ธุรกิจรับมือชัตดาวน์กรุงเทพฯ
ภาคธุรกิจเอกชนและภาคการบริการเริ่มวางแผนเตรียมรับมือชัตดาวน์กรุงเทพฯ โดยมวลมหาประชาชน
ภาคธุรกิจเอกชนและภาคการบริการเริ่มวางแผนเตรียมรับมือชัตดาวน์กรุงเทพฯ โดยมวลมหาประชาชน โดยสมาคมท่องเที่ยวเอกชนเชื่อว่าอาจมีเพียงตลาดเอเชียที่ละเอียดอ่อนกับสถานการณ์การเมืองลดจำนวนลง ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวยุโรปลดลงน้อยกว่า เพราะนิยมเที่ยวต่างจังหวัด ไม่ค่อยเที่ยวกรุงเทพฯ อยู่แล้ว และหากสถานการณ์จบลงเร็วก็จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวให้ฟื้นกลับมาได้ ด้านสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) เชื่อว่าการปิดกรุงจะส่งผลกระทบต่อไทยเที่ยวไทยบ้าง แต่คงไม่มาก เพราะคนไทยปรับตัวอยู่แล้ว รวมทั้งไม่มีผลต่อกลุ่มท่องเที่ยวแบบไปเอง เพียงแต่อารมณ์และบรรยากาศอาจทำให้คนไทยไม่อยากเที่ยว ขณะที่ธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่ชุมนุมสูญเสียโอกาสธุรกิจไปแล้ว เช่น ตลาดทัศนศึกษากลุ่มโรงเรียน ตลาดสัมมนา ซึ่งผู้ประกอบการก็ทยอยปรับตัวกันแล้ว เช่น ชะลอการวางตั๋วห้องพักเพื่อรอดูสถานการณ์ หากการชัตดาวน์กรุงเทพฯ จบลงได้ภายใน 34 วัน ตลาดไทยเที่ยวไทยก็กลับมาสู่ภาวะปกติ ส่วนภาคบริการโดยเฉพาะขนส่งมวลชน โดยรถไฟฟ้าบีทีเอสได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่เพื่อรองรับการชัตดาวน์กรุงเทพฯ โดยมั่นใจว่าจะไม่เกิดเหตุขัดข้องเหมือนเมื่อวันที่ 24 ธ.ค.ที่ผ่านมา ส่วนบีเอ็มซีแอล ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที วางแผนให้บริการวิ่งรถไฟฟ้าให้สอดคล้องกับการเดินทางของคนจำนวนมากในวันที่ 13 ม.ค. โดยเน้นความปลอดภัยเป็นหลัก และอาจจะต้องมีการปิดทางเดินขึ้นลงบางสถานีหากเกิดเหตุรุนแรง สำหรับรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ จะมีการนำรถไฟฟ้าเอ็กซ์เพรส 3 ขบวน มาช่วยวิ่งรองรับสายซิตี้ไลน์ที่มี 5 ขบวน
สินค้านำเข้าอ่วมบาทอ่อน
พิษค่าเงินบาทอ่อนทะลุ 33 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ส่งผลกระทบต่อสินค้าแบรนด์เนมนำเข้าและสินค้าที่ต้องพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าต้องเฝ้าระวังและปรับราคาขึ้น สำหรับในกลุ่มแบรนด์เนมนำเข้า ขณะนี้ค่าเงินบาทอ่อนค่าแตะ 33 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ยังไม่ส่งผลกระทบ เพราะยังใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่ซื้อล่วงหน้าในเดือน ธ.ค. คือ 31 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แต่จะเริ่มได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเดือน ก.พ.มี.ค.นี้ หากเงินบาทแตะ 35 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ถึงจะมีผลทำให้สินค้าแบรนด์เนมนำเข้าต้องปรับราคาขึ้นโดยเฉลี่ย 10% ขณะที่ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค ภาวะเงินบาทอ่อนค่าที่เกิดขึ้นยังไม่นิ่งพอและทำให้สินค้าอุปโภคบริโภค อาทิ ผงซักฟอก สบู่ ที่พึ่งพานำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศต้องปรับราคาขึ้น แต่หากต้นทุนการผลิตโดยรวมปรับเพิ่มขึ้น 10% ถึงจะส่งผลให้ผู้ประกอบการจะต้องปรับราคาขึ้น
