
จับตาเฟดลดคิวอีในการประชุมปลายเดือนนี้
กสิกรไทย คาดการณ์ประชุมเฟดรอบแรกของปี ปรับลดขนาดคิวอี ท่ามกลางการฟื้นตัวต่อเนื่องของเศรษฐกิจสหรัฐฯ
กสิกรไทย คาดการณ์ประชุมเฟดรอบแรกของปี ปรับลดขนาดคิวอี ท่ามกลางการฟื้นตัวต่อเนื่องของเศรษฐกิจสหรัฐฯ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า ในปี 2557 คงเป็นอีกปีที่ตลาดการเงินคงให้ความสนใจต่อการดำเนินนโยบายการเงินของเฟด โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับจังหวะความต่อเนื่องในการปรับลดขนาดการซื้อสินทรัพย์ภายใต้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) หลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงินของสหรัฐฯ (FOMC) ได้มีมติในการประชุมครั้งสุดท้ายของปี 2556 ให้เริ่มปรับลดขนาดการซื้อสินทรัพย์ลง 10 พันล้านดอลลาร์ฯ ในเดือน มกราคม 2557 นี้ ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ในการประชุมรอบแรกของปี 2557 ในวันที่ 28-29 มกราคม นี้ คณะกรรมการนโยบาย FOMC น่าจะมีมติให้ปรับลดขนาดการซื้อสินทรัพย์ลงอีก 10 พันล้านดอลลาร์ฯ จาก 75 พันล้านดอลลาร์ฯ/เดือน เหลือ 65 พันล้านดอลลาร์ฯ/เดือน เพื่อรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจในระยะยาว ท่ามกลางตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจที่สะท้อนการฟื้นตัวที่ยั่งยืนของสหรัฐฯ
แม้ว่าข้อมูลการจ้างงานสะท้อนการชะลอตัวในเดือนธันวาคม ที่ผ่านมา คาดเฟดยังคงดำเนินการปรับลดขนาดการซื้อสินทรัพย์ลงต่อเนื่องอีก 10 พันล้านดอลลาร์ฯ ท่ามกลางมุมมองเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยรวมที่ยังเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
แม้ข้อมูลล่าสุดของตลาดแรงงานสหรัฐฯ จะสะท้อนถึงการขยายตัวที่ชะลอลงของการจ้างการงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯ โดยเดือนธันวาคม 2556 ขยายตัวเพียง 74,000 ตำแหน่ง โดยเป็นผลส่วนหนึ่งจากสภาวะอากาศที่หนาวเย็นเป็นพิเศษ ขณะที่มาตรการการปรับลดรายจ่าย (Sequestration) ก็กดดันการจ้างงานภาครัฐอีกทางหนึ่งด้วย อย่างไรก็ดี ปัจจัยกดดันตลาดแรงงานสหรัฐฯ ดังกล่าวถือว่าเป็นปัจจัยชั่วคราว และไม่น่าส่งผลกระทบต่อภาวะการฟื้นตัวของการจ้างงานในภาพรวมอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ หากพิจารณาค่าเฉลี่ยของการเพิ่มตำแหน่งงานในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา ยังคงอยู่ที่ระดับ 172,000 ตำแหน่ง/เดือน ไม่แตกต่างจากค่าเฉลี่ยทั้งปี 2556 ที่ 182,000 ตำแหน่ง/เดือน เท่าใดนัก ขณะที่ ยอดการขอรับสวัสดิการว่างงานเฉลี่ย 4 สัปดาห์ และอัตราการว่างงานในเดือนธันวาคม 2556 ก็ยังคงปรับลดลงต่อเนื่อง
ท่ามกลางมุมมองต่อตลาดแรงงานที่ยังคงมีโมเมนตัมที่ดี กอปรกับเครื่องชี้วัดทางเศรษฐกิจอื่นๆ ของสหรัฐฯ ในภาพรวม ก็ยังคงบ่งชี้ถึงการฟื้นตัวอย่างยั่งยืนของเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริโภคอันเป็นภาคส่วนสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นยอดค้าปลีก และยอดขายรถยนต์ที่ขยายตัวต่อเนื่อง ขณะที่เครื่องชี้ภาคการผลิต (ISM Manufacturing) และอัตราการใช้กำลังการผลิตที่มีแนวโน้มสดใสเช่นกัน ทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า เฟดจะยังคงเดินหน้าปรับลดขนาดการซื้อสินทรัพย์ลงอีก 10 พันล้านดอลลาร์ฯ/เดือน ต่อเนื่องในการประชุมในวันที่ 28-29 มกราคม นี้
นอกจากนี้ ยังคาดว่าการปรับลดการซื้อสินทรัพย์ภายใต้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณหลังจากนี้ ก็คงเป็นไปในลักษณะการทยอยปรับลด เพื่อประคับประคองการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ขณะเดียวกันก็เป็นการสื่อสารกับตลาดเพื่อบริหารจัดการการคาดการณ์ของตลาดให้เป็นไปในทิศทางตามที่เฟดให้สัญญาณ ทั้งนี้ อาจต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงระยะสั้นๆ ที่อาจกระทบจังหวะในการปรับลดขนาดการซื้อสินทรัพย์ของเฟดในอนาคต อาทิ ผลการเจรจาการขยายเพดานหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ซึ่งมาตรการผ่อนผันชั่วคราวจะสิ้นสุดลงในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2557 