
หุ้นพุ่งขึ้นสวนตลาดโลกราคาทอง-น้ำมันกระฉูด
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีหลายปัจจัยเข้ามากระทบและสนับสนุนการลงทุนในตลาดหุ้นไทย
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีหลายปัจจัยเข้ามากระทบและสนับสนุนการลงทุนในตลาดหุ้นไทย ส่งผลให้ดัชนีหุ้นเพิ่มขึ้น 1.26% ปิดที่ระดับ 1,372.18 จุด สวนทางกับตลาดหุ้นสำคัญของโลก ที่ปรับตัวลงแรงท่ามกลางความกังวลสถานการณ์ยูเครนและเศรษฐกิจจีนชะลอตัวลง
เฮ! เลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
ตลาดหุ้นไทยมีแรงซื้อเก็งกำไรจากกรณีเตรียมยกเลิก พ.ร.บ.ฉุกเฉิน ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะมีการพิจารณาในวันที่ 18 มี.ค.นี้ ก่อนที่จะหมดอายุในวันที่ 22 มี.ค.นี้ ขณะที่ตลาดมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ระบุว่า ร่างกฎหมายกู้เงิน 2 ล้านล้านบาทขัดต่อรัฐธรรมนูญไม่มากนัก และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เหลือ 2% ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา ก็เป็นสิ่งที่ตลาดคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว
นักลงทุนให้ความสนใจเก็งกำไรหุ้นที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจการบิน สนามบิน และโรงแรม เนื่องจากจะได้รับผลดีโดยตรงต่อการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะเชื่อว่านักท่องเที่ยวต่างประเทศจะเข้ามามากขึ้น
แนวโน้มตลาดหุ้นในสัปดาห์หน้า บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย และบริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ดัชนีอาจเผชิญกับความผันผวนและมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ โดยต้องจับตาการประชุมเฟดในวันที่ 1819 มี.ค. 2557 เพื่อพิจารณาปรับลดขนาดคิวอีลง 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เหลือ 5.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อเดือน และตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ
อย่างไรก็ตาม มอร์แกน สแตนเลย์ โบรกเกอร์รายใหญ่จากสหรัฐ ปรับลดน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเป็น “ต่ำกว่าตลาด” จากเดิมให้ “น้ำหนักปานกลาง” เนื่องจากเศรษฐกิจลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อกำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในปีนี้
ทองคำน้ำมันพุ่ง
แนวโน้มราคาทองคำยังเป็นขาขึ้นต่อเนื่อง เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ยูเครน โดยวันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา สมาคมค้าทองคำได้ปรับเพิ่มราคาขายในประเทศอีกบาทละ 100 บาท ทองคำแท่งรับซื้อ 21,000 บาท และขายออก 21,100 บาท หลังจากราคาในตลาดโคเม็กซ์ เพิ่มขึ้น 6.60 เหรียญสหรัฐ ปิดที่ 1,379 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ นับเป็นการปรับขึ้นติดต่อกัน 5 วัน
ขณะที่สัญญาล่วงหน้าน้ำมันดิบชนิดไลต์สวีตครูดของสหรัฐ งวดส่งมอบเดือน เม.ย. เพิ่มขึ้น 1.18 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ปิดที่ 108.57 เหรียญสหรัฐ ส่วนเบรนต์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนเดียวกัน เพิ่มขึ้น 69 เซนต์ ปิดที่ 98.89 เหรียญสหรัฐ
ดอกเบี้ยลงแห่ซื้อหุ้นกู้
ดอกเบี้ยที่ปรับตัวลงอีก 0.25% เพื่อกระตุ้นภาวะเศรษฐกิจทำให้ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ปรับลดดอกเบี้ยเงินฝากและสินเชื่อลง ผู้ฝากเงินจะต้องหาช่องทางการลงทุนใหม่ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือหุ้นกู้ของบริษัทชั้นดี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัท ไทยออยล์ (TOP) ประสบความสำเร็จในการระดมเงินมูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาท โดยมียอดจองซื้อหุ้นกู้ทุกประเภทอายุล้นถึง 4.29 เท่า
ขณะเดียวกันบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ได้ถือโอกาสในภาวะดอกเบี้ยต่ำออกและเสนอขายหุ้นกู้ เช่น บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) วงเงิน 4,500 ล้านบาท อายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 4.17% บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส (IVL) เสนอขายกู้วงเงิน 3,700 ล้านบาท
หุ้นน้องใหม่แจกกำไรแค่ 1%
บริษัท พี.ซี.เอส.แมชีน กรุ๊ป โฮลดิ้ง (PCSGH) หุ้นใหม่ตัวที่สองของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เข้าซื้อขายในวันที่ 14 มี.ค. สอบผ่านแบบฉิวเฉียด โดยราคาขึ้นไปสูงสุดเพียง 9.1 บาท และปิดที่ระดับ 8.75 บาท บวกเพียง 0.15 บาท หรือ 1.74% จากราคาจอง 8.6 บาท ให้ผลตอบแทนต่ำมากเมื่อเทียบกับตัวแรก บริษัท คราวน์ เทคแอดวานซ์ (AJD) แจกกำไรถึง 38.40%







