
สินเชื่อไตรมาส1แนวโน้มชะลอจากการเมือง
กสิกรไทย รายงานแนวโน้มสินเชื่อ-เงินฝากไตรมาส 1/57 เติบโตชะลอลง จากปัญหาเศรษฐกิจการเมือง
กสิกรไทย รายงานแนวโน้มสินเชื่อ-เงินฝากไตรมาส 1/57 เติบโตชะลอลง จากปัญหาเศรษฐกิจการเมือง
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้รวบรวมข้อมูลสินเชื่อ เงินฝาก และสภาพคล่องของระบบธนาคารพาณิชย์ไทยที่ประกอบด้วยธนาคารพาณิชย์ไทย 14 แห่ง (เบื้องต้น) ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2556 เทียบกับสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2556 และสิ้นปี 2555 พร้อมประเมินแนวโน้มสินเชื่อ เงินฝาก และสภาพคล่องในระยะถัดไป โดยมีรายละเอียด ดังนี้
สภาพคล่องเดือน ธ.ค.2556 ตึงตัวขึ้นเล็กน้อย...จากเงินให้สินเชื่อที่เพิ่มขึ้นมากกว่าผลรวมของเงินฝากกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม
--> ยอดเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้สุทธิ ของ 14 ธนาคารพาณิชย์ไทย ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2556 มีจำนวน 9.49 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 1.18 แสนล้านบาท จากยอดคงค้างที่ 9.38 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2556 (นำโดยการเพิ่มขึ้นของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่และขนาดกลาง) โดยการเติบโตของยอดเงินให้สินเชื่อในเดือนธันวาคมที่ผ่านมานั้น คาดว่าได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินเชื่อของทุกกลุ่มลูกค้า ทั้งกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี รวมถึงลูกค้ารายย่อย ท่ามกลางการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตามปัจจัยฤดูกาล ขณะที่ เมื่อพิจารณาภาพรวมทั้งปี 2556 แล้ว พบว่า เงินให้สินเชื่อสุทธิของธนาคารไทยเพิ่มขึ้น 9.02 แสนล้านบาท หรือเติบโตร้อยละ 10.49 เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2555
--> ด้านยอดเงินฝาก มีจำนวน 10.22 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.99 หมื่นล้านบาท จากยอดคงค้างที่ 10.17 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2556 ขณะที่ ตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม (ซึ่งมีตั๋วแลกเงินเป็นหนึ่งในองค์ประกอบ) มีจำนวน 8.09 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.58 พันล้านบาทจากเดือนก่อนหน้า ทำให้เมื่อรวมเงินฝากกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืมแล้ว พบว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 11.03 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.55 หมื่นล้านบาท จากระดับ 10.98 ล้านล้านบาท ในเดือนก่อนหน้า ขณะที่ เมื่อพิจารณาภาพรวมทั้งปี 2556 แล้ว พบว่า ยอดเงินฝากรวมกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืมของธนาคารไทยเพิ่มขึ้น 9.34 แสนล้านบาท หรือเติบโตร้อยละ 9.25 เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2555
--> สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ไทยในเดือนธันวาคม 2556 ตึงตัวขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า อันเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อที่มากกว่าผลรวมของเงินฝากกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม ดังสะท้อนให้เห็นผ่านอัตราส่วนสินเชื่อรวมต่อเงินฝากรวมกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม (Gross Loans to Deposits and Borrowings) ปรับเพิ่มขึ้นมาที่ระดับร้อยละ 89.37 เมื่อเทียบกับ ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2556 ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 88.71
อย่างไรก็ดี หากพิจารณาสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ไทยปี 2556 เทียบกับปี 2555 แล้วพบว่า เครื่องชี้สภาพคล่องด้านอัตราส่วนสินเชื่อรวมต่อเงินฝากรวมกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืมปรับตัวอยู่ในกรอบแคบๆ ที่ระหว่างร้อยละ 88.0 - ร้อยละ 90.0 ใกล้เคียงกับระดับ ณ สิ้นปี 2555 ที่ร้อยละ 88.28 ซึ่งสะท้อนการบริหารจัดการเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ให้เติบโตได้ในระดับที่สอดคล้องกับโมเมนตัมการขยายตัวของสินเชื่อตลอดทั้งปี 2556