รวมถึงพัฒนาการของตลาดแรงงานในระยะข้างหน้าว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในเชิงลบ จนอาจกระทบเสถียรภาพการฟื้นตัวของตลาดแรงงานหรือไม่ นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเกี่ยวกับเสถียรภาพของระบบการเงินจีน และความเปราะบางของเศรษฐกิจประเทศเกิดใหม่ ที่อาจจะส่งต่อผลกระทบต่อเนื่องไปยังประเทศอื่นๆ และอาจทำให้ภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกต้องเผชิญกับความเสี่ยงมากขึ้น ก็เป็นได้ ซึ่งหากความเสี่ยงดังกล่าวเหล่านี้ มีพัฒนาการไปในทิศทางที่แย่ลงอย่างมีนัยสำคัญ ก็มีความเป็นไปได้เพิ่มขึ้นที่เฟดอาจจะผ่อนการปรับลดขนาดการซื้อสินทรัพย์ในจังหวะที่ช้าลง ในระยะถัดไป
จับตาการเปลี่ยนผ่านตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ จากนาย Bernanke เป็น นาง Yellen รวมทั้ง การผลัดเปลี่ยนคณะกรรมการนโยบายการเงินของสหรัฐ (Federal Open Market Committee) ชุดใหม่ ที่อาจจะมีผลต่อแนวทางในการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดในระยะข้างหน้า
ท่ามกลางกระแสการคาดการณ์ของตลาดเกี่ยวกับผลกระทบต่อจังหวะและท่าทีของเฟดต่อการปรับลดมาตรการ QE ภายใต้การเปลี่ยนผ่านตำแหน่งประธานเฟด จากนาย Bernanke เป็นนาง Yellen ซึ่งจากถ้อยแถลงในอดีตของ Yellen ทำให้ตลาดคาดว่าทิศทางของเฟดภายใต้การนำของนาง Yellen อาจเป็นไปในลักษณะประคับประคองและให้ความสำคัญกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดแรงงาน ภายใต้สถานการณ์เงินเฟ้อที่ยังไม่เป็นประเด็นกังวล นอกจากนี้ หลังจากการประชุมในรอบนี้ จะมีการเปลี่ยนองค์ประกอบของคณะกรรมการนโยบายการเงินของสหรัฐฯ (FOMC) โดยคณะกรรมการชุดเก่าหลายท่านจะสิ้นสุดวาระลงในการประชุมรอบนี้ เช่นกัน
ทั้งนี้ แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารระดับสูงของเฟดและองค์ประกอบของคณะกรรมการ FOMC คงจะไม่นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงท่าทีเชิงนโยบายของเฟดอย่างมีนัยสำคัญ แต่ก็เป็นอีกปัจจัยที่น่าติดตาม เนื่องจากคงมีผลต่อจังหวะ ทิศทางและแนวโน้มของนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ในระยะข้างหน้า ซึ่งก็คงมีผลโดยตรงต่อภาวะตลาดการเงินโลก และกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย อันจะสร้างความท้าทายเชิงนโยบายให้แก่ธนาคารกลางทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธนาคารกลางของประเทศตลาดเกิดใหม่ ในการบริหารจัดการความผันผวนดังกล่าว ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด
กล่าวโดยสรุป ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า เฟดน่าจะยังคงดำเนินการปรับลดขนาดการซื้อสินทรัพย์ตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณลงอีก 10 พันล้านดอลลาร์ฯ ในการประชุมครั้งแรกของปี 2557 ในวันที่ 28-29 มกราคม นี้ ท่ามกลาง เครื่องชี้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังคงยืนยันภาพการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการจ้างงานนอกภาคการเกษตรในเดือน ธันวาคม 2556 จะชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญจากปัจจัยฤดูกาลอันเป็นปัจจัยชั่วคราว
อย่างไรก็ดี ปัจจัยที่ต้องจับตาในระยะอันใกล้คงได้แก่ การเปลี่ยนผ่านตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ จากนาย Bernanke เป็น นาง Yellen รวมทั้ง การผลัดเปลี่ยนคณะกรรมการนโยบายการเงินของสหรัฐ (Federal Open Market Committee) ชุดใหม่ ที่อาจจะมีผลต่อแนวทางในการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดในระยะข้างหน้า ซึ่งคงจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางในการดำเนินนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ในระยะต่อไป นอกจากนี้ ยังต้องจับตาปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่อาจจะกระทบจังหวะในการปรับลดขนาดการซื้อสินทรัพย์ของเฟด อาทิ การเจรจาในการขยายเพดานหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ และพัฒนาการของตลาดแรงงาน ตลอดจนประเด็นเกี่ยวกับเสถียรภาพของระบบการเงินจีน และความเปราะบางของเศรษฐกิจประเทศเกิดใหม่ อันอาจเป็นปัจจัยที่คงมีผลต่อจังหวะในการปรับลดขนาดการซื้อสินทรัพย์ของเฟดในระยะข้างหน้า







