posttoday
ธีระชัยเตือนการเมืองยืดเยื้อเศรษฐกิจยิ่งแก้ยาก

ธีระชัยเตือนการเมืองยืดเยื้อเศรษฐกิจยิ่งแก้ยาก

23 มีนาคม 2557

"ธีระชัย"เตือนการเมืองขัดแย้งยืดเยื้อ ทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวและแก้ไขได้ยาก เชื่อปี 57/58 สหรัฐจะลดมาตรการ QE ลงทำให้เงินทุนไหลเข้า ยิ่งน้อย

"ธีระชัย"เตือนการเมืองขัดแย้งยืดเยื้อ ทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวและแก้ไขได้ยาก เชื่อปี 57/58 สหรัฐจะลดมาตรการ QE ลงทำให้เงินทุนไหลเข้า ยิ่งน้อย

เมื่อวันที่ 23 มี.ค. นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรมว.คลัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Thirachai Phuvanatnaranubala ระบุหัวข้อว่า "การเมืองยืดเยื้อ เศรษฐกิจยิ่งแก้ยาก" โดยมีเนื้อหาดังนี้

- การเมืองยืดเยื้อ ทำให้เศรษฐกิจแผ่วลง และหากนานไป จะยิ่งแก้ยาก

- ถามว่า เศรษฐกิจปี 2557/2558 มีความเสี่ยงใดบ้าง

- ปัจจัยความเสี่ยงมีสองเรื่อง (ก) วัฏจักรเศรษฐกิจโลก และ (ข) เรื่องเฉพาะของไทย

- วัฏจักรเศรษฐกิจโลก

- ผลจากวัฏจักรเศรษฐกิจโลกนั้น สืบเนื่องมาจากวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ซึ่งเกิดขึ้นในสหรัฐ ในปี 2551

- สหรัฐแก้ปัญหาวิกฤต ด้วยการเพิ่มปริมาณเงินมหาศาล แบบไม่เคยปรากฏมาก่อน ด้วยมาตรการที่เรียกกันว่า Quantitative Easing (QE)

- มาตรการ QE นั้น กดดอกเบี้ยให้ต่ำ เกือบศูนย์ เพื่อกระตุ้นให้เอกชนสหรัฐกู้

- แต่มาตรการ QE นี้เอง ทำให้เงินทุนไหลออกจากสหรัฐ มุ่งไปยังประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งดอกเบี้ยสูงกว่า

- ประเทศใดเปิดรับมาก เช่นประเทศไทย เงินทุนก็จะไหลเข้าไปมาก ประเทศใดเปิดรับน้อย เช่นประเทศจีน ก็จะไหลเข้าไปน้อย

- เงินทุนไหลเข้า ก็ทำให้เกิดฟองสบู่ แต่โชคดี ที่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นไม่นาน เพียง 3-4 ปี ฟองสบู่จึงไม่ใหญ่มาก

- อาการฟองสบู่จากเงินทุนไหลเข้า

- ประเทศที่เปิดให้เงินทุนไหลเข้ามาก จะมีอาการคล้ายกัน ดังต่อไปนี้

- หนึ่ง เงินที่ไหลเข้าไปในตลาดพันธบัตร กดดันดอกเบี้ยระยะยาวให้ต่ำลง

- กรณีของไทย ก่อนวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ดอกเบี้ยอายุ 10 ปี อยู่ระดับร้อยละ 4 - 6.5 ต่อปี เงินทุนไหลเข้า ได้กดให้ต่ำลง เหลือร้อยละ 3 ต่อปีเท่านั้น

- สอง ดอกเบี้ยที่ต่ำ ทำให้เอกชนกู้เงินเพิ่ม เบ่งฟองสบู่ใหญ่ขึ้น

- กรณีของไทย นับแต่วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ จนถึงปัจจุบัน สินเชื่อภาคเอกชน เพิ่มขึ้นถึง 50 เปอร์เซนต์

- เดิมสินเชื่อเอกชนเทียบกับ GDP คิดเป็นร้อยละ 115 ล่าสุดได้สูงขึ้น เป็นร้อยละ 130 ของ GDP

- สาม เกิดฟองสบู่เก็งกำไร

- กรณีของไทย ภายหลังวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ตลาดหุ้นพุ่งขึ้นไปสูงกว่าเดิม 4 เท่า และราคาที่ดินก็สูงขึ้นมาก มีโครงการอสังหาริมทรัพย์เกิดขึ้นอย่างมากมาย