ด้านตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าทนพิษเงินบาทอ่อนค่าไม่ไหว เดือน ม.ค.นี้คาดว่าจะมีเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายแบรนด์ปรับราคาขึ้น เพราะชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่นำเข้า 4050% คาดว่าหากเงินบาทแตะ 34 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เครื่องใช้ไฟฟ้าจะปรับราคาขึ้น 510% โดยแอลจีเริ่มปรับราคาเครื่องปรับอากาศขึ้น 3% เครื่องซักผ้าถังเดียว 5% และตู้เย็นปรับขึ้น 35% ในเดือน ม.ค.นี้ ส่วนตลาดทีวี คาดว่าจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ปรับราคาขึ้น เพราะเป็นสินค้าดาวรุ่งปีนี้จากการเกิดทีวีดิจิตอลและฟุตบอล ตลาดจึงเกิดการแข่งขันช่วงชิงยอดขายอย่างรุนแรง แต่ผู้ประกอบการจะใช้วิธีลดต้นทุนรูปแบบอื่นๆ อาทิ ลดระยะเวลาโปรโมชั่นผ่อน 0% และแถมของพรีเมียม
อวยพรผ่านเน็ตโตรับสมาร์ทโฟน
บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค เปิดเผยว่า ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ยอดการใช้งานมือถือของลูกค้าในช่วงเคาต์ดาวน์และอวยพรปีใหม่ 2557 หรือคืนวันที่ 31 ธ.ค. 2556 ต่อเนื่องวันปีใหม่ 1 ม.ค. 2557 มีการใช้งานดาต้าเพิ่มขึ้น 175% รับกระแสความต้องการใช้งานโมบายอินเทอร์เน็ตที่เติบโตกว่าปีที่ผ่านมา พร้อมทั้งความนิยมในสมาร์ทโฟนและแอพพลิเคชั่นสังคมออนไลน์ที่ยังคงมีสูงต่อเนื่อง การอวยพรผ่านเอ็มเอ็มเอสมียอดประมาณ 3 แสนข้อความ และยอดอวยพรผ่านเอสเอ็มเอสมีประมาณ 13.8 ล้านข้อความ ด้านบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส ระบุว่า การอวยพรผ่านเอสเอ็มเอสลดลง 15% ในขณะที่ความนิยมอวยพรและสื่อสารผ่านโลกออนไลน์บนโซเชียลเน็ตเวิร์ก เช่น ไลน์ เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม สูงขึ้น 300% ส่วนบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น รายงานว่ามีการใช้งานดาต้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันคริสต์มาสจนถึงช่วงคืนวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ส่งผลให้ปริมาณการใช้ ดาต้าเพิ่มขึ้น 300%
ทุบเซนต์จอห์นผุดโครงการหมื่นล้าน
โครงการใหญ่ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาบริเวณวิภาวดีรังสิตตัดกับพหลโยธิน คือ พื้นที่โรงเรียนเซนต์จอห์น 9 ไร่ ที่มีแผนจะพัฒนาเป็นอาคารสำนักงาน คอนโดมิเนียม และพื้นที่ค้าปลีก โครงการมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งโรงเรียนได้มีการเรียกบริษัทที่ปรึกษาทางด้านอสังหาริมทรัพย์ 34 ราย เข้ามาร่วมเจรจาเพื่อวางแผนพัฒนาโครงการ ปัจจุบันทางโรงเรียนได้ทุบอาคารโรงเรียนในส่วนโรงเรียนอนุบาลและประถม และได้ย้ายโรงเรียนเข้าไปอยู่ด้านซอยวิภาวดีฯ 22 แทน พร้อมกันนี้ทางโรงเรียนได้นำพื้นที่บริเวณลาดพร้าวซอย 4 ซึ่งเป็นอาคารเรียนที่ทุบแล้ว เพื่อเปิดให้บริการเป็นตลาดนัดชั่วคราวเพื่อจำหน่ายสินค้าประเภทเบ็ดเตล็ด อาหารและเครื่องดื่มไปพลางๆ ก่อน เพื่อทดสอบตลาดในช่วง 12 ปีก่อนที่จะมีการก่อสร้างจริง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้รูปแบบในการพัฒนาโครงการดังกล่าวยังไม่นิ่ง เนื่องจากโครงการขนาดใหญ่อาจจะต้องมีการร่วมทุนกับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่มีความชำนาญ







