posttoday
แบงก์เล็กจุกหนี้เสียบริโภคต่ำทำศก.หดฮวบ

แบงก์เล็กจุกหนี้เสียบริโภคต่ำทำศก.หดฮวบ

29 มีนาคม 2557

แบงก์เล็กจุกหนี้เสียห่วงบริโภคในประเทศซึมยาว เหตุคนหนี้ท่วม ไม่กล้าใช้จ่ายเพิ่ม

แบงก์เล็กจุกหนี้เสียห่วงบริโภคในประเทศซึมยาว เหตุคนหนี้ท่วม ไม่กล้าใช้จ่ายเพิ่ม

นายสุภัค ศิวะรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า ธนาคารพบว่าตัวเลขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในระบบธนาคารมีสัญญาณขยับขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ โดยซีไอเอ็มบี ไทย ได้มีมาตรการเข้าไปดูแลลูกหนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อพยายามคุมเอ็นพีแอลปีนี้ให้อยู่ไม่เกิน 3% จากระดับ 2.3-2.4% เมื่อปีที่แล้ว

สำหรับภาพรวมทางเศรษฐกิจ ยังไม่พบว่ามีปัจจัยด้านใดโดดเด่นในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยการลงทุนภาคเอกชนยังมีแนวโน้มชะลอตัว ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐไม่สามารถอัดฉีดได้เต็มที่ เพราะรัฐบาลอยู่ในช่วงรักษาการ การส่งออกน่าจะขยายตัวได้ประมาณ 5% ซึ่งถือเป็นระดับที่น่าพอใจแล้ว แม้จะต่ำเมื่อเทียบกับอัตราเติบโตเฉลี่ยก่อนหน้านี้ปีละ 1020% ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐไม่สามารถอัดฉีดได้เต็มที่ เพราะรัฐบาลอยู่ในช่วงรักษาการ ดังนั้น ธนาคารจึงประมาณการอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจปีนี้ไว้ที่ 3% ซึ่งมีความเป็นไปได้มากที่สุด

นายสุภัค กล่าวต่อไปว่า การที่เศรษฐกิจชะลอตัวลงมาจากการลดลงของการบริโภคในประเทศเป็นหลัก ในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา ครัวเรือนก่อหนี้มากขึ้น เช่น กู้ซื้อบ้านและรถยนต์ ส่งผลให้ความสามารถใช้จ่ายในปีนี้ลดลง ประกอบกับปัญหาชาวนาไม่ได้รับเงินจากรัฐบาลในโครงการรับจำนำข้าว ทำให้เกษตรกรไม่มีเงินมาใช้จ่ายให้เศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งทางซีไอเอ็มบี ไทย มองว่า ผลกระทบที่จะเห็นการบริโภคภายในประเทศทรงตัวในระดับต่ำเช่นนี้ จะยังคงมีต่อเนื่องไปอีกประมาณ 1-2 ปี

นายสุภัค กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวนั้น ส่งผลให้การปล่อยสินเชื่อในระบบสถาบันการเงินปีนี้ไม่เติบโตมากนัก โดยคาดว่าสินเชื่อทั้งระบบปีนี้จะขยายตัวได้เพียง 6-10% ตามประมาณการการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ไทยที่ระดับ 3% จากปกติที่สินเชื่อธนาคารทั้งระบบจะเติบโตได้ราว 1.52 เท่าของจีดีพี

ทั้งนี้ แม้ว่าธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ตั้งเป้าหมายสินเชื่อปีนี้เติบโตไว้ที่ 15% หรือสูงกว่าระบบ แต่เป็นการเติบโตในอัตราที่ลดลงจาก 25% ในปี 2556 โดยจะเป็นสัดส่วนจากลูกค้าเก่าในสัดส่วนประมาณ 60-70%

ขณะเดียวกัน ทางธนาคารยังพบว่าตัวเลขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในระบบธนาคารมีสัญญาณขยับขึ้นบ้างแล้ว ซึ่งเป็นปกติที่เอ็นพีแอลจะปรับขึ้นในภาวะที่เศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวย โดยซีไอเอ็มบี ไทย ได้มีมาตรการเข้าไปดูแลลูกหนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อพยายามคุมเอ็นพีแอลปีนี้ให้อยู่ไม่เกิน 3% จากระดับ 2.32.4% เมื่อปีที่แล้ว

สำหรับภาพรวมทางเศรษฐกิจไทยนั้น ยังไม่พบว่ามีปัจจัยด้านใดที่โดดเด่นเป็นพิเศษในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยการลงทุนภาคเอกชนยังมีแนวโน้มชะลอลง การส่งออกน่าจะขยายตัวได้ประมาณ 5% ซึ่งถือเป็นระดับที่น่าพอใจแล้ว แม้จะต่ำเมื่อเทียบกับอัตราเติบโตเฉลี่ยก่อนหน้านี้ปีละ 1020% ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐไม่สามารถอัดฉีดได้เต็มที่ เพราะรัฐบาลอยู่ในช่วงรักษาการ ดังนั้น ธนาคารจึงประมาณการอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจปีนี้ไว้ที่ 3% ซึ่งมีความเป็นไปได้มากที่สุด

“เรื่อง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ที่ตกไปไม่ได้หมายความว่าจะยกเลิก เพราะเป็นเพียงกระบวนการที่ไม่ถูกต้องเท่านั้น แต่แม้จะปัดฝุ่นขึ้นมาใหม่ก็ไม่ได้มีผลต่อจีดีพีมากนัก เป็นโครงการที่มีขั้นตอนมาก กินเวลานาน การจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เห็นผล รัฐบาลต้องเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ ซึ่งขณะนี้รัฐบาลรักษาการยังทำได้ไม่เต็มที่” นายสุภัค กล่าว

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่