
แอนิเมชั่นไทยเนื้อหอมต่างชาติแห่ร่วมทุน
ตลาดแอนิเมชั่นไทยสดใสโตมากกว่า 5% เนื้อหอมต่างชาติสนใจร่วมทุนเอสเอ็มอีไทย ม็อบไม่กระทบความเชื่อมั่น
ตลาดแอนิเมชั่นไทยสดใสโตมากกว่า 5% เนื้อหอมต่างชาติสนใจร่วมทุนเอสเอ็มอีไทย ม็อบไม่กระทบความเชื่อมั่น
นายนิธิพัฒน์ สมสมาน นายกสมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจแอนิเมชั่นไทยในปี 2557 คาดว่าจะเติบโตไม่น้อยกว่าปี 2556 ที่ผ่านมา ซึ่งประมาณการว่าจะขยายตัวที่ 5% คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 5,000 ล้านบาท
“ผู้ประกอบการแอนิเมชั่นไทยไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การเมืองในประเทศที่มีการชุมนุม และภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัวลง เพราะผู้ผลิตไทยมีความสามารถผลิตสินค้าที่โดดเด่นในตลาดอาเซียนและตลาดโลก” นายนิธิพัฒน์ กล่าว
นอกจากนี้ ปีที่ผ่านมาแม้จะมีการชุมนุมทางการเมืองในประเทศไทย แต่พบว่ามีบริษัทแอนิเมชั่นจากประเทศญี่ปุ่นจำนวนกว่า 20 ราย เข้ามาศึกษาตลาดและมีแผนร่วมทุนกับเอสเอ็มอีไทย โดยอยู่ระหว่างการทำวิจัยเพื่อศึกษาเอกชนไทยและตลาดไทยอย่างจริงจัง เพราะนักลงทุนจากญี่ปุ่นให้ความสนใจลงทุนในประเทศไทยเป็นอันดับหนึ่งในภูมิภาคอาเซียน
สำหรับในปี 2557 ตลาดแอนิเมชั่นของไทยมีโอกาสเติบโตสูงกว่าปีนี้ เพราะภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศที่กลับมาขยายตัวได้ดี และสถานการณ์การเมืองในประเทศดีขึ้น ประกอบกับมีเอกชนสนใจเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจาก บริษัทแอนิเมชั่น จากประเทศญี่ปุ่น ที่ต้องการเข้ามาร่วมทุน และจ้างบริษัทเอสเอ็มอีไทยผลิตสินค้าให้จำนวนมาก คาดว่าในปีหน้าจะมีการร่วมทุนระหว่างบริษัทเอสเอ็มอีไทยและบริษัทจากประเทศญี่ปุ่นจำนวนหลายราย
ปัจจุบันจำนวนบริษัทแอนิมั่นของไทยมีมากกว่า 100 ราย และเป็นสมาชิกของสมาคมประมาณ 50 บริษัท โดยศักยภาพของผู้ผลิตไทยมีสูงมากสามารถผลิตงานสร้างสรรค์และงานไอเดียใหม่ๆ ออกมาสู่ตลาดโลกได้อย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหาของผู้ประกอบการไทยในปัจจุบันคือ การมีเงินทุนในระดับที่ไม่สูงมากนัก เพราะส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ดังนั้น ภาครัฐต้องเข้ามาจัดการด้านเงินทุนให้แก่ผู้ประกอบการ
นายนิธิพัฒน์ กล่าวว่า สมาคมอยากให้ภาครัฐมีกองทุนสนับสนุนการทำธุรกิจแอนิเมชั่นให้แก่ผู้ประกอบการไทย เพื่อทำให้มีเงินทุนขยายธุรกิจได้สูงขึ้น แต่พบว่าเมื่อรัฐบาลประกาศยุบสภาและจะต้องเลือกตั้งใหม่นั้น ก็ทำให้โครงการดังกล่าวต้องชะลอไปก่อน และไม่รู้ว่ารัฐบาลชุดใหม่จะสนใจทำโครงการกองทุนสนับสนุนการทำธุรกิจแอนิเมชั่นหรือไม่ เพราะในต่างประเทศโดยเฉพาะมาเลเซียที่เป็นคู่แข่งของไทยนั้น มีเงินกองทุนจากภาครัฐสนับสนุนเอกชนทำธุรกิจอย่างชัดเจน







