
'จับเศษไม้' เขียนลายอักษร
หลายคนคงเคยเห็นผลิตภัณฑ์หรือสินค้าที่ทำมาจากไม้ ไม่ว่าจะเป็นไม้เก่าหรือไม้ที่มีราคาแพง
โดย...ทีมข่าวธุรกิจติดดาว
หลายคนคงเคยเห็นผลิตภัณฑ์หรือสินค้าที่ทำมาจากไม้ ไม่ว่าจะเป็นไม้เก่าหรือไม้ที่มีราคาแพง ก็ล้วนจะต้องมีการออกแบบและใส่ความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละพื้นที่ลงไปเพื่อให้ชิ้นงานสวย ที่สำคัญคนที่ผลิตก็จะต้องมีความรู้ มีฝีมือทางด้านช่างไม้โดยเฉพาะเท่านั้น
สุชาติ ทิพย์ศรี ชาวสระบุรี ผู้มีแนวความคิดในการนำเอาตัวอักษรมาใส่ลงไปในเนื้อไม้ จนกลายมาเป็นป้ายชื่อตัวอักษรที่มองดูแล้วมีชีวิต ใครจะคิดว่าเศษไม้ที่ถูกทิ้งไว้ตามท้องไร่ท้องนา หรือไม้ตายซากที่ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อีกนอกจากนำไปทำฟืน จะสามารถนำมาเพิ่มมูลค่าได้
ก่อนหน้านี้ สุชาติ มีอาชีพเลี้ยงวัวอยู่ในพื้นที่ อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี ทุกวันต้องไปตัดหญ้าในป่าเขา ซึ่งก็จะเจอท่อนไม้ เศษไม้ถูกทิ้งร้างวางอยู่เต็มไปหมด จึงทำให้เกิดแนวความคิดว่าเศษไม้ ท่อนไม้เหล่านี้น่าจะนำไปทำประโยชน์ได้มากกว่าการถูกทิ้งไว้ในป่าแบบนี้ จึงเป็นที่มาของไอเดียการนำเอาตัวอักษรไปใส่ไว้ในเนื้อไม้ หรือการแกะสลักเนื้อไม้ให้เป็นตัวอักษรนั่นเอง
ความพิเศษของผลงานที่ สุชาติ ได้สร้างขึ้นมานั้น แตกต่างจากป้ายชื่อทั่วไปที่เคยเห็น นั่นก็คือตัวอักษรจะถูกแกะสลักขึ้นมาให้มีลักษณะนูน มีการตวัดตัวอักษรเฉกเช่นเดียวกับการตวัดพู่กัน เพื่อสื่อความหมายของคำให้ลึกซึ้งลงไปอีก เพื่อให้ผู้ที่พบเห็นมองและอ่านประโยคเหล่านั้นแล้วเกิดความรู้สึกสัมผัสได้ถึงความหมายของคำต่างๆ ที่ตั้งใจแกะสลักลงไป
แต่กว่าจะมาเป็นป้ายชื่อที่สร้างมูลค่าได้มากมายขนาดนี้ ต้องใช้เวลาหลายเดือน และใส่ความเป็นศิลปะเฉพาะตัวลงไปในทุกชิ้นงาน เพื่อให้เกิดความแตกต่างจากงานเขียนป้ายทั่วไป ผลงานชิ้นแรกๆ ที่ สุชาติ สร้างขึ้นมา ได้นำไปแจกให้กับหมู่เพื่อนฝูง เพราะยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง แต่หลังจากที่นำป้ายชื่อที่แกะสลักมาจากเศษไม้ไปเป็นของฝากของที่ระลึกให้กับเพื่อนๆ ทุกคนต่างชื่นชอบในผลงานและต่างก็บอกต่อ ทำให้มีลูกค้าติดต่อเข้ามาสั่งซื้อจนทุกวันนี้ผลิตแทบไม่ทัน
จากวันนั้นมาถึงวันนี้ก็ล่วงเลยมาเป็นเวลา 6 ปีแล้วที่ สุชาติ ได้สร้างผลงานจากเศษไม้มาเป็นป้ายชื่อตัวอักษรมีชีวิต โดย สุชาติ เล่าว่า ในแต่ละวันจะใช้เวลาอยู่กับการสร้างผลงาน ซึ่งจะมีวิธีการหลายขั้นตอนกว่าจะมาเป็นป้ายชื่อตัวอักษรมีชีวิต เริ่มจากการนำไม้ที่ได้มาผ่า หลังจากนั้นก็จะทำความสะอาดเพื่อให้เห็นลายไม้ชัดขึ้น
วิธีการในการสังเกตลายไม้ก่อนที่จะร่างตัวอักษร จะใช้ชอล์กสีขาววาดโครง ซึ่งตัวอักษรที่จะวาดหรือแกะสลักลงไป จะต้องให้สอดคล้องและไปในทิศทางเดียวกันกับลายไม้ เมื่อได้โครงตัวอักษรแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการแกะสลักตัวอักษร ซึ่งจะใช้เวลาในการแกะสลักประมาณ 13 ชั่วโมงต่อ 1 ชิ้นงาน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความสั้นยาวของประโยค และขนาดความหนาบางของเนื้อไม้
เมื่อใช้เวลาในการแกะสลักตัวอักษรจนได้ความลึกเท่าที่ต้องการแล้ว ก็จะต้องลงสีตัวอักษร โดยใช้เวลา 2 วัน กว่าสีจะแห้ง โดยอีกหนึ่งความสามารถของเขา คือ สามารถแกะสลักตัวอักษรได้ถึง 4 ภาษา นั่นก็คือ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาอาหรับ และภาษาจีน
ผลงานป้ายชื่อตัวอักษรมีชีวิตทุกชิ้น เมื่อแกะสลักและลงสีเรียบร้อยแล้ว จะมีลูกค้าที่สั่งไว้มารับไปทันทีที่สีบนเนื้อไม้แห้ง โดยราคาของป้ายชื่อตัวอักษรมีชีวิต มีตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่น ซึ่งส่วนใหญ่ลูกค้าจะจ่ายเพิ่มให้จากราคาที่เสนอไป เพราะชื่นชอบและพอใจในผลงาน
กลุ่มลูกค้าของ สุชาติ ส่วนใหญ่จะเป็นเจ้าของธุรกิจและเป็นผู้ที่ชื่นชอบในงานไม้ จึงไม่ยากที่ผลงานป้ายชื่อตัวอักษรมีชีวิต จะสร้างรายได้ให้มากมาย สมกับที่ได้ตั้งใจในการผลิตชิ้นงาน และใส่ความเป็นศิลปะลงไปในเนื้อไม้ ที่เดิมเป็นเพียงเศษไม้ที่ไร้ค่าไร้ราคา แต่กลับกลายมาเป็นสินค้าที่มากด้วยคุณค่าทางจิตใจ
สำหรับใครที่สนใจสั่งทำหรือเลือกซื้อป้ายชื่อที่ทำมาจากเศษไม้ ซึ่งเป็นผลงานของ สุชาติ ทิพย์ศรี สามารถโทรสอบถามรายละเอียดได้ที่ 080-667-1874 หรือ 081-851-4564 หรือสามารถไปที่บ้านของ สุชาติ บ้านเลขที่ 65 หมู่ 4 ต.ธารเกษม อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี หรือที่ชาวสระบุรีรู้จักกันในนาม “อุทยานอักษร”







