
ยันสินเชื่อปีนี้ไม่แย่แน่นอน
ขยายตัวตามเศรษฐกิจส่งออกช่วยหนุนธปท.เร่งทำข้อมูลเจาะลึกธุรกิจเอสเอ็มอี
ขยายตัวตามเศรษฐกิจส่งออกช่วยหนุนธปท.เร่งทำข้อมูลเจาะลึกธุรกิจเอสเอ็มอี
ธปท.มั่นใจสินเชื่อปีนี้โตไม่แพ้ปีที่แล้ว ส่งออกหนุน เร่งจัดทำข้อมูล ธุรกิจเอสเอ็มอีช่วยแบงก์คุมความเสี่ยง
นายเกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า แนวโน้มการเติบโตของสินเชื่อในปีนี้ไม่น่าจะแย่กว่าปีที่ผ่านมา เพราะสินเชื่อน่าจะยังเติบโตได้ตามอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ถ้าจีดีพียังโตได้ แสดงว่ายังมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การส่งออก การลงทุน และความต้องการใช้จ่าย
อย่างไรก็ดี นายเกริก ประเมินว่า สินเชื่อกว่า 75% จะเป็นสินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจ ทั้งการลงทุน การส่งออก การผลิต และการใช้จ่าย ที่เกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจในสินเชื่อรายใหญ่และสินเชื่อเอสเอ็มอีเป็นหลัก ส่วนสินเชื่อรายย่อยของบุคคลทั่วไปจะมีสัดส่วนที่น้อย
“ในปีที่ผ่านๆ มาสินเชื่อโตตามนโยบายการกระตุ้นของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นรถคันแรก จำนำข้าว และมีการคาดการณ์ว่าจะมีการลงทุนต่อเนื่องตามการลงทุนของภาครัฐในโครงการต่างๆ แต่ตอนนี้ไม่มีใครบอกได้ว่า รัฐบาลจะมีมาตรการกระตุ้นอะไร หรือจะมีการลงทุนมีการเบิกจ่ายเพิ่มเติมอย่างไร แต่ตราบใดที่เศรษฐกิจโตได้ สินเชื่อก็ยังโตได้อยู่ เพียงแต่ตัวเลขคาดการณ์ว่าสินเชื่อจะโตระดับใด ยังไม่ชัดเจน ต้องรอให้ทางแบงก์ทำแผนประเมินก่อน” นายเกริก กล่าว
นายเกริก กล่าวว่า การขยายตัวของสินเชื่อที่มีคุณภาพ ควรเกิดจากการก่อหนี้ที่มีเหตุผลหรือความจำเป็นที่จะกู้เงิน ไม่ใช่กู้เพื่อมาใช้จ่ายสิ้นเปลือง ไม่มีเหตุผล เช่น กู้เพื่อลงทุนทำธุรกิจ มีความจำเป็นเพราะเจ็บป่วย กู้ในกรณีเหตุฉุกเฉิน และกู้เพื่อซื้อที่อยู่อาศัย
“ถึงปีนี้สินเชื่อจะโตได้น้อย เพราะขาดมาตรการกระตุ้นจากภาครัฐ แต่ก็ไม่ควรต้องหาประเด็นมากระตุ้นตลอดก็ได้ เพราะการก่อหนี้คือการนำเงินในอนาคตมาใช้ก่อน เมื่อมีภาระอยู่ก็ยังก่อเพิ่มไม่ได้อยู่ดี และสินเชื่อส่วนบุคคลซึ่ง ธปท.ไม่ต้องการให้โตมาก” นายเกริก กล่าว
รองผู้ว่าการ ธปท. กล่าวต่อว่า ขณะนี้ ธปท.อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเพื่อช่วยให้ธนาคารพาณิชย์สามารถปล่อยกู้แก่ธุรกิจเอสเอ็มอีได้มากขึ้น และสามารถพิจารณาข้อมูลความเสี่ยงได้ดีขึ้น โดยการรวบรวมข้อมูลในแต่ละภาคธุรกิจของเอสเอ็มอีและข้อมูลที่เจาะลึก เป็นการอำนวยความสะดวกให้ธนาคารปล่อยกู้ได้มากขึ้น
รองผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า ยอมรับว่าการจัดทำข้อมูลเหล่านี้ทำยาก เพราะข้อมูลเอสเอ็มอีมีรายละเอียดค่อนข้างมาก ทั้งข้อมูลรายภาคธุรกิจ ข้อมูลเชิงลึก แต่ ธปท.ก็พยายามจะรวบรวมทำข้อมูลขึ้นมา เพราะถ้าทำได้ก็มีประโยชน์กับธนาคารและภาคธุรกิจ ขณะนี้ ธปท.ก็เริ่มดำเนินการไปบ้างแล้ว แต่คงต้องใช้เวลาอีกสักระยะ จึงหวังว่าการมีข้อมูลจะช่วยให้ธนาคารปล่อยกู้ได้มากขึ้น
ทั้งนี้ ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2556 พบว่า สินเชื่อเอสเอ็มอีขยายตัวได้ดี ขยายตัวถึง 14.7% ขณะที่สินเชื่อรวมโต 11.6% ส่วนสินเชื่อรายใหญ่หรือสินเชื่อธุรกิจโต 5.9% จากไตรมาสก่อน 6.2% และสินเชื่ออุปโภคบริโภคโต 15.7% ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่ 19.5%