--> ด้านสินทรัพย์สภาพคล่องในงบดุลของธนาคารพาณิชย์ไทยตามความหมายกว้าง ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2556 มีจำนวน 2.80 ล้านล้านบาท หรือปรับเพิ่มขึ้น 1.80 แสนล้านบาท จาก ณ สิ้นปี 2555 โดยเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นในทุกองค์ประกอบของสภาพคล่อง นำโดยเงินลงทุนสุทธิในตลาดเงินระยะสั้น เงินลงทุนสุทธิในหลักทรัพย์ (รวมเงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมสุทธิ) และองค์ประกอบด้านเงินสดตามลำดับ ทั้งนี้ หากไม่รวมเงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมสุทธิแล้ว สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์จะอยู่ที่ระดับ 2.66 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2556 เพิ่มขึ้นเช่นกันจากระดับ 2.47 ล้านล้านบาท ณ สิ้นปี 2555
หลากหลายปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจที่ยังไม่คลี่คลาย...กดดันการเติบโตของสินเชื่อและเงินฝากในไตรมาส 1/2557
ต้องยอมรับว่า เส้นทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาส 1/2557 ยังคงเผชิญหน้ากับหลากหลายปัจจัยเสี่ยงด้านขาลงที่อาจกดดันกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศ โดยเฉพาะความเสี่ยงจากปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะยุติลงอย่างไร อันส่งผลกดดันการใช้จ่ายของทุกๆ ภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคครัวเรือน นอกจากนั้น การจับจ่ายใช้สอยของประชาชนยังถูกกดดันเพิ่มเติมจากสถานการณ์หนี้ครัวเรือนสะสมในระดับสูง ตลอดจนภาระค่าครองชีพที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเมื่อผนวกกับ ภาคการส่งออกของไทยที่ยังไม่แน่ว่าจะสามารถกลับมาเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้อย่างเต็มที่ แม้จะเริ่มมีอานิสงส์เชิงบวกจากการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกแล้ว ก็ล้วนแต่เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลให้การกำหนดแผนธุรกิจของธนาคารพาณิชย์ไทยในปี 2557 สะท้อนการเติบโตทางธุรกิจที่ระมัดระวังมากขึ้น
ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า การเติบโตของสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ไทยในช่วงไตรมาส 1/2557 มีแนวโน้มขยายตัวได้ในอัตราร้อยละ 8.5 - 9.0 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ชะลอลงจากปี 2556 ที่เติบโตได้เหนือกว่าเลขสองหลัก อันสอดคล้องกับความต้องการสินเชื่อที่ชะลอตัวลงจากความเสี่ยงเศรษฐกิจและการเมือง ตลอดจนนโยบายเครดิตของแต่ละธนาคารพาณิชย์ที่มีความเข้มงวดมากขึ้น ทั้งเพื่อคัดกรองลูกค้าศักยภาพที่มีอุปสงค์ต่อสินเชื่อ และเพื่อบริหารคุณภาพพอร์ตสินเชื่อให้อยู่ในระดับที่ไม่เป็นกังวล
สำหรับแนวโน้มเงินฝากนั้น คาดว่า โมเมนตัมสินเชื่อที่มีแนวโน้มอ่อนแรงลงตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจไทย คงทำให้ธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งบริหารจัดการเงินฝากด้วยความระมัดระวัง ทั้งเพื่อบริหารต้นทุนทางการเงินให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และเพื่อให้สภาพคล่องของธนาคารเติบโตสอดคล้องกับความก้าวหน้าของสินเชื่อ อย่างไรก็ดี ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า แม้ความจำเป็นในการเร่งระดมเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2557 อาจไม่ชัดเจนมากนักเมื่อเทียบกับช่วงหลายปีที่ผ่านมาที่เห็นการออกผลิตภัณฑ์เงินฝากอย่างหนาแน่น แต่เชื่อว่าธนาคารพาณิชย์คงยังทยอยออกผลิตภัณฑ์เงินฝากที่ให้ผลตอบแทนจูงใจ หรือสามารถเทียบเคียงได้กับผลตอบแทนของช่องทางออมอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งเพื่อรักษาฐานลูกค้าไว้กับธนาคารและเพื่อต่อยอดไปสู่การใช้ผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆ ที่ช่วยเสริมรายได้ค่าธรรมเนียมให้กับธนาคารพาณิชย์ อาทิ บัตรเดบิต แบงก์แอสชัวรันส์ เป็นต้น
ส่วนประเด็นที่ต้องติดตามในระยะถัดไป คงได้แก่ ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจและการเมืองในประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของสินเชื่อ และคุณภาพหนี้ของธนาคารพาณิชย์ การขยายตัวของเงินฝาก ตลอดจนมีน้ำหนักต่อการกำหนดทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงินในระยะถัดไป







