
ความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่ำสุดในรอบ 2 ปี
หอการค้าไทยเผยความเชื่อมั่นผู้บริโภค ธ.ค. 56 ต่ำสุดในรอบ 24 เดือน คนหมดอารมณ์ซื้อบ้าน ซื้อรถ และลงทุนทำธุรกิจ เหตุการเมืองป่วย
หอการค้าไทยเผยความเชื่อมั่นผู้บริโภค ธ.ค. 56 ต่ำสุดในรอบ 24 เดือน คนหมดอารมณ์ซื้อบ้าน ซื้อรถ และลงทุนทำธุรกิจ เหตุการเมืองป่วย
นายธนวรรธน์ พลวิชัย รองคณบดีฝ่ายวิจัยและผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนธ.ค.2556 จากทั้งหมด 2,242 ตัวอย่าง พบว่า อยู่ที่ 73.4 ต่ำสุดในรอบ 24 เดือน นับตั้งแต่เดือนม.ค.2555 และเป็นการลดลงต่อเรื่องเป็นเดือนที่ 9 สะท้อนให้เห็นถึงความน่าเป็นห่วงในความเปราะบางของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะดัชนีความเชื่อมั่นต่อสถานการณ์การเมืองที่ลดต่ำลงไปอยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วงที่มีการปฏิวัติในปี 2549 รวมถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยและความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้การจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคลดลง
ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า ในช่วงเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลแต่การจับจ่ายใช้สอยสินค้า และการท่องเที่ยวกลับลดลง เห็นได้จากดัชนีความเหมาะสมในการซื้อบ้าน ซื้อรถยนต์ใหม่ การท่องเที่ยวและการลงทุนทำธุรกิจที่ปรับลดลงทุกรายการ และภาคการบริโภคยังมีแนวโน้มชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง
“สถานการณ์การเมืองที่ยังไม่ชัดเจน จึงเป็นแรงกดดันให้ค่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอยู่ในช่วงขาลงต่อไป และคาดว่าจะเริ่มกลับมาฟื้นตัวในช่วงไตรมาส 2/2557 ดังนั้นในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ เศรษฐกิจไทยยังคงมีความเปราะบางมาก คาดว่าจะโตเพียง 1-2% เท่านั้น และจะเริ่มไปบั่นทอนการจับจ่ายใช้สอยสินค้าที่ไม่จำเป็นลง” นายธนวรรธน์ กล่าว
อย่างไรก็ดี ดัชนีความเหมาะสมในการทำธุรกิจของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในเดือนธ.ค. อยู่ที่ระดับ 68.7 ต่ำสุดในรอบ 90 เดือน หรือต่ำสุดในประวัติศาสตร์ นับตั้งแต่เดือน ก.ค. 2548 ที่มีการสำรวจ โดยผู้บริโภคเห็นว่าการลงทุนทำธุรกิจในช่วงเวลาดังกล่าวอยู่ในระดับที่ไม่เหมาะสมมากถึง 43.7% เนื่องจากผู้ประกอบการจำเป็นต้องชะลอการลงทุนเพื่อดูทิศทางของการเมืองและทิศทางของเศรษฐกิจในประเทศก่อน เพราะหากลงทุนในเวลานี้อาจมีความเสี่ยงมาก
“ตอนนี้ยอดขายของผู้ประกอบการได้ปรับลดลงต่อเนื่อง เพราะผู้บริโภคมีความระมัดระวังเรื่องของรายได้ในอนาคตจึงไม่กล้าจับจ่ายใช้สอยมาก และที่สำคัญสถานการณ์ทางการเมืองยังไม่รู้ว่าจะมีรัฐบาลเมื่อไหร่ ส่งผลให้ผู้ประกอบการไม่กล้าเข้ามาลงทุนในเวลานี้มากนัก” นายธนวรรธน์ กล่าว
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า เวลานี้ต้องแนะนำวิธีการปรับตัวแก่ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากผลกระทบทางการเมือง โดยเฉพาะร้านอาหาร ภัตตาคาร โรงแรม และร้านค้าต่างๆ ด้วยการเน้นรักษาสภาพคล่องไว้ โดยเฉพาะผู้ที่มีต้นทุนจากการกู้เงินที่ต้องรับภาระดอกเบี้ยด้วย รวมถึงประหยัดค่าใช้จ่ายในช่วงที่ขายของลำบาก รวมถึงหารายได้ทางอื่นๆ ในลักษณะเชิงรุกหรือการบริการส่งสินค้าให้ถึงบ้านลูกค้า และการดูแลลูกค้าให้ดีที่สุดเพื่อรักษาสัดส่วนตลาดก่อนที่สถานการณ์ทางการเมืองเริ่มคลี่คลายและเศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัว
นอกจากนี้ยังพบว่า ดัชนีความเหมาะสมในการซื้อบ้านหลังใหม่ก็ปรับลดลงต่อเนื่องเช่นกัน มาอยู่ในระดับ 64.2 ต่ำสุดในรอบ 90 เดือนนับตั้งแต่มีการสำรวจ ขณะที่อุตสาหกรรมไทยที่โดดเด่นมาตลอดในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาคือยานยนต์ก็มีการปรับลดลงมาเช่นกัน โดยดัชนีความเหมาะสมในการซื้อรถยนต์คันใหม่อยู่ในระดับ 99.5 ต่ำสุดในรอบ 21 เดือนและเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าระดับ 100 เป็นครั้งแรกในรอบ 21 เดือน
ด้านการท่องเที่ยวที่เป็นพระเอกในการหารายได้หลักเข้าประเทศก็ไม่ดีเช่นกัน โดยดัชนีความเหมาะสมในการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยว อยู่ในระดับ 79.4 ต่ำสุดในรอบ 53 เดือน เนื่องจากประชาชนยังไม่มีอารมณ์ในการท่องเที่ยวมากนักจากสถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจที่ชะลอตัว







