
ขายทิ้งประกันภัยไทยพาฑิชย์กำไรอื้อซ่า
ทีมข่าวการเงิน
ทีมข่าวการเงิน
ในที่สุดบริษัทประกันวินาศภัยของไทยก็ร่วงหายไปอีกหนึ่งแห่ง เมื่อธนาคารไทยพาณิชย์ตัดสินใจขายหุ้นที่ถืออยู่ในบริษัท ไทยพาณิชย์สามัคคีประกันภัย (SCSMG) ทั้งหมด 60.86% ให้กับกลุ่ม ACE Group และบริษัทในเครือ (ACE) ยักษ์ใหญ่ด้านประกันภัยระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา
ทั้งนี้ ตามสัญญาซื้อขายหุ้นดังกล่าวจะเสร็จสิ้นในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2557 แต่ต้องขึ้นกับเงื่อนไขบางอย่างด้วย เช่น การได้รับอนุญาตจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง การเข้าตรวจสอบสถานะกิจการของบริษัท ไทยพาณิชย์สามัคคีประกันภัย จนแล้วเสร็จและได้ผลเป็นที่น่าพอใจแก่ ACE และการได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการและผู้ถือหุ้นของธนาคาร
นอกจากนี้ ภายหลังจากที่ได้มีการขายหุ้นดังกล่าวแล้วเสร็จ ACE มีหน้าที่ที่จะต้องดำเนินการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของไทยพาณิชย์สามัคคีประกันภัย ที่เหลืออยู่อีก 39.14% จากผู้ถือหุ้นรายอื่นๆ ของไทยพาณิชย์สามัคคีประกันภัยอีกด้วย
สำหรับราคาซื้อขายหุ้นของไทยพาณิชย์สามัคคีประกันภัยครั้งนี้อยู่ที่ 27.60 บาทต่อหุ้น เมื่อธนาคารไทยพาณิชย์ถืออยู่ 135 ล้านหุ้น เท่ากับว่าจะได้เงินไป 3,700 ล้านบาท ขณะที่ธนาคารใส่เงินลงทุนมาก่อนหน้านี้แค่ 970 ล้านบาทเท่านั้น
เท่ากับว่าธนาคารไทยพาณิชย์ได้กำไรไปประมาณ 2,730 ล้านบาท และหากดูจำนวนหุ้นทั้งหมดของ ไทยพาณิชย์สามัคคีประกันภัยที่มีอยู่ 222 ล้านหุ้น แล้ว ทาง ACE ต้องเตรียมเงินเบื้องต้นไว้ถึง 6,150 ล้านบาทในการลงทุนครั้งนี้
“ธนาคารได้ลงทุนในไทยพาณิชย์สามัคคีประกันภัยมาตั้งแต่ปี 2526 และให้ความช่วยเหลือในการพัฒนาธุรกิจของไทยพาณิชย์สามัคคีประกันภัยมาโดยตลอด ด้วยการช่วยเหลือส่งเสริมในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัยผ่านทางเครือข่ายสาขาของธนาคาร ที่มีอยู่ทั่วประเทศ สำหรับการเติบโตธุรกิจของไทยพาณิชย์สามัคคีประกันภัยในขั้นต่อไป เชื่อว่าการมีบริษัทชั้นนำระดับโลกที่มีประสบการณ์ในด้านธุรกิจประกันวินาศภัยเข้ามา จะช่วยเสริมสร้างความสามารถในด้านการแข่งขันและการตลาดของไทยพาณิชย์สามัคคีประกันภัยให้ดียิ่งขึ้น ในขณะที่ธนาคารจะยังคงให้การสนับสนุนในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประกันภัยของไทยพาณิชย์สามัคคีประกันภัยต่อไป การขายหุ้นของไทยพาณิชย์สามัคคีประกันภัยให้แก่ ACE เป็นผลมาจากความพยายามเสาะแสวงหาผู้ซื้อ ที่มีความเหมาะสมที่จะเข้ามาช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของไทยพาณิชย์สามัคคีประกันภัย และยังจะเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจที่สำคัญ ที่สามารถเอื้อประโยชน์ให้แก่ธนาคารในการเติมเต็มธุรกิจทางด้านของธนาคารได้” วิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าว
สุดท้ายแล้ว เมื่อทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์ บริษัท ไทยพาณิชย์สามัคคีประกันภัย ก็คงต้องถูกนำไปควบรวมเข้ากับบริษัท เอซ ไอเอ็นเอ โอเวอร์ซีส์ อินชัวรันซ์ สาขาประเทศไทย อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และทำให้บริษัท เอซฯ มีช่องทางขายผ่านธนาคารหรือแบงก์แอสชัวรันส์ ซึ่งจะเป็นช่องทางหลักในอนาคตอีกช่องหนึ่งของบริษัท เอซฯ และถือว่าเป็นช่องทางที่มีอัตราเติบโตมากที่สุดในธุรกิจประกันขณะนี้ นอกเหนือจากปัจจุบันที่บริษัท เอซฯ มีความโดดเด่นด้านช่องทางขายผ่านทางโทรศัพท์
“การซื้อหุ้นครั้งนี้จะเป็นโอกาสอันดีสำหรับเอซที่จะช่วยสร้างเสริมธุรกิจของเอซในตลาดประกันวินาศภัยที่มีความเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วนี้ เรามั่นใจว่าในระยะกลางและระยะยาว ธุรกิจนี้จะสร้างคุณค่าที่โดดเด่นให้แก่ลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจของเรา” อีวาน จี กรีนเบิร์ก ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอซ ลิมิเต็ด กล่าว







