posttoday
พม่าชูท่องเที่ยวดึง FDI

พม่าชูท่องเที่ยวดึง FDI

24 มกราคม 2557

พม่าตั้งเป้าดึงเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) เพิ่ม 10% เป็น 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปีนี้ เน้นภาคเกษตรกรรมและการท่องเที่ยว โดยปัจจุบันแรงงานของพม่าประมาณ 75% ทำงานอยู่ในภาคเกษตรกรรม ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมสำคัญที่รัฐบาลต้องการเร่งพัฒนา ขณะเดียวกันคาดหวังว่าเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศจะไหลเข้าไปสู่ภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ด้วย เนื่องจากจะช่วยพัฒนาภาคอุตสาหกรรมที่ต้องใช้แรงงานเข้มข้น

พม่าตั้งเป้าดึงเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) เพิ่ม 10% เป็น 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปีนี้ เน้นภาคเกษตรกรรมและการท่องเที่ยว โดยปัจจุบันแรงงานของพม่าประมาณ 75% ทำงานอยู่ในภาคเกษตรกรรม ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมสำคัญที่รัฐบาลต้องการเร่งพัฒนา ขณะเดียวกันคาดหวังว่าเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศจะไหลเข้าไปสู่ภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ด้วย เนื่องจากจะช่วยพัฒนาภาคอุตสาหกรรมที่ต้องใช้แรงงานเข้มข้น

กระทรวงการท่องเที่ยวและโรงแรม ระบุว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติได้เข้าไปลงทุนในธุรกิจโรงแรมในพม่าเพิ่มขึ้นต่อเนื่องโดยนับถึงปัจจุบัน คณะกรรมการการลงทุนของพม่าได้อนุมัติการลงทุนในธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวแล้ว 39 ราย มูลค่ารวม 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งสิงคโปร์เป็นนักลงทุนกลุ่มใหญ่ที่สุดในธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวลงทุนในโครงการใหม่ๆ มูลค่ารวมเกือบ 700 ล้านเหรียญสหรัฐ

ทั้งนี้ ธุรกิจโรงแรมของพม่าเติบโตอย่างรวดเร็วไปในทิศทางเดียวกับการท่องเที่ยว โดยนับตั้งแต่ปี 2555 จำนวนห้องพักเพิ่มขึ้นถึง 22% และคาดว่าปีนี้จะมีห้องพักใหม่เพิ่มอีก 1 หมื่นห้อง ทางการพม่าประเมินว่าปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 3 ล้านคน สูงกว่าปี 2556 ที่ 1 ล้านคน

กางนโยบายอุตฯ รถยนต์มาเลย์

หลังจากปกป้องผู้ผลิตรถยนต์ท้องถิ่นมานาน เมื่อต้นสัปดาห์นี้รัฐบาลมาเลเซียได้ประกาศนโยบายยานยนต์ใหม่ เสนอทั้งมาตรการจูงใจและผ่อนคลายกฎการจำกัดยอดผลิตรถยนต์ขนาดเล็กประหยัดพลังงาน หวังแย่งเงินลงทุนกับคู่แข่งรายสำคัญอย่างไทยและอินโดนีเซีย

มุสตาฟา โมฮาหมัด รัฐมนตรีการค้าของมาเลเซีย กล่าวว่า มาเลเซียจะออกใบอนุญาตการผลิตใหม่ให้กับบริษัทผลิตรถที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายครั้งสำคัญจากก่อนหน้านี้ที่รัฐบาลจะออกใบอนุญาตผลิตใหม่ให้กับการผลิตรถยนต์ขนาดเครื่องยนต์ 1.8 ลิตรขึ้นไปเท่านั้น เพื่อช่วยปกป้องผลประโยชน์ของค่ายรถยนต์ท้องถิ่น

มาเลเซียตั้งเป้าว่านโยบายนี้จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตรถยนต์ทั้งหมดเป็น 1.25 ล้านคัน และยอดส่งออกเพิ่มเป็น 2.5 แสนคัน ในปี 2563 จากปัจจุบันมาเลเซียสามารถผลิตรถยนต์ได้เพียง 5.7 แสนคัน และส่งออกเพียง 2 หมื่นคันเท่านั้น อีกทั้งหวังว่านโยบายนี้จะช่วยให้ส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์เติบโตอีกเท่าตัวเป็น 1 หมื่นล้านริงกิต หรือประมาณ 9.8 หมื่นล้านบาท และทำให้มีการจ้างงานเพิ่มอีก 1.5 แสนตำแหน่ง

การส่งเสริมการลงทุนตามนโยบายครั้งนี้ ประกอบด้วย มาตรการลดหย่อนภาษีและการสนับสนุนเงินขึ้นอยู่กับวงเงินการลงทุน โดยในช่วง 6 ปีข้างหน้ารัฐบาลจะจัดสรรเงินช่วยเหลือผู้ลงทุนผลิตรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมกว่า 2,000 ล้านริงกิต แบ่งเป็นเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ 1,890 ล้านริงกิต และอีก 175 ล้านริงกิต เป็นเงินช่วยเหลือเพื่อพัฒนาบุคลากร

รัฐบาลยังได้ขยายเวลายกเว้นการเก็บภาษีสรรพสามิตและภาษีนำเข้าสำหรับรถยนต์ไฮบริดที่ประกอบในประเทศจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2558 ขณะที่รถยนต์ไฟฟ้าจะได้รับสิทธิจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2560

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร