posttoday
"สาระ ล่ำซำ"เปิดบันทึกหน้าใหม่วงการประกันชีวิตไทย

"สาระ ล่ำซำ"เปิดบันทึกหน้าใหม่วงการประกันชีวิตไทย

31 ธันวาคม 2556

ปี 2556 วงการประกันชีวิต มีเรื่องสร้างความฮือฮาให้ตลาดมากที่สุด คือ ‘สาระ ล่ำซำ’ ผู้นำ บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต พาบริษัทวิ่งชิงที่ 2 ได้สำเร็จ

โดย...วารุณี อินวันนา

ปี 2556 วงการประกันชีวิต มีเรื่องสร้างความฮือฮาให้ตลาดมากที่สุด คือ ‘สาระ ล่ำซำ’ ผู้นำ บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต พาบริษัทวิ่งชิงที่ 2 ได้สำเร็จ และ ทำเบี้ยปีแรกแซงหน้าบริษัทเอไอเอ ยักษ์ใหญ่แห่งธุรกิจประกันชีวิตได้อย่างทึ่ง

บริษัทเมืองไทยประกันชีวิตได้พลังธนาคารกสิกรไทย ทำยอดขายเบี้ยลูกค้ารายใหม่พุ่งปรี๊ดดันเบี้ยรับรวมของบริษัทแซงหน้าขึ้นมานั่งแท่น บริษัทประกันชีวิตรายใหญ่อันดับ 2 ของไทยได้เป็นผลสำเร็จ

แม้ว่า ที่ผ่านมา ‘สาระ ล่ำซำ’กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จนปฏิเสธว่าไม่ได้แข่งกับใคร และไม่เคยนำบริษัทไปเปรียบเทียบกับคู่แข่ง จะแข่งกับตัวเองเท่านั้น แต่ภาพที่ออกมาทางการตลาด ปรากฎชัดว่าบริษัทแห่งนี้โค่นบริษัทไทยประกันชีวิตที่ครองอันดับ 2 มาตลอดหลายทศวรรษได้สำเร็จ ด้วยพลังเครือข่ายธนาคารกสิกรไทยที่ครอบคลุมทั่วประเทศ

ทั้งนี้ สมาคมประกันชีวิตไทย รายงานว่า 10 เดือนแรกบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต มีเบี้ยปีแรก 1.31 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% แต่ถ้านับเฉพาะเบี้ยปีแรกประเภทสามัญอยู่ที่ 1.26 หมื่นล้านบาท สูงสุดอันดับ 1 แซงหน้าบริษัทเอไอเอ สาขาประเทศไทย เป็นครั้งแรกในวงการตลาดประกันชีวิต  แต่ผลจากการที่เอไอเอ มีเบี้ยประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลเข้ามามาก จึงยังรักษาแชมป์เบี้ยปีแรกรวมไว้ได้

สำหรับ เบี้ยต่ออายุของบริษัทเมืองไทยประกันชีวิตอยู่ที่ 2.68 หมื่นล้านบาท อัตราการต่ออายุ 83% เบี้ยชำระครั้งเดียว 1.01 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% รวมเบี้ยรับทุกประเภท 5 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% ขึ้นเป็นบริษัทอันดับ 2 ของวงการประกันชีวิตไทยเป็นที่แน่นอน   นับเป็นการเปลี่ยนบันทึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการประกันชีวิตในรอบ 60 ปี

ขณะที่ ผู้บริหารหนุ่ม ‘สาระ ล่ำซำ’ ได้รับรางวัล ‘นักการเงินแห่งปี 2556’ จากนิตยสารการเงินการธนาคาร โดยเป็นผู้บริหารบริษัทประกันชีวิตรายแรกที่ได้รับรางวัลดังกล่าวในรอบ 31 ปี

สำหรับ เหตุผลที่ได้รับการโหวตเป็นนักการเงินแห่งปี มาจาก หนึ่ง เป็นนักการเงินที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลและทันสมัย ซึ่งกำหนดวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนนับตั้งแต่การเข้าทำหน้าที่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กร ที่จะเป็นบริษัทประกันชีวิตอันดับ 1 ที่มีความมั่นคง แข็งแกร่ง และเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกค้า

สอง เป็นนักการเงินมืออาชีพ ที่มีความซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ นำมาตรฐานการดำเนินธุรกิจในระดับสากลจากพันธมิตรมาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้เข้ากับรูปแบบการทำธุรกิจ และระหว่างดำรงตำแหน่ง สามารถผลักดันเพิ่มลดหย่อนภาษีเบี้ยประกันชีวิตจาก 5 หมื่นบาทเป็น 1 แสนบาท และเบี้ยประกันบำนาญลดหย่อนภาษีได้อีก 1 แสนบาท

สาม เป็นนักการเงินที่สร้างความเจริญเติบโตให้กับองค์กร จากอันดับ 8 ขึ้นมาอยู่อันดับ 2 ของธุรกิจประกันชีวิต และ มีเบี้ยปีแรกเติบโตสูงสุดอันดับ 1 ในปี 2556 โดยตั้งแต่ปี 2551-2555 เติบโตเฉลี่ยปีละ 30%

สี่ เป็นนักการเงินที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม ทำให้ได้รับรางวัลอันดับที่ 1 จาก Asia Insurance Awards สาขา Corporate Social Responsibility (CSR) ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้กับบริษัทที่ทุ่มเททรัพยากรและเวลาในการสร้างสรรค์ประโยชน์ที่สำคัญและสร้างความยั่งยืนต่อชุมชนในด้านสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม

ปี 2556 จึงเป็นปีที่ดีที่สุดของบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต ซึ่งดูจากกลยุทธ์การขับเคลื่อนธุรกิจของผู้บริหารหนุ่ม สาระ ล่ำซำ กับ พลังของธนาคารกสิกรไทย คาดว่ามูลค่าทางธุรกิจขององค์กรแห่งนี้ยังจะเพิ่มขึ้นไปได้อีก ไม่แน่ว่าในอีก 5-6 ปีข้างหน้าอาจจะเห็นอันดับของบริษัทแห่งนี้เปลี่ยนโฉมวงการประกันชีวิตไทยอีกครั้ง

ฟินันซ่าประกันชีวิตฟื้นชีพ

อีกข่าวดีหนึ่งของวงการประกันชีวิตไทย คือ รมว.คลัง ประกาศเลิกควบคุมบริษัทฟินันซ่าประกันชีวิต ถือเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.)

ทั้งนี้ บริษัทฟินันซ่า ประกันชีวิต ถูกภาครัฐเข้าควบคุมกิจการ ตั้งแต่วันที่ 26 เม.ย. 2553 ไม่สามารถขายประกันชีวิตรายใหม่ได้ ทำได้เพียงการจ่ายสินไหมทดแทน และใช้เวลากว่า 3 ปี ในการหาผู้ร่วมทุน

ผู้ร่วมทุนหน้าใหม่ใจกล้า คือ กลุ่มฟิลลิป แคปปิตอล แมเนจเม้นท์ จากประเทศสิงคโปร์ได้เข้ามาซื้อหุ้นเมื่อเมื่อเดือนส.ค.2556 และทำการเพิ่มทุน ทำให้ทุนจดทะเบียนเพิ่มขึ้นเป็น 1,534 ล้านบาท  ส่งผลให้บริษัทมีอัตราส่วนเงินกองทุนครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด และทำให้นักลงทุนกลุ่มนี้ถือหุ้นใหญ่เกือบ 100%

รมว.คลังจึงได้มีคำสั่งลงวันที่ 21 ต.ค.เลิกการควบคุมบริษัท ฟินันซ่าประกันชีวิต โดยให้มีผลบังคับเมื่อพ้นกำหนดสามวันทำการ นับแต่วันที่รัฐมนตรีลงนาม เพื่อที่คณะกรรมการควบคุมบริษัทได้มีเวลาดำเนินการเกี่ยวกับการแจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องได้ทราบ รวมถึงแก้ไขรายชื่อผู้มีอำนาจผูกพันบริษัทเกี่ยวกับทรัพย์สินต่างๆ ซึ่งจะทำให้บริษัท ฟินันซ่าฯ สามารถดำเนินธุรกิจปกติได้ และต้องลดสัดส่วนการถือหุ้นเกือบ 100 ลงมาให้ต่ำกว่า  50% ภายในระยะเวลา 10 ปี
เรื่องนี้ ทำให้ลูกค้าของบริษัทฟินันซ่า โล่งใจและมีความมั่นใจในบริษัทมากขึ้น ขณะเดียวกันได้สะท้อนธุรกิจประกันชีวิตไทยที่ยังมีเสน่ห์ในการสร้างผลตอบแทนให้กับนักลงทุนถึงขั้นดึงนักลงทุนหน้าใหม่เข้าสู่ตลาดได้ และยังเป็นการลดภาระของภาครัฐในการเข้าไปนั่งบริหารบริษัทแห่งนี้

ลูกค้ารับดอกเบี้ยอิ่ม

ปี 2556 บริษัทประกันชีวิตทั้งรายเล็ก รายใหญ่ เปิดเกมส์การแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาด เพื่อทำยอดขาย ดึงลูกค้าเก่า เอาใจพันธมิตร ถือว่ารุนแรงที่สุดในปีนี้

เกมส์ชิงตลาดที่ถูกนำมาใช้ คือ การแข่งออกแบบประกันระยะสั้น ชูผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากออกสู่ตลาด ทำให้ลูกค้าเงินหนามีโอกาสรับดอกเบี้ยกันอิ่มเอมถ้วนหน้า

ทั้งบริษัทขนาดเล็ก อย่าง บริษัททิพยประกันชีวิต ออกแบบประกัน ชำระเบี้ย 2 ปี คุ้มครอง 5 ปี ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 4% ส่วนบริษัท แอ๊ดวานซ์ไลฟ์ ประกันชีวิต ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 4.18% ต่อปี บริษัทกรุงเทพประกันชีวิต ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 3.25% บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต มีแบบชำระเบี้ย 2 ปี คุ้มครอง 3 ปี ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 3.34% บริษัทไทยประกันชีวิต มีแบบ ชำระเบี้ย 2 คุ้มครอง 3 ปี

นอกจากนี้ ยังมีแบบชำระเบี้ย 1 ปี คุ้มครอง 1 ปี ของบริษัทไทยสมุทรประกันชีวิต และ บริษัทไทยพาณิชย์ประกันชีวิต และยังมีแบบชำระเบี้ย 1 ปี คุ้มครอง 10 ปี ของธนาคารออมสิน ที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ 4%

สำหรับ แบบประกันระยะสั้น เบี้ยจะแพงเกือบเท่ากับวงเงินความคุ้มครอง และจะเริ่มต้นกันที่ 1 แสนบาท เพื่อดึงลูกค้าที่มีเงินก้อนใหญ่

กลยุทธ์ การออกกรมธรรม์ระยะสั้น ให้ผลตอบแทนสูง คล้ายๆ กับผลิตภัณฑ์เงินฝากประจำที่ไม่ยาวมาก ทำให้ได้ยอดขายเร็ว เพื่อรักษาระดับทางการตลาดของตัวเองไม่ให้หล่นมากนัก ทำให้บริษัทขนาดใหญ่เกือบทุกแห่งนำมาสร้างยอดขายให้บริษัท

แม้ว่า กรมธรรม์ดังกล่าวส่วนใหญ่ จะทำให้บริษัทขาดทุน แต่ยังมีสินค้าอื่นๆ ในบริษัทที่ทำกำไรเพียงพอนำมาชดเชยให้บริษัท ไม่ทำให้บริษัทเสียหาย ก็คุ้มค่าในการที่จะนำมาสร้างภาพที่ดีในสายตาของลูกค้า และ คู่ค้า

ยกเว้น บริษัทเอไอเอ สาขาประเทศไทย ที่ขึ้นชื่อว่า เป็นเพียงบริษัทขนาดใหญ่แห่งเดียวในประเทศไทย ที่ไม่ออกสินค้าขาดทุนเลย ตรงกันข้ามกลับมