
มิตซูฯปักธงบุกอสังหาฯไทย
ประเดิมร่วมทุนเอพีพัฒนาคอนโด3โครงการเชื่อไทยยังแกร่งเล็งลงทุนระยะยาว
ประเดิมร่วมทุนเอพีพัฒนาคอนโด3โครงการเชื่อไทยยังแกร่งเล็งลงทุนระยะยาว
กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น มิตซูบิชิ เอสเตท พร้อมบุกอสังหาริมทรัพย์ไทย ประเดิมร่วมทุนกลุ่มเอพี ผุดคอนโด
นายทากาชิ อุตากาว่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ เอสเตท เอเชีย เปิดเผยว่า ได้เข้าร่วมทุนกับกับบริษัท เอพี (ไทยแลนด์) โดยเบื้องต้นจะตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อพัฒนาคอนโดมิเนียม 3 โครงการ ได้แก่ โครงการ Rhythm สุขุมวิท 3638 โครงการ Rhythm อโศก 2 และโครงการ Aspire รัชดาวงศ์สว่าง มูลค่ารวมกัน 7,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ ทางมิตซูบิชิฯ จะลงทุนก้อนแรกจำนวน 2,500 ล้านบาท จากการถือหุ้นในสัดส่วน 49% ของบริษัทร่วมทุนแต่ละโครงการ โดยจะนำจุดแข็งในเรื่องปรัชญาการออกแบบของญี่ปุ่นมาใช้ในการออกแบบห้องชุดให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของการอยู่อาศัยของคนไทย
นอกจากการร่วมทุนกับบริษัท เอพี (ไทยแลนด์) เพื่อพัฒนาคอนโดมิเนียมในประเทศไทยแล้ว ทางมิตซูบิชิ เอสเตท ประเทศญี่ปุ่น ยังให้ความสนใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ เช่น อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า โรงแรม และโลจิสติกส์ เป็นต้น
“บริษัทคงต้องขอดูผลของการร่วมทุนกับเอพีก่อนว่าจะออกมาเป็นอย่างไร แต่การลงทุนในไทย คงต้องมองในระยะยาว โดยใน 2-3 ปีข้างหน้าจะมีแผนตั้งสำนักงานในไทย ซึ่งถือเป็นสำนักงานแห่งที่ 3 ในเอเชียของบริษัทต่อจากสิงคโปร์และเซี่ยงไฮ” นายอุตากาว่า กล่าว
ด้านนายคาซูฮิโร ฮิราโน ผู้จัดการทั่วไป ธุรกิจระหว่างประเทศ บริษัท มิตซูบิชิ เอสเตท กล่าวว่า สำหรับการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในไทยของบริษัทมาจาก 4 ปัจจัยด้วยกัน คือ 1.เศรษฐกิจไทยอยู่ในจุดที่จะพัฒนาต่อไปได้อีก 2.ประชากรในกรุงเทพฯ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 3.ระบบครอบครัวของไทยเริ่มเปลี่ยนจากครอบครัวใหญ่ขยายมาเป็นครอบครัวเดี่ยว ทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น และ 4.การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งมีความก้าวหน้าไปมาก
นายอนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) กล่าวเพิ่มเติมว่า ญี่ปุ่นก็ได้สอบถามถึงปัญหาการเมืองของไทย ซึ่งบริษัทได้ให้ความมั่นใจว่า พื้นฐานของไทยก็ยังแข็งแกร่ง และสามารถเดินต่อไปได้ในทุกครั้งที่มีปัญหา หากมองในแง่ดีวิกฤตที่เกิดขึ้นก็ทำให้ตลาดไม่ร้อนแรงเกินไปและมั่นคงขึ้น โดยญี่ปุ่นได้ตกลงร่วมทุนกับบริษัทช่วงเดือน ธ.ค.ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่มีการชุมนุมทางการเมืองแล้ว และแม้ว่าเศรษฐกิจปีนี้จะโต 23% ธุรกิจก็ยังเดินหน้าต่อไปได้
นายฮิโรทากะ สึกิยามะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิตซูบิชิ เอสเตท กล่าวว่า ประเทศไทยยังมีภาพรวมการเติบโตของเศรษฐกิจที่ดี และตลาดอสังหาริมทรัพย์มีการเติบโตต่อเนื่อง จึงมั่นใจว่าจะสามารถนำองค์ความรู้การพัฒนาของบริษัทที่มีแนวคิดในการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืนมาช่วยในการลงทุนของเอพีได้







