posttoday
พหุวัฒนธรรมสู่สันติสุข

พหุวัฒนธรรมสู่สันติสุข

28 มกราคม 2557

คนท้องถิ่นในบางพื้นที่ของประเทศไทย เช่น จังหวัดติดชายแดน ถือเป็นพื้นที่ที่มีโอกาสพบเจอกับความหลากหลายทางสังคมและวัฒนธรรมก่อนคนอื่น เนื่องจากมีกลุ่มชาติพันธุ์และประชาชนจากประเทศเพื่อนบ้านข้ามแดนเข้ามาอาศัยในไทย บางพื้นที่เริ่มพบความยากลำบากในการจัดการความหลากหลาย แต่ก็ต้องจัดการให้ได้เพื่อทุกคนในสังคม

คนท้องถิ่นในบางพื้นที่ของประเทศไทย เช่น จังหวัดติดชายแดน ถือเป็นพื้นที่ที่มีโอกาสพบเจอกับความหลากหลายทางสังคมและวัฒนธรรมก่อนคนอื่น เนื่องจากมีกลุ่มชาติพันธุ์และประชาชนจากประเทศเพื่อนบ้านข้ามแดนเข้ามาอาศัยในไทย บางพื้นที่เริ่มพบความยากลำบากในการจัดการความหลากหลาย แต่ก็ต้องจัดการให้ได้เพื่อทุกคนในสังคม

สินอาจ ลำพูนพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 เป็นคนหนึ่งที่ต้องพบเจอกับสถานการณ์ความหลากหลายดังกล่าวมาแล้วระยะหนึ่ง ได้เข้าไปข้องแวะดูแล นักเรียนต่างชนชาติ จนถือเป็น “คนอาเซียน” ที่คร่ำหวอดในวงการ การศึกษาของเชียงใหม่

สินอาจ เล่าว่า โดยทั่วไปคนรู้จักเชียงใหม่เฉพาะ อ.เมือง แต่แท้จริงเชียงใหม่มีอำเภอมากถึง 25 อำเภอ และมีผู้คนอาศัยอยู่หลากหลายกลุ่มมาก โดยกลุ่มที่ไม่ใช่ชาวไทยแท้ ดั้งเดิม จะแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มพื้นที่หลัก กลุ่มพื้นที่แรก คือกลุ่มที่อาศัยตามดอยตามเขา

“กลุ่มนี้เวลาครูจะเข้าไปสอนนี่ลำบากมาก เพราะครูที่บรรจุมักเป็นครูที่อาศัยบนพื้นราบ จึงสื่อสารกับเด็กเล็กๆ ไม่ได้เลย แล้วเวลาเรียนภาษาไทยส่วนใหญ่จะเรียนเขียนและอ่านเป็นหลัก พอมาเรียนฟังและพูดก็มักจะไม่เข้าใจ สื่อสารกันไม่ได้”

ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบเพิ่มเติมให้เด็กไม่สามารถเข้าใจเนื้อหารายวิชาอื่นๆ ได้เลย เมื่อมีการสอบ ONET หรือสอบ NT ในระดับประถมศึกษา จึงได้คะแนนต่ำกว่าพื้นที่อื่นเสมอ เขาและครูในพื้นที่จึงเลือกแก้ปัญหาด้วยการหาครูที่รู้ภาษาถิ่นของคนกลุ่มชาติพันธุ์นั้นๆ เช่น กะเหรี่ยง ม้ง เข้าไปประกบคู่ครูที่สอนเนื้อหาวิชาอื่น

ขณะที่บางพื้นที่มีกลุ่มชาติพันธุ์อาศัยอยู่รวมกัน 78 กลุ่ม ก็ต้องให้ครูใช้ภาษากาย (Body Language) สื่อสารกับเด็ก เพื่อให้เด็กทุกกลุ่มเข้าใจเนื้อหาได้

ขณะที่กลุ่มพื้นที่ที่สอง คือกลุ่มพื้นที่เขตเมือง กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มลูกหลานผู้อพยพ ลูกหลานของแรงงานข้ามชาติชาวพม่า ชาวไทยใหญ่ทั้งที่เดินทางเข้ามาถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎหมาย เด็กกลุ่มพื้นที่เหล่านี้เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ บางโรงเรียนมีสัดส่วนเด็กข้ามชาติมากถึง 50% และบางโรงเรียนขยับขึ้นไปถึง 80-90% แล้ว

“ปัญหาใหญ่ของพื้นที่เหล่านี้ คือผู้คนในพื้นที่จะมีความเข้าอกเข้าใจกันน้อยกว่ากลุ่มพื้นที่แรก คนเมืองจะมีท่าทีเหยียดหยามแรงงานและ ลูกหลานของแรงงานเหล่านี้มากกว่า แล้วก็มีท่าทีไม่เคารพนับถือกัน เป็นเรื่องที่ต้องแก้ปัญหา”

สินอาจ มองว่า การเตรียมพร้อมจัดการศึกษาที่ดีให้แก่เด็กทุกคน จะเป็นสิ่งสำคัญในการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เพราะแน่นอนว่าย่อมมีคนต่างชาติเข้ามาประเทศไทยมากขึ้น ต้องจัดการศึกษาให้คนต่างชาติเข้าใจภาษาไทย เข้าใจบริบทเมืองไทยและรักเมืองไทยมากขึ้น เพราะ คนกลุ่มนี้มีแนวโน้มจะไม่กลับออกไปแล้ว ขณะเดียวกันก็ต้องทำให้คนไทยลดความไม่ไว้วางใจเพื่อนบ้าน ดูถูกคนชาติพันธุ์อื่นให้น้อยลง

“เวลาจัดการเรียนการสอน เรา ต้องให้น้ำหนักกับเรื่องอัตลักษณ์และขนบธรรมเนียมประเพณีของตัวเด็กเองและเพื่อนๆ ชาติพันธุ์อื่นของเด็กลงไปด้วย ให้สังคม พหุวัฒนธรรมนี้เกิดความเข้าใจ เกิดการเรียนรู้ เคารพนับถือกันและกัน นำไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข”

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่