posttoday
แมนูไลฟ์ลุยเต็มสูบโต200%

แมนูไลฟ์ลุยเต็มสูบโต200%

10 มกราคม 2557

โดดจับมือแบงก์เปิดช่องทางขายใหม่พร้อมรับซื้อกิจการจนติดอันดับ1ใน7

โดดจับมือแบงก์เปิดช่องทางขายใหม่พร้อมรับซื้อกิจการจนติดอันดับ1ใน7

แมนูไลฟ์ประกันชีวิตขยับ รุกตลาดเต็มตัวโต 200% เปิดช่องใหม่ผ่านไดเรกต์มาร์เก็ตติ้ง

น.ส.นิกกี้ หงษ์ชุมแพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมนูไลฟ์ประกันชีวิต (ประเทศไทย) คนใหม่ เปิดเผยว่า หลังจากนี้บริษัทจะกลับมาขยายตลาดเต็มตัว พร้อมตั้งเป้าเติบโตในปีนี้ถึง200% หรือทำเบี้ยรับปีแรกได้ 250 ล้านบาท และเบี้ยรับรวม 600-700 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2556 ที่ทำเบี้ยรับปีแรกได้ 96 ล้านบาท และเบี้ยรับรวมอยู่ที่ 500 ล้านบาท

ทั้งนี้ บริษัทจะมีการร่วมมือกับพันธมิตรทั้งที่เป็นธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินอื่นที่ไม่ใช่ธนาคาร ไม่ว่าจะเป็นช่องทางแบงก์แอสชัวรันส์ หรือช่องทางอื่นๆ โดยในวันที่ 14 ม.ค.นี้ จะเริ่มขายผ่านช่องทางไดเรกต์มาร์เก็ตติ้งหรือช่องทางขายตรง และคาดว่าในปีนี้ช่องทางเดิมที่ขายผ่านตัวแทนและช่องทางพันธมิตรใหม่นี้จะมีสัดส่วนช่วยสร้างรายได้ให้บริษัทได้อย่างละ 50%

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังตั้งเป้าหมายระยะยาวในอีก 7 ปีข้างหน้า ต้องทำเบี้ยรับรวมให้ได้ 1 หมื่นล้านบาท และมีส่วนแบ่งตลาดขึ้นมาอยู่อันดับที่ 7 จากปัจจุบันอยู่อันดับที่ 21 โดยบริษัทมีแผนล้างขาดทุนสะสมที่มีอยู่ประมาณ 1,000 ล้านบาท ให้หมดภายในปี 2561 และปีนี้คงมีเบี้ยรับรวมอยู่ประมาณ 6,000 ล้านบาท

“บริษัทแม่พร้อมสนับสนุนเราเต็มที่ และเห็นว่าการเติบโตด้วยตัวเองเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ เราจึงมีแผนที่จะหาซื้อบริษัทอื่นเข้ามาร่วมด้วย ซึ่งตอนนี้ก็อยู่ระหว่างเจรจากัน และในปี 2558ก็จะมีการเปิดเสรีอาเซียน หรือเออีซีซึ่งจะทำให้เกิดการควบรวมกิจการมากขึ้น เพียงแต่ปีนี้เราต้องแสดงให้บริษัทแม่เห็นก่อนว่า เรามีศักยภาพเพียงพอที่จะขยายและดูแลธุรกิจได้ด้วยตัวเอง ที่สำคัญแมนูไลฟ์ในยุโรปมีการเติบโตที่สูงมาก จึงอยากให้เอเชียมีการเติบโตที่ดีบ้าง” น.ส.นิกกี้ กล่าว

นอกจากนี้ บริษัทยังจะร่วมมือกับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย) เพื่อขายสินค้าระหว่างกัน และจะมีการนำแบบประกันใหม่ๆ จากบริษัทแม่มาขายในไทยเพื่อรักษาฐานลูกค้าเก่าและเปิดตลาดลูกค้าใหม่ เนื่องจากที่ผ่านมาเมื่อครบสัญญาบริษัทรักษาฐานลูกค้าเก่าได้เพียง 34% เท่านั้น ซึ่งอาจเป็นเพราะว่าแบบประกันเดิมไม่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ ขณะเดียวกันก็จะมีการปรับปรุงสาขาที่มีอยู่ 15 แห่ง ให้มีความทันสมัยและรองรับกับฐานลูกค้าที่จะเพิ่มขึ้นด้วย

น.ส.นิกกี้ กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทมีฐานลูกค้าอยู่ประมาณ 3.5 หมื่นราย ที่ผ่านมาขายเบี้ยช่องทางเดียวโดยผ่านตัวแทนได้เฉลี่ย 33.5 หมื่นบาทต่อราย แต่ช่องทางใหม่ผ่านไดเรกต์มาร์เก็ตติ้งนี้คาดว่าจะขายเบี้ยได้ 8,000 บาทต่อราย ซึ่งการขยายธุรกิจในปีนี้ไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุนจดทะเบียน เนื่องจากบริษัทมีแผนเพิ่มทุนอีก 300 ล้านบาท ในปี 2558 อยู่แล้ว จากปัจจุบันที่มีทุนจดทะเบียนอยู่ 3,000 ล้านบาท และมีเงินกองทุนอยู่ 300% ขณะที่บริษัทแม่มีสินทรัพย์ 5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร