล่าสุด สหรัฐได้มีการตัดลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ระหว่างเดือน ม.ค.มี.ค. 2557 (เดือนละ 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ) เหลือ 5.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และคาดว่าจะมีการตัดลดเพิ่มเติมอีก 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในเดือน เม.ย. และเดือนถัดไป

ขณะที่การขึ้นดอกเบี้ยนโยบายจากที่ยืนอยู่ในระดับ 0.25% คาดว่าจะยืดไปถึงสิ้นปี 2557 หรืออาจจะมีการขึ้นดอกเบี้ยในต้นปี 2558 ทั้งนี้เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับกลาง คือ 1.5% ซึ่งยังห่างจากเป้าหมายที่กำหนดไว้ 2% แม้ว่าอัตราการว่างงานจะอยู่ที่ 6.7% ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ 6.5% ก็ตาม

นอกจากดัชนีชี้นำเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐบ่งชี้นำ มีสัญญาณขัดแย้ง ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐ จัดทำโดย Conference Board เดือน เม.ย. ลดลงไปอยู่ที่ระดับ 82.3 จาก 83.9 ในเดือน มี.ค. และแย่กว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ 83 สะท้อนถึงความเห็นของผู้บริโภคที่มองสภาพเศรษฐกิจและตลาดแรงงานด้วยมุมมองที่แย่ลงกว่าเดือนก่อนหน้า

ขณะที่ดัชนีคาดการณ์ผู้บริโภคต่อเศรษฐกิจในช่วง 6 เดือนหน้า ทรงตัวที่ 84.9 ในการสำรวจรอบนี้ จาก 84.8 ในการสำรวจเดือนก่อนหน้า บ่งบอกถึงแนวโน้มเศรษฐกิจระยะสั้นยังคงทรงตัว ขณะที่ภาคครัวเรือนโดยเฉพาะราคาบ้านยังคงฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่อง แต่ในอัตราที่ชะลอตัวลง กล่าวคือ ดัชนีราคาบ้าน 20 เมือง เดือน ก.พ. เพิ่มขึ้น 0.8% จากเดือน ม.ค. และ 12.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งชะลอตัวจากเดือน ม.ค. ที่เพิ่มขึ้น 13.2% จาก ม.ค. และ 13.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ด้านการประชุมของญี่ปุ่นคาดว่ารอบนี้ น่าจะมีการพูดถึงการนำเงินที่ได้จากการเก็บภาษีขาย 3% เป็น 8% ในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา กลับมากระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมอีกครั้ง เนื่องจากผลกระทบจากการขึ้นภาษีในครั้งนี้ ได้กดดันกำลังซื้อของประชาชนอย่างมาก สะท้อนได้จากอัตราเงินเฟ้อในกรุงโตเกียวในเดือน เม.ย. 2557 เพิ่มขึ้นสูงถึง 2.7% (เทียบกับเดือน มี.ค. ที่มีอัตราเงินเฟ้อของทั้งประเทศอยู่ที่ 1.5%) ซึ่งน่าจะกดดันกำลังซื้อในไตรมาส 2 ของปีนี้ และน่าจะเป็นการตอกย้ำเศรษฐกิจญี่ปุ่น คาดว่าในการประชุมรอบนี้น่าจะมีการพูดถึงการนำเงินที่ได้จากการเก็บภาษีขาย 3% เป็น 8% ในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา กลับมากระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมอีกครั้ง เนื่องจากผลกระทบจากการขึ้นภาษีในครั้งนี้ได้กดดันกำลังซื้อของประชาชนอย่างมาก สะท้อนได้จากอัตราเงินเฟ้อในกรุงโตเกียวในเดือน เม.ย. 2557 เพิ่มขึ้นสูงถึง 2.7% (เทียบกับเดือน มี.ค.ที่มีอัตราเงินเฟ้อของทั้งประเทศอยู่ที่ 1.5%) ซึ่งน่าจะกดดันกำลังซื้อในไตรมาส 2 ของปีนี้ และน่าจะเป็นการตอกย้ำเศรษฐกิจญี่ปุ่นว่าจะเข้าสู่ภาวะชะลอในไตรมาส 2 ปี 2557 โดยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวม ในประเทศ (จีดีพี) อาจจะติดลบ 0.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (จากการสำรวจของบลูมเบิร์กครั้งล่าสุด) และน่าจะชะลอตัวจากงวดไตรมาสแรกปี 2557 ที่คาดว่าจะเติบโต 2.4%

ทั้งนี้ แนวทางที่จะเป็นไปได้คือ การเพิ่มเม็ดเงินคิวอีจากเดิมที่มีการใช้วงเงินอยู่ราว 6070 ล้านล้านเยนต่อปี (ราวเดือนละ 6 ล้านล้านเยน) ซึ่งเป็นระดับที่ยังต่ำกว่าวงเงินเพดานที่กำหนดไว้ 101 ล้านล้านเยน โดยกระแสข่าวล่าสุดระบุว่าอาจจะมีการเพิ่มเม็ดเงินคิวอีเป็นเดือนละ 13 ล้านล้านเยน หรือ 156 ล้านล้านเยนต่อปี แต่เป็นแบบปลายเปิด ซึ่งหมายความว่าหลังจากที่มีการอัดฉีดเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไปสักระยะหนึ่งแล้ว จะต้องตัดลดวงเงินคล้ายๆ กับที่ใช้อยู่ในสหรัฐ จากปัจจุบัน ที่เป็นแบบปลายปิด (คือ กำหนดวงเงินคิวอีไว้เป็นจำนวนที่แน่นอน และจะมีการรับซื้อเพิ่มเติมเมื่อยอดการใช้คิวอีลดลง)

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่