
กองตราสารหนี้นอกยังปึ้ก
กสิกรมองเงินเปโซอ่อนกระทบตลาดเกิดใหม่ยันพอร์ตลงทุนไม่ลงทุนอาร์เจนตินา
กสิกรมองเงินเปโซอ่อนกระทบตลาดเกิดใหม่ยันพอร์ตลงทุนไม่ลงทุนอาร์เจนตินา
บลจ.กสิกรไทย มั่นใจสถานการณ์อาร์เจนตินาตุรกี ไม่กระทบกองทุนตราสารหนี้นอก ออกกองใหม่จ่าย 3.20%
นายนาวิน อินทรสมบัติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์ค่าเงินสกุลเปโซของอาร์เจนตินา ซึ่งอ่อนค่าลงมาแรงในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา อาจส่งผลกระทบต่อตลาดเกิดใหม่ในภาพรวม แต่จะไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อประเทศอื่นๆ ที่กองทุนของ บลจ.กสิกรไทย เข้าไปลงทุน
ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้นักลงทุนกังวลว่าจะทำให้ค่าเงินของประเทศในแถบละตินอเมริกาและตลาดเกิดใหม่อ่อนตาม และทำให้เงินลงทุนไหลออกจากประเทศตลาดเกิดใหม่ ซึ่งส่งผลเสียต่อเนื่องต่อเศรษฐกิจโลก
อย่างไรก็ตาม วันที่ 30 ม.ค.-3 ก.พ. 2557 บลจ.กสิกรไทย เสนอขายกองทุนเปิดเค เอ็นแฮนซท์ ตราสารหนี้ต่างประเทศ 6 เดือน เจ (KEFF6MJ) ประมาณการผลตอบแทนสุทธิ 3.05% ต่อปี และกองทุนเปิดเค เอ็นแฮนซท์ ตราสารหนี้ต่างประเทศ 1 ปี ซี (KEFF1YC) ประมาณการผลตอบแทนสุทธิ 3.20% ต่อปี ทั้งกำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำ 1 ล้านบาท
นายนาวิน กล่าวว่า กองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศที่เสนอขายในสัปดาห์นี้ไม่มีการลงทุนในตราสารหนี้ของสถาบันการเงินในอาร์เจนตินา แต่จะมีการลงทุนในตราสารหนี้ที่ออกโดยสถาบันการเงินในตุรกีและบราซิล นอกจากนี้ การลงทุนส่วนใหญ่จะลงทุนในสกุลเงินเหรียญสหรัฐ ซึ่งกองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวนอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ดังกล่าว ล่าสุด ธนาคารกลางตุรกีได้ออกมาตรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อป้องกันการไหลออกของเงินทุนและส่งผลให้ค่าเงินตุรกีปรับตัวแข็งค่าขึ้นในเวลาต่อมา
สำหรับกรณีกระแสข่าวปัญหาของระบบทรัสต์ที่เกิดขึ้นกับสถาบันการเงินในประเทศจีน ที่คาดว่าธนาคารจะมีประกาศการผิดนัดชำระหนี้ของบริษัทผู้ออกตราสารประเภททรัสต์ ซึ่งปัจจุบันมีปัญหาด้านสถานะทางการเงิน โดยปัญหาดังกล่าวทำให้นักลงทุนเกิดความกังวลต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจและระบบการเงินในจีน ซึ่ง บลจ.กสิกรไทย ไม่มีการลงทุนในตราสารประเภททรัสต์ดังกล่าว แต่มีการลงทุนในเงินฝากและตราสารหนี้ของธนาคารจีนที่มีสาขาในต่างประเทศ ได้แก่ สาขาฮ่องกงและมาเก๊า ซึ่งมีระบบการเงินที่เข้มงวดมากกว่าในประเทศจีน
นอกจากนี้ ธนาคารจีนส่วนใหญ่ที่ บลจ.กสิกรไทย เข้าไปลงทุนในเงินฝากของ China Construction Bank Corporation, สาขาฮ่องกง และเงินฝาก Bank of China, สาขามาเก๊า เป็นสถาบันการเงินชั้นนำของประเทศที่ถือหุ้นใหญ่โดยรัฐบาลจีน ซึ่งมีอันดับความน่าเชื่อถือสูงในระดับ A และมีเงินทุนสำรองอยู่ในระดับสูง จึงมีความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ค่อนข้างต่ำ จึงทำให้ผู้ลงทุนเชื่อมั่นต่อตราสารหนี้ที่ บลจ.กสิกรไทย จะเข้าไปลงทุนได้







