
"อัตราผลตอบแทนพันธบัตรเคลื่อนไหวแคบๆ"
ภาวะตลาดตราสารหนี้ (20-24 ม.ค. 2557) ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (5 วันทำการ) มีมูลค่ารวม 357,458 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 71,492 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 18% ทั้งนี้ เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้วจะพบว่ากว่า 64% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 227,965 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 90,443 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 6,892 ล้านบาท หรือคิดเป็น 25% และ 2% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ
ภาวะตลาดตราสารหนี้ (20-24 ม.ค. 2557) ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (5 วันทำการ) มีมูลค่ารวม 357,458 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 71,492 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 18% ทั้งนี้ เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้วจะพบว่ากว่า 64% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 227,965 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 90,443 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 6,892 ล้านบาท หรือคิดเป็น 25% และ 2% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ
เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Yield Curve) เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบๆ หรือปรับตัวเพิ่มขึ้น/ลดลงในช่วงประมาณ 3 ถึง +1 Basis Point (100 Basis Point มีค่าเท่ากับ 1%) ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติได้กลับมาซื้อสุทธิในตลาดตราสารหนี้ไทยอีกครั้ง หลังจากขายสุทธิต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี
ประเด็นที่นักลงทุนให้ความสนใจและส่งผลกระทบต่อตลาดตราสารหนี้ไทยในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้แก่ ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งแรกของปีนี้ ซึ่งมีมติ 4 ต่อ 3 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.25% ตามเดิม โดยมีมุมมองเชิงบวกต่อสภาพเศรษฐกิจไทย บวกกับอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรที่ปรับตัวลงไปก่อนหน้านี้ จากการคาดการณ์ว่าจะมีการลดดอกเบี้ยนโยบาย ทำให้มีแรงขายในตลาดหลังผลการประชุมของ กนง.
อย่างไรก็ตาม จากการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในเขตกรุงเทพฯ ของรัฐบาล กดดันให้ตลาดมีความกังวล ส่งผลให้มีแรงซื้อเข้ามาในตลาดตราสารหนี้เช่นกัน เพื่อลดความเสี่ยงจากราคาสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ ที่ค่อนข้างผันผวน และด้วยแรงซื้อสลับกับแรงขายนี้เอง อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรจึงเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบๆ ตลอดทั้งสัปดาห์
ในสัปดาห์นี้นักลงทุนต่างชาติมียอด ซื้อสุทธิ ในตราสารหนี้ทุกประเภท (ทั้งระยะสั้นและระยะยาว) รวมกัน 3,411 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว 437 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น (อายุคงเหลือน้อยกว่า 1 ปี) 2,975 ล้านบาท ทางด้านนักลงทุนรายย่อยมียอดซื้อสุทธิ 698 ล้านบาท







