posttoday
ยกเครื่องเอสเอ็มอีแบงก์เงินกองทุนไม่ติดลบแล้ว

ยกเครื่องเอสเอ็มอีแบงก์เงินกองทุนไม่ติดลบแล้ว

27 มกราคม 2557

กนกวรรณ บุญประเสริฐ

กนกวรรณ บุญประเสริฐ

เอสเอ็มอีแบงก์ ยกเครื่องเสร็จแล้วเตรียมขอคลังออกจากแผนฟื้นฟูในไตรมาสแรกปีนี้ หลังเจอหนี้เสียสะบักสะบอม

มนูญรัตน์ เลิศโกมลสุข กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์ เตรียมทำเรื่องเสนอกระทรวงการคลังเพื่อขอออกจากแผนยุทธศาสตร์ฟื้นฟูธนาคาร หลังจากแนวโน้มการดำเนินงานทั้งด้านการปล่อยสินเชื่อเดินหน้าได้อย่างมีศักยภาพ การแก้ไขปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 3.1 หมื่นล้านบาท และเตรียมตัดสินทรัพย์รอการขาย (เอ็นพีเอ) ที่อยู่ระหว่างเจรจากับบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท (บสส.) จำนวน 2,000 ล้านบาท และอยู่ระหว่างขอคณะกรรมการธนาคารอนุมัติตัดหนี้สูญ ซึ่งเป็นหนี้เดิมในอดีต วงเงินประมาณ 1,200 ล้านบาท ซึ่งหากตัดส่วนดังกล่าวออกไป จะทำให้เอ็นพีแอลลดลงเหลือ 2.8 หมื่นล้านบาทเท่านั้น

ขณะที่เงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (บีไอเอส) อยู่สูงกว่าระดับ 8.5% แล้ว แต่เมื่อรวมเงินเพิ่มทุนจากกระทรวงการคลังที่จะเข้ามาอีก 2,000 ล้านบาท ส่งผลให้บีไอเอสของธนาคารอยู่ในระดับสูงถึง 11% ซึ่งอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งและมีความมั่นคง

“ตอนนี้ทำเรื่องเสนอกระทรวงการคลัง คาดว่าจะออกจากแผนฟื้นฟูได้ภายในไตรมาส 1 นี้ เพราะสถานการณ์ต่างๆ ของธนาคารเริ่มปรับตัวและเดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว สินเชื่อในไตรมาสแรกยังขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง และยังไม่มีสัญญาณการผิดนัดชำระหนี้ เพราะลูกค้าของธนาคารส่วนใหญ่ประกอบธุรกิจอยู่ต่างจังหวัดเป็นหลัก” มนูญรัตน์ กล่าว

มนูญรัตน์ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการระดมทุนโดยการออกบัตรเงินฝากอัตราดอกเบี้ยลอยตัว(เอฟอาร์ซีดี) อายุ 5 ปี วงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท ว่า อยู่ระหว่างการหารือขั้นตอนการระดมทุนกับที่ปรึกษาทางการเงิน ขณะที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือมูดี้ส์ ให้เครดิตธนาคารที่ระดับ BBB+ ซึ่งถือเป็นระดับที่น่าพอใจ โดยมูดี้ส์ไม่ได้แสดงความวิตกกังวลเกี่ยวกับการดำเนินงานของธนาคาร รวมถึงสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศไทยว่าอาจจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและแผนการระดมทุนครั้งนี้แต่อย่างใด แต่กลับเข้าใจว่าสถานการณ์ทางการเมืองของไทยในขณะนี้เป็นเรื่องปกติ

นอกจากนี้ ธนาคารยังมีแผนระดมทุนภายในประเทศ โดยขอให้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ(สบน.) ค้ำประกันการออกตราสารหนี้ระยะยาว(หุ้นกู้) ตั๋วแลกเงิน (ตั๋วบีอี) วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท เพื่อรองรับผลการดำเนินงานของธนาคารในระยะยาว

“ตอนนี้ถือเป็นเวลาที่เหมาะสมที่ในการระดมทุนจากต่างประเทศ โดยการออกเอฟอาร์ซีดี เพราะต่างชาติส่วนใหญ่แสดงความสนใจและให้การตอบรับเป็นอย่างดี และไทยเองก็ไม่เคยมีการออกตราสารแบบนี้มา 3-4 ปีแล้ว หรือถ้ามีก็น้อยมาก จึงอาศัยจังหวะที่ตลาดให้ความสนใจเข้าไประดมทุน” มนูญรัตน์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร