
ทองลงเร็วแรงกว่าเดิม
การลงทุนในทองคำนับว่ายังมีความเฉพาะเจาะจงและน่าสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับนักลงทุนที่ชอบการเก็งกำไร โดยเหตุผลสำคัญที่จะเห็นได้ในขณะนี้ก็คือ ความผันผวนของราคาทองคำในรายวัน 3 วัน และรายสัปดาห์ ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงไปรวดเร็ว หรืออาจกล่าวได้ว่า เปลี่ยนแปลงได้พอๆ กับตลาดหุ้นเลยทีเดียว ความที่ตลาดทองคำมีความน่าสนใจกว่าตลาดหุ้นน่าจะมีอยู่ 2 ประการ คือ 1.สามารถลงทุนได้ 24 ชั่วโมง และ 2.เป็นตลาดใหญ่ ที่มีศักยภาพในการซื้อขายที่สูง และไม่สามารถมีใครมาปั่นได้ตามใจชอบ
การลงทุนในทองคำนับว่ายังมีความเฉพาะเจาะจงและน่าสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับนักลงทุนที่ชอบการเก็งกำไร โดยเหตุผลสำคัญที่จะเห็นได้ในขณะนี้ก็คือ ความผันผวนของราคาทองคำในรายวัน 3 วัน และรายสัปดาห์ ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงไปรวดเร็ว หรืออาจกล่าวได้ว่า เปลี่ยนแปลงได้พอๆ กับตลาดหุ้นเลยทีเดียว ความที่ตลาดทองคำมีความน่าสนใจกว่าตลาดหุ้นน่าจะมีอยู่ 2 ประการ คือ 1.สามารถลงทุนได้ 24 ชั่วโมง และ 2.เป็นตลาดใหญ่ ที่มีศักยภาพในการซื้อขายที่สูง และไม่สามารถมีใครมาปั่นได้ตามใจชอบ
ราคาทองคำใน 1 ไตรมาสที่ผ่านมา
จะเห็นได้ว่าความผันผวนของราคาทองคำพลิกเหนือการคาดหมายไว้จากปีที่แล้วอย่างมาก และคาดว่าจะปรับตัวลดลง โดยราคาทองคำในช่วงเดือน ม.ค. และ ก.พ. หรือในช่วง 6 สัปดาห์แรกของปีนี้ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 14% จากเหตุบังเอิญเรื่องความตึงเครียดของยูเครนและรัสเซียกับสหรัฐ ทำให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น รวมไปถึงสภาพอากาศของสหรัฐตั้งแต่ช่วงปลายปี ก็กดดันทำให้ข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐออกมาไม่ค่อยดีนัก และทำให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ดี ในช่วงปลายเดือน ก.พ. และต้นเดือน มี.ค. ราคาทองคำได้ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 200 เหรียญสหรัฐ หรือปรับสูงขึ้นกว่า 14% ราคาทองคำปรับสูงจากระดับ 1,185 เหรียญสหรัฐ และปรับขึ้นมาถึงระดับ 1,385 เหรียญสหรัฐ ในระยะเวลาประมาณ 8 สัปดาห์ เมื่อตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐเริ่มกลับมาดีขึ้น รวมไปถึงถ้อยแถลงของ เจเน็ต เยลเลน ประธานเฟดคนใหม่ กลับมากดดันทำให้ความกังวลในการดึง QE กลับอย่างต่อเนื่อง มีโอกาสค่อนข้างสูงและส่งผลให้เกิดความกังวลมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเยลเลน บอกว่า เศรษฐกิจสหรัฐที่ดีขึ้นจะสามารถสิ้นสุด QE ได้ภายในปีนี้ และมีโอกาสที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยให้สูงขึ้น โดยมีเป้าหมายที่ 1% ก่อน โดยจะเริ่มต้นขึ้นดอกเบี้ยในอีก 6 เดือนหลังจากสิ้นสุด QE ถ้อยแถลงดังกล่าวจึงกดดันต่อราคาทองคำและทำให้ราคาทองคำหลุดแนวรับสำคัญที่ระดับ 1,310 เหรียญสหรัฐลงมา และเมื่อ 2 วันที่ผ่านมาราคาทองคำหลุดระดับ 1,300 เหรียญสหรัฐ ซึ่งถือว่าเป็นการเข้าสู่แนวโน้มขาลง ซึ่งจากบทวิเคราะห์ของนักวิเคราะห์ในสำนัก Kitco พบว่าเสียงของนักวิเคราะห์โดยส่วนใหญ่เริ่มกลับมามองทองคำเป็นทิศทางขาลง มีเพียงส่วนน้อยที่มองว่าราคาจะขึ้นต่อได้ ขณะที่ส่วนหนึ่งมองว่าราคาจะทรงตัวในระดับกลาง
ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้
สิ่งที่จะขาดไม่ได้ก็คือ การวิเคราะห์ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญที่จะส่งผลในสัปดาห์นี้ นั่นคือ การจ้างงานนอกภาคการเกษตร (NonFarm Payrolls) ที่จะประกาศในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์นี้ ซึ่งจะพบว่าตัวเลขทั้งสองตัวมีการคาดการณ์ว่าจะออกมาดีขึ้นอย่างมาก ในขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจอื่นๆ ดูจะทรงๆ ซึ่งไม่ค่อยมีความสำคัญหรือส่งผลต่อเศรษฐกิจเท่าไหร่นัก อันจะเห็นจากตารางเศรษฐกิจดังต่อไปนี้
สิ่งที่สำคัญก็คือว่า เมื่อเราวิเคราะห์ตัวเลขดังกล่าวแล้ว จะพบว่าโอกาสที่จะส่งผลกระทบต่อราคาทองคำในทิศทางขาลงมีค่อนข้างสูง เนื่องจากนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ประเมินว่าการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของภาคเอกชนมีโอกาสจะปรับตัวสูงขึ้นกว่า 5 หมื่นตำแหน่ง ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาใน 4-5 สัปดาห์เลย โดยที่ปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญส่วนหนึ่ง คือ การประชุมอีซีบีในสัปดาห์หน้า (3 เม.ย. 2557) ที่มีการคาดการณ์กันว่าจะยังคงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป เนื่องจากมองว่าสภาพเศรษฐกิจยุโรปน่าจะดีขึ้น
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ราคาทองคำปรับตัวลดลงต่อเนื่องหลังจากขึ้นไปทำจุดสูงสุด ในขณะนี้ลงมาทดสอบบริเวณเส้นค่าเฉลี่ย Fibonacci Retracement 50% ที่ระดับ 1,288 เหรียญสหรัฐ ถ้าหลุดแนวนี้ลงมา มีโอกาสที่จะไปทดสอบที่ระดับ 1,265 เหรียญสหรัฐ ค่อนข้างสูง โดยที่แนวโน้มของทองคำดูจะเป็นแนวโน้มขาลง ซึ่งก็อาจจะขึ้นอยู่กับคำปราศรัยของเยลเลนในวันจันทร์นี้ว่าจะเป็นอย่างไร อย่างไรก็ดี ทางเทคนิคยังคาดว่าราคาจะค่อนข้างแกว่งและทรงตัวในทิศทาง Sideways ยังมีโอกาสอยู่สูง จึงคาดว่าราคาทองคำสัปดาห์นี้จะแกว่งบริเวณ 1,265-1,300 เหรียญสหรัฐ
กลยุทธ์การลงทุน
ตามที่กล่าวไว้แล้วว่าราคาทองคำในโลกยุคปัจจุบันไม่เหมาะกับการลงทุนระยะยาว ดังนั้น ท่านที่คิดว่าจะซื้อแล้วเก็บไว้ยาวๆ ดูจะได้ผลตอบแทนไม่แน่นอนและลดลงด้วยซ้ำ ในขณะที่ผลตอบแทนในระยะสั้นดูจะดี เนื่องจากตอนนี้แนะนำเป็นการเก็งกำไรระยะสั้น
MTS GOLD แม่ทองสุก บริษัทที่เชี่ยวชาญการลงทุนในทองคำขนาดใหญ่ ย้ำเน้นเสมอว่า การลงทุนเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว นักลงทุนไทยที่ชื่นชอบกับการเก็งกำไรดูจะมีค่อนข้างสูง และก็อยากย้ำให้นักลงทุนที่ชอบซื้อเก็บระยะยาวน่าจะปรับเปลี่ยนมุมมอง และถ้ามองในโอกาสที่ดีก็คือ จะสามารถเก็งกำไรในระยะสั้น โดยได้ผลตอบแทนเท่ากันได้ในระยะเวลา 3 เดือน ปรับลงกว่า 10% และคาดว่าจะปรับลงต่อด้วยซ้ำไป ดังนั้น ความรู้ความเข้าใจในการลงทุนติดตามกับได้กับ MTS Gold ซึ่งมีให้ท่านติดตามโดยตลอด
สนใจสอบถามการลงทุนด้วยตนเอง ติดตามได้กับผู้เชี่ยวชาญการลงทุนในทองคำโดยเฉพาะกับทีมงานของ นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ โดยติดต่อได้ที่ MTS Gold Call Center 02-770-7777 นอกจากนี้ บริษัท MTS Gold ยังมีสาขาไว้บริการสำหรับท่านนักลงทุนในศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซาทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ สาขาเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ชั้น 17 สาขาเซ็นทรัล ลาดพร้าว ชั้น 12 และสาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 28 นอกจากนี้ ยังมีสาขาวงเวียนใหญ่ไว้คอยให้บริการดูแลท่าน สะดวกที่ไหนไปที่นั่น สวัสดี....