- ดังนั้น ถ้าดูวงจรใหญ่ของเศรษฐกิจโลก จะเห็นได้ว่ามีความเสี่ยงมากอยู่แล้ว แต่กรณีของไทย ยังมีปัจจัยเฉพาะอีกด้วย

- ปัจจัยเฉพาะของประเทศไทย

- ปัญหาแรก เกิดจากนโยบายประชานิยม

- เนื่องจากเป็นนโยบายที่เน้นกระตุ้นอุปโภคบริโภค ซึ่งได้ผลเร็ว

- ดังนั้น เศรษฐกิจจะขยายตัวดี เฉพาะในปีที่รัฐบาลใช้เงิน แต่ในปีต่อมา เมื่อรัฐบาลหยุดใช้เงิน การขยายตัวก็จะลดลงโดยอัตโนมัติ

- ปี 2557 การขยายตัวของเศรษฐกิจไทย กำลังจะลดลงโดยอัตโนมัติอยู่แล้ว

- ปัญหาที่สอง หนี้ภาคครัวเรือน

- การที่รัฐบาลกระตุ้นอุปโภคบริโภค ประชาชนจึงเร่งกู้แบงค์ จนบางรายเกินกำลัง

- หนี้ครัวเรือนของไทย เทียบกับ GDP ขณะนี้ได้สูงขึ้นเป็นร้อยละ 80 แล้ว สูงเป็นอันดับที่ 3 ของเอเซีย

- ดังนั้น ปี 2557 กำลังซื้อของประชาชน ก็จะเริ่มแผ่วลงอยู่แล้ว

- และยังมีปัญหาที่สาม คือภาระของรัฐ

- นโยบายจำนำข้าว ซึ่งขาดทุนจำนวนมาก และไม่มีตัวเลขเป็นทางการ ทำให้การคำนวนตัวเลขภาระต่อหนี้สาธารณะในอนาคต ทำได้ยาก

- แต่ที่แน่ๆ ก็คือรัฐบาลจะไม่มีช่องในงบประมาณ ที่จะใช้กระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มได้อีก

- ปัญหาที่สี่ การกู้เงินนอกระบบงบประมาณล้มไป

- รัฐบาลได้หันไปใช้การกู้เงินนอกระบบงบประมาณ ซึ่งมีสองกรณี โครงการบริหารน้ำ 3.5 แสนล้าน และโครงสร้างพื้นฐาน 2.2 ล้านล้าน

- แต่ทั้งสองกรณี ได้เกิดปัญหา ไม่สามารถใช้เงินได้เสียแล้ว

- โครงการบริหารน้ำ 3.5 แสนล้าน ไม่สามารถดำเนินการได้ ภายในเวลา 12 เดือน ตามเงื่อนไขพระราชกำหนด จึงหมดเวลาไปแล้ว

- โครงสร้างพื้นฐาน 2.2 ล้านล้าน ไม่มีเงื่อนเวลา เพราะเสนอเป็นพระราชบัญญัติ แต่ศาลชี้ ว่าผิดรัฐธรรมนูญ

- ดังนั้น ในปี 2557/2558 คงจะหวังแรงกระตุ้นจากรัฐบาลเต็มที่ ไม่ได้เสียแล้ว

- ปัญหาภาวะการเงินอนาคต

- ในปี 2557/2558 สหรัฐจะลดมาตรการ QE ลงอีก จะทำให้เงินทุนไหลเข้า ยิ่งน้อยลง

- ในปี 2558 มีแนวโน้มว่าดอกเบี้ยสหรัฐจะเริ่มปรับสูงขึ้น

- ต้นทุนการเงินจะสูงขึ้น

- ภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัว จะมีผลต่อการจ้างงาน จะทำให้แบงค์จะระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น

- ธุรกิจบางราย ที่เก็งกำไรกับโครงสร้างพื้นฐาน 2.2 ล้านล้าน และขาดทุน ก็จะหมดแรงไปด้วย

- ดังนั้น ภาวะการเงินอนาคต จึงไม่เอื้ออำนวยอีกด้วย

- ยิ่งผสมกับการเมือง ความขัดแย้งยืดเยื้อออกไป ประชาชนจะยิ่งกังวล จับจ่ายใช้สอยน้อยลงอยู่แล้ว ธุรกิจจะยิ่งกังวล ไม่กล้าขยายงานอยู่แล้ว แบงค์จะยิ่งกังวล ไม่กล้าปล่อยสินเชื่ออยู่แล้ว

- ภาวะต่างๆ ไม่สดใสอยู่แล้ว หากการเมืองยืดเยื้อ เศรษฐกิจยิ่งแก้ยาก

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่