posttoday
ชาวนาระทมเจอทุกข์ซ้ำ 3 เด้ง

ชาวนาระทมเจอทุกข์ซ้ำ 3 เด้ง

04 มีนาคม 2557

สิ้นสุดไปแล้วกับโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปีปีการผลิต 2556/2557 เมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมาผลปรากฏว่ามีข้าวเปลือกเข้าโครงการทั้งสิ้น 11.43 ล้านตัน มีจำนวนใบประทวน 1.92 ล้านใบ

สิ้นสุดไปแล้วกับโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปีปีการผลิต 2556/2557 เมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมาผลปรากฏว่ามีข้าวเปลือกเข้าโครงการทั้งสิ้น 11.43 ล้านตัน มีจำนวนใบประทวน 1.92 ล้านใบ

แต่ทว่าโครงการรับจำนำข้าวรอบนี้ แทนที่จะเป็นโครงการช่วยเหลือชาวนา แต่กลับสร้างความเดือดร้อนมากกว่า เพราะมีชาวนาไม่ถึง 1 ใน 3 ที่นำข้าวเปลือกเข้าโครงการแต่ไม่ได้เงิน ขณะที่ตัวเลขจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ระบุว่า ณ วันที่ 23 ก.พ. มีชาวนาได้รับเงินค่าจำนำข้าวเพียง 5.39 แสนราย เป็นเงิน 6.62 หมื่นล้านบาทเท่านั้น

นั่นจึงเท่ากับว่า ขณะนี้ชาวนายังค้างหนี้ไม่ต่ำกว่า 1.3 ล้านราย คิดเป็นเงิน 1.2-1.3 แสนล้านบาท และมีเพียงคำหวานโปรยออกมาจากนักการเมืองให้ชาวนาใจชื้นว่าจะได้เงินค่าข้าววันนั้นวันนี้

“ชาวนาถูกหลอกแล้วหลอกอีกว่าจะได้เงินวันนั้นวันนี้ มีชาวนาโทรมาหาผม ถามว่าเมื่อไหร่จะได้เงิน แต่พอถามว่าจะรวมตัวกันไหม เขาก็เงียบ นอกจากนี้ สมาคมชาวนาบางแห่งแถบภาคกลาง ที่ได้รับการหนุนหลังจากอดีต สส.อยุธยา พรรคเพื่อไทยวิทยา บุรณศิริ กระทั่งกรณี ชาดา ไทยเศรษฐ์ อดีต สส.อุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา ได้ออกมาเคลื่อนไหวลดกระแสต้านของชาวนา” ประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาไทย ระบุ

นี่จึงเป็นทุกข์เด้งที่ 1 ที่ชาวนาต้องเจอ

ไม่เพียงเท่านั้น วันนี้ชาวนากำลังเผชิญทุกข์เด้งที่ 2 คือ ปัญหาภัยแล้งและสภาพอากาศที่แปรปรวน ส่งผลให้ผลผลิตข้าวลดต่ำลง เพราะเกิดโรคที่ชาวนาเรียกว่า “ข้าวจู๋” หรือรวงเมล็ดข้าวลีบ เพราะข้าวไม่ได้ผสมเกสร

ปราโมทย์ วานิชานนท์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมโรงสีข้าว ระบุว่า สภาพอากาศที่หนาวเย็นนานถึงเดือน ม.ค.และสภาพอากาศแห้งแล้ง ทำให้นาข้าวในหลายพื้นที่ไม่มีการผสมเกสร หรือผสมเกสรน้อยลง ทำให้เมล็ดข้าวกลายเป็นข้าวลีบ ผลผลิตข้าวต่อไร่ลดลงในขณะที่ต้นทุนการผลิตไม่ลดลง โอกาสขาดทุนจึงสูงมาก

