
"เวเทอเรน คอมโพสต์" ท.ทหารทำปุ๋ย
ก้องภพ เทอดสุวรรณ
ก้องภพ เทอดสุวรรณ
ถึงแม้ว่าอดีตทหารผ่านศึกอย่าง จัสเต็น การ์ริตี้ จะผ่านสมรภูมิมาแล้วทั่วโลก เคยประจำการทั้งในเกาหลีใต้และอัฟกานิสถาน ทว่าสำหรับในสมรภูมิตลาดแรงงาน การ์ริตี้ กลับพ่ายแพ้โดยสิ้นเชิง หลังจากพบว่าตนกลับมาสหรัฐในช่วงที่ตลาดแรงงานซบเซาอย่างแรง
เมื่อประสบการณ์ในกองทัพและปริญญาตรีด้านระบบสารสนเทศที่ การ์ริตี้ ถืออยู่ไม่ได้ช่วยให้หางานง่ายขึ้น การ์ริตี้ จึงตัดสินใจเบนเข็มหันมาสร้างธุรกิจด้วยตนเอง ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา “เวเทอเรน คอมโพสต์” ธุรกิจรีไซเคิลขยะเป็นปุ๋ยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น
แม้จะเป็นเพียงธุรกิจทำปุ๋ย แต่ก็ดูถูกไม่ได้เลยจริงๆ เพราะล่าสุดเพิ่งได้รับรางวัล “ผู้ประกอบการแห่งปี” นอกจากนี้ หนังสือพิมพ์แมรี่แลนด์ เดลี่ ยกย่องให้เป็นถึง 1 ใน 20 นักธุรกิจที่น่าจับตามองที่สุดในปี 2011 และในปี 2012 เวเทอเรน คอมโพสต์ ได้รับรางวัลฮาร์ฟอร์ดด้านเจ้าของกิจการจากสภาหอการค้าแห่งฮาร์ฟอร์ด นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับกิจการทำปุ๋ยแห่งนี้
สิ่งแรกที่ การ์ริตี้ คิดเมื่อตัดสินใจเริ่มทำธุรกิจ คือ “ธุรกิจนี้ต้องไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม” เนื่องจากทหารผ่านศึกผู้นี้เป็นผู้รักธรรมชาติตั้งแต่วัยเยาว์ และมักจะหมดเวลาเป็นวันๆ ไปกับการเล่นในป่า และคลุกคลีอยู่กับธรรมชาติ
การ์ริตี้ จึงเริ่มศึกษาโอกาสทางธุรกิจต่างๆ จนพบว่าในสหรัฐมีขยะหลายล้านตันต่อวัน ยิ่งไปกว่านั้น 2 ใน 3 ของขยะนั้น สามารถนำมาทำปุ๋ยได้
“เมื่อผมคิดจะเริ่มต้นทำธุรกิจ ผมจึงศึกษาและเก็บข้อมูลอยู่หลายปีก่อนจะพบความจริงบางอย่างว่า 2 ใน 3 ของขยะในสหรัฐสามารถนำมาทำปุ๋ยได้” การ์ริตี้ กล่าวพร้อมเสริมว่า นับว่าเป็นเรื่องประจวบเหมาะพอดีที่ตลาดปุ๋ยในสหรัฐยังคงเปิดกว้าง นับเป็นโอกาสทางธุรกิจที่ดีที่จะทำเงินไปพร้อมกับรีไซเคิลขยะไปด้วย
เมื่อคิดได้ดังนั้น ทหารผ่านศึกผู้นี้จึงเริ่มเช่าพื้นที่เปล่าเพื่อใช้เป็นพื้นที่ในการทำปุ๋ย ส่วนวิธีการทำปุ๋ยก็ไม่ยาก เพียงแค่นำขี้เลื่อยจากโรงทำไม้ในท้องถิ่นมาปูรองพื้นก่อนจะนำขยะเปียกมาเททับและกลบด้วยขี้เลื่อยอีกครั้ง หลังจากนั้นก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของธรรมชาติในการย่อยสลาย ซึ่งปุ๋ยที่ได้จะเป็นปุ๋ยที่มีคุณภาพ และปราศจากสารเคมี
ขณะนี้ เวเทอเรน คอมโพสต์ มีสัญญารับขยะจาก ร้านอาหารหลายร้านและหลายโรงเรียนในเขตเมืองบาวติมอร์ เพื่อนำมาเป็นวัตถุดิบในการทำปุ๋ย ซึ่งช่วยสังคมในการกำจัดขยะได้ถึง 15 ตันต่อสัปดาห์ และเปลี่ยนขยะเหล่านั้นเป็นเงินได้ถึง 4060 เหรียญสหรัฐ (ราว 1,3131,961 บาท) ต่อขยะ 1 ตันเลยทีเดียว
การ์ริตี้ ได้เผยถึงเคล็ดลับความสำเร็จในธุรกิจว่า คือการปรับใช้ประสบการณ์ในการรับใช้ชาติมาเป็นทักษะสำหรับการเป็นเจ้าของกิจการ
“หัวใจสำคัญของความเป็นทหาร คือความแข็งแกร่งของทั้งร่างกายและจิตใจ การเป็นทหารสอนให้้ทำตามเป้าหมาย ไม่ว่าภารกิจนั้นจะยากซักเพียงใดก็ตาม” ทหารผ่านศึกกล่าวถึงสิ่งที่ได้รับจากกองทัพ พร้อมระบุว่า การเป็นทหารถือเป็นงานที่แย่ที่สุด ในที่ที่เลวร้ายที่สุด ถึงแม้ว่าการทำงานในเวเทอเรน คอมโพสต์ จะหนักและยากขนาดไหน แต่การ์ริตี้มักจะบอกตนเองเสมอว่า “อย่างน้อยก็ไม่ได้อยู่ในอัฟกานิสถาน พื้นที่ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุด แม้ว่าจะได้พักผ่อนอย่างจำกัดก็ตาม”
ถึงแม้ว่าธุรกิจนี้จะได้ชื่อว่าประสบความสำเร็จ แต่อดีตทหารอิรักรายนี้ก็ยังไม่พอใจ และพร้อมที่จะขยายกิจการปุ๋ยอีก โดยล่าสุด การ์ริตี้ เผยว่า จะทำปุ๋ยที่ได้จากการย่อยสลายโดยไส้เดือน เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัท
“มีเกษตรกรมาถามหาปุ๋ยชนิดนี้กับผมหลายครั้งแล้ว” การ์ริตี้ ทิ้งท้ายไว้
นับเป็นความคิดสร้างสรรค์อย่างหาที่เปรียบไม่ได้จริงๆ สำหรับธุรกิจที่ทำเงินจากสิ่งที่ไม่มีคนต้องการ กลายเป็นธุรกิจทำเงิน นอกจากนี้ยังช่วยสังคมรอบข้างในการกำจัดขยะอีกด้วย นับว่าเป็นหนึ่งในแนวทางธุรกิจที่น่านำมาปรับใช้กับสังคมไทยจริงๆ







