
ทันสถานการณ์
ทบทวนเอดีเหล็กนำเข้าจากจีนเกาหลี
ทบทวนเอดีเหล็กนำเข้าจากจีนเกาหลี
นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมได้เริ่มการพิจารณาเปิดทบทวนอัตราอากรตอบโต้การทุ่มตลาด (เอดี) สินค้าเหล็ก 2 รายการ คือ เหล็กแผ่นรีดเย็นเคลือบด้วยสังกะสีแบบจุ่มร้อนแล้วทาสี และเหล็กแผ่นรีดเย็น ชุบหรือเคลือบด้วยโลหะเจือของอะลูมิเนียมและสังกะสีแบบจุ่มร้อนแล้วทาสีที่มีแหล่งกำเนิดจากจีนและเกาหลีใต้ ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน โดยพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในเวลา 1 ปี นับจากวันที่ 11 ก.พ.เป็นต้นไป
ทั้งนี้ การเปิดทบทวนอากรเอดีเกิดขึ้นภายหลังอุตสาหกรรมภายในประเทศยื่นคำร้องขอเปิดทบทวนอากรเอดี โดยแนบเอกสารหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าอัตราส่วนเหลื่อมตลาดสินค้าจากจีนและเกาหลีใต้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม จนอาจไม่มีประสิทธิภาพในการขจัดการทุ่มตลาด
อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการดำเนินการพิจารณาทบทวนอากรเอดี จะเรียกเก็บอากรเอดีการนำเข้าจากจีน ในอัตรา 5.56-42.88% ของราคา ซีไอเอฟ ส่วนสินค้าเหล็กจากเกาหลีใต้จะเรียกเก็บอากรเอดีในอัตรา 2.51-10.25% ของราคาซีไอเอฟ หากเป็นการนำเข้ามาเพื่อทำการผลิตและ ส่งออกจะถูกเก็บอากรเอดีในอัตรา 0%
กบง.รีดดีเซลเพิ่มโปะกองทุนน้ำมันฯ
นายสุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เมื่อวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบปรับเพิ่มอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันดีเซล 0.50 บาท/ลิตร จากเดิมกองทุนน้ำมันฯ เรียกเก็บเงินจากดีเซล 0.30 บาท/ลิตร เพิ่มเป็น 0.80 บาท/ลิตร ส่วนน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดอื่นไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด
ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ผลจากการปรับอัตราเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันฯ จะช่วยทำให้กองทุนน้ำมันฯ กลับมามีรายรับประมาณวันละ 24 ล้านบาท จากเดิมที่ต้องมีรายจ่ายประมาณวันละ 4 ล้านบาท สำหรับกองทุนน้ำมันฯ มีฐานะสุทธิติดลบประมาณ 7,457 ล้านบาท