ขณะเดียวกัน สถานการณ์ปริมาณน้ำในเขื่อนใหญ่ คือ เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ที่ส่งน้ำหล่อเลี้ยงพื้นที่ในภาคกลางมีน้ำเหลือไม่มาก ยิ่งล่าสุดองค์การอุตุนิยมวิทยาโลกแห่งสหประชาชาติ ชี้ว่า ในเดือน มี.ค.นี้ จะเจอปัญหาภัยแล้งรุนแรงในเอเชีย โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะรุนแรงขึ้น และมีความเป็นไปได้ว่าจะพัฒนาสู่ปรากฏการณ์เอลนินโญระดับอ่อนกลางปี 2557

นั่นยิ่งเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ภัยแล้งในไทยให้หนักหน่วงยิ่งขึ้น

เพราะล่าสุดพื้นที่ปลูกข้าวนาปรังของไทยในพื้นที่ 22 จังหวัด มีพื้นที่ปลูกข้าวรวมกันกว่า 8.7 ล้านไร่ จากแผนเดิม 4.74 ล้านไร่ เกินจากแผนไป 3.96 ล้านไร่ มีความเสี่ยงที่ข้าวในนาจะอยู่ในภาวะยืนต้นตายเพราะขาดน้ำจะสูงขึ้น หรือหากชาวนาต้องซื้อน้ำมาเติมในนา ก็จะทำให้ต้นทุนการปลูกข้าวสูงขึ้น

นอกจากนี้ ชาวนายังต้องเจอทุกข์และความเดือดร้อนเด้งที่ 3 เมื่อรัฐบาลรักษาการ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ประกาศว่า จะไม่ทำโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรังอีกแล้ว ผลที่ตามมา คือ ชาวนาจะขายข้าวเปลือกไม่ได้ราคา และต้องมีภาระขาดทุนในที่สุด

เพราะจากข้อมูลกระทรวงเกษตรของสหรัฐ ประเมินว่า แม้ว่าปีนี้จะมีปัญหาภัยแล้งในหลายพื้นที่ทั่วโลก ปริมาณการผลิตข้าวทั่วโลกในปี 2557 น่าจะอยู่ที่ 471.5 ล้านตัน มากกว่าปริมาณการบริโภคที่ 471 ล้านตัน อยู่ราว 5 แสนตัน ขณะที่ปริมาณสต๊อกข้าวที่เริ่มต้นในปี 2557 ยังอยู่ที่ 106.8 ล้านตัน

เมื่อผสมกับปัจจัยที่รัฐบาลกอดข้าวไว้ในสต๊อกมากกว่า 17 ล้านตัน และกระทรวงพาณิชย์เร่งเทขายข้าว 1 ล้านตันต่อเดือน จะกระตุ้นให้คู่แข่งของไทยทั้งเวียดนาม อินเดีย ต้องหั่นราคาข้าวมาแข่งขันกับไทย เพื่อครองส่วนแบ่งตลาดไว้ ยิ่งทำให้ราคาข้าวร่วงหนัก

ราคาข้าวสาร 5% ที่ปัจจุบันราคาอยู่ที่ระดับ425-435 เหรียญสหรัฐต่อตัน หรือเมื่อทอนกลับมาเป็นข้าวเปลือกความชื้น 15% ราคาตลาดอยู่ที่7,840 บาท อาจจะต้องลดต่ำลงมาอีก

สมพร อิศวิลานนท์ นักวิชาการด้านข้าว สถาบันคลังสมองแห่งชาติ ระบุว่า โครงการรับจำนำข้าวทำให้ตลาดข้าวเอกชนหรือตลาดกลางชุมชนถูกทำลายไปหมด ชาวนาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากนำข้าวเปลือกมาขายให้โรงสีและจะได้อยู่ที่ไม่เกิน 6,000-7,000 บาทต่อตัน

“เรียกได้ว่าโครงการจำนำข้าวเป็นโครงการที่เลวก็ว่าได้ เพราะ 2 ปีแรกชาวนาได้เงินจริง แต่จะมาหมดตัวในปีที่ 3 เพราะขายข้าวไม่ได้ราคา แถมค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าเช่าที่ดินไม่ได้ลดลง” สมพร ระบุ

นี่จึงเป็นทุกข์ 3 เด้งที่ชาวนาต้องเผชิญในขณะนี้

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่