posttoday
ศ.ศ.ป.เปิด4 ยุทธศาสตร์ดันหัตถศิลป์ไทยสู่ตลาดโลก

ศ.ศ.ป.เปิด4 ยุทธศาสตร์ดันหัตถศิลป์ไทยสู่ตลาดโลก

21 มกราคม 2557

วราภรณ์ เทียนเงิน

วราภรณ์ เทียนเงิน

เปิดยุทธศาสตร์ “ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน)” หรือ ศ.ศ.ป. ในปี 2557ได้วาง 4 ยุทธศาสตร์หลัก เพื่อพัฒนางานหัตถศิลป์ หัตถกรรมไทย ให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น เร่งขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งผลักดันให้คนรุ่นใหม่สนใจ เรียนรู้งานทรงคุณค่า และมีเอกลักษณ์ของไทย ให้คงอยู่กับประเทศไทยต่อไป

“พิมพาพรรณ ชาญศิลป์” ผู้อํานวยการ ศ.ศ.ป. กล่าวว่า ปีนี้ ศ.ศ.ป.จะทำให้งานหัตถกรรมและหัตถศิลป์ของไทยขยายตลาดได้มากขึ้นทั้งในและนอกประเทศ โดยวางเป้าหมายส่งออกสินค้างานหัตถศิลป์ หัตถกรรมและงานฝีมือ ขยายตัวได้ 4% หรือมีมูลค่าประมาณ 846 ล้านเหรียญสหรัฐ รวมทั้งมีแผนสร้างครูช่าง และส่งเสริมคนรุ่นใหม่เข้ามาสู่วงการมากขึ้น ผ่าน 4ยุทธศาสตร์หลักที่จะดำเนินการในปีนี้

มี 4 เรื่องหลักได้แก่ 1. การเสริมสร้างองค์ความรู้งานศิลปกรรม 2. การเพิ่มสมรรถนะและพัฒนาธุรกิจงานศิลปหัตถกรรม 3. การพัฒนาผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรม และ 4. การสร้างและขยายโอกาสทางการค้างานศิลปกรรม ภายใต้งบประมาณในการทำโครงการและส่งเสริมการตลาดรวมมากกว่า 100 ล้านบาทตลอดปีนี้

ยุทธศาสตร์แรก การส่งเสริมองค์ความรู้ด้านศิลปหัตถกรรม จะทำให้ ศ.ศ.ป.เป็นศูนย์กลางงานศิลปหัตถกรรมอย่างครบวงจร โดยการให้ความรู้ ส่งเสริมการตลาด และการพัฒนางานศิลปหัตถกรรม เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญของประเทศ รวมทั้งมุ่งจัดทำองค์ความรู้เอกลักษณ์ และศิลปะแห่งลวดลายผ้าชาวเขา องค์ความรู้วัฒนธรรมร่วมชนชาติผ่านลวดลายบนผ้า เช่น ผ้าโบราณในอดีตกาล เป็นต้น

พร้อมจัดหอศิลปหัตถกรรมและพื้นที่ทางวัฒนธรรม ผ่านการจัดนิทรรศการหัตถศิลป์ เช่น หอศิลปาชีพ จัดแสดงผลงานตามรอยเส้นทางแห่งศิลปาชีพ หอสุพรรณพัสตร์ จัดแสดงผลิตภัณฑ์เครื่องทองและผ้าทอมือที่ผสมผสานทองบนผืนผ้า SACICT Innovation Craft Showcase การแสดงผลงานเชิงนวัตศิลป์ และหอเกียรติยศ เพื่อเชิดชูเกียรติครูช่างศิลปวัฒนธรรมไทย

ยุทธศาสตร์ที่สอง มุ่งเพิ่มสมรรถนะและพัฒนาธุรกิจงานศิลปหัตถกรรม ทั้งครูช่าง ช่างศิลปหัตถกรรม และผู้ประกอบการงานศิลปหัตถกรรม จะต้องได้รับการส่งเสริมเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ชุมชนหัตถกรรมต้องได้รับการส่งเสริมด้านพัฒนาธุรกิจเพื่อสร้างความยั่งยืนของเศรษฐกิจชุมชน โดยจะฝึกอบรมทักษะฝีมือ ครูช่างในพื้นที่ต่างๆ เช่น ผ้าเชียงราย สกลนคร ลำพูน จักสานในลพบุรีและบึงกาฬ

การพัฒนาธุรกิจงานหัตถกรรม โดยมุ่งพัฒนาหมู่บ้านหัตถกรรมและเครือข่ายชุมชน ซึ่งจะประยุกต์ใช้รูปแบบการพัฒนาเพื่อบริหารจัดการเสน่ห์วิถีชีวิต ภูมิปัญญาท้องถิ่น และทุนทางวัฒนธรรม ของหมู่บ้านดอนกอก จ.หนองคาย หมู่บ้านวัวลาย จ.เชียงใหม่ พร้อมกับสร้างเครือข่ายในระดับโลก และระดับภูมิภาค ที่จะจัดประชุมนวัตศิลป์นานาชาติ เพื่อเชื่อมโยงภูมิปัญญาและวิถีชีวิตที่แตกต่างวัฒนธรรมในเรื่องข้าวของประเทศในอาเซียน

นอกจากนี้จะจัดงานหัตถกรรมในวัฒนธรรมข้าว ที่แสดงออกผ่านงานหัตถกรรมต่างๆ โดยจะจัดงานใน จ.เชียงราย พิษณุโลก นครพนม บุรีรัมย์ และสงขลา อีกทั้งจะส่งเสริมพืชหัตถกรรมอินทรีย์ เพื่อเผยแพร่แก่ชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ

ยุทธศาสตร์ที่สาม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรม ทั้งพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไทยนวัตศิลป์ โดยมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกันระหว่างนักออกแบบและชุมชน เพื่อให้ได้กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่แตกต่าง เจาะตลาดแตกต่างกันไปทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ กลุ่มของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร กลุ่มของขวัญ ของตกแต่งบ้าน

ทั้งนี้ จะจัดประกวดผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมเชิงสร้างสรรค์ เพื่อค้นหานักออกแบบรุ่นใหม่ในการร่วมสร้างสรรค์ผลงานเชิงนวัตศิลป์สำหรับต่อยอดในด้านต่างๆ พัฒนากลุ่มผลิตภัณฑ์หัตถกรรมชิ้นเอกที่เหมาะสมกับการวางโชว์ และสะสม Luxe by SACICT ภายใต้แนวคิด โกลด์ ทัช นำเสนอช่างหัตถกรรมผสมคุณค่าแห่งทอง เพื่อเพิ่มมูลค่างานหัตถศิลป์ เจาะลูกค้ากำลังซื้อสูง

ยุทธศาสตร์ที่สี่ สร้างและขยายโอกาสทางการค้างานศิลปหัตถกรรม มีแผนจัดงานแสดงสินค้าในประเทศ ทั้งจัดงานอัตลักษณ์แห่งสยาม งานฝ้ายทอใจ งานนวัตศิลป์ไทย เทิดไท้องค์ราชินี งานบ้านและสวน การขยายช่องทางจำหน่ายของร้าน ศ.ศ.ป.ที่อยู่ในสนามบินสุวรรณภูมิ และศูนย์การค้าอัมรินทร์ พลาซ่า การจัดงานเทศกาลนวัตศิลป์นานาชาติ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 พร้อมร่วมมือกับคณะผู้แทนการค้าเพื่อนำเสนอผลงานและเจรจาการค้ากับผู้ประกอบการในต่างประเทศ รวมทั้งจะมุ่งร่วมงานแสดงสินค้าในประเทศสำคัญๆ เพื่อขยายโอกาสทางการค้าและตลาดใหม่มากยิ่งขึ้นพิมพาพรรณ กล่าวว่า จากแผนงานที่ ศ.ศ.ป. ที่วางไว้ จะทำให้งานหัตถกรรม และหัตถศิลป์ของไทย ขยายตลาดได้มากขึ้น และสร้างครูช่าง ออกมาสู่ประเทศ รวมทั้งส่งเสริมคนรุ่นใหม่ เพื่อให้งานหัตถศิลป์และหัตถหรรมไทยออกสู่ตลาดโลกเพิ่มขึ้น คาดว่า การส่งออกสินค้างานหัตถศิลป์ หัตถกรรม และงานฝีมือ ในปี 2557 จะเติบโต 4% หรือมีมูลค่าการส่งออกประมาณ 846 ล้านเหรียญสหรัฐ

ขณะที่กลุ่มสินค้าหัตถศิลป์ หัตถกรรม และงานฝีมือ ที่เป็นสินค้าดาวรุ่งและมีการส่งออกขยายตัวได้ดี ได้แก่ กลุ่มเครื่องเงิน เครื่องทอง และกลุ่มสิ่งทอ ที่ตลาดโลกยังมีความต้องการในระดับสูงมาก

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่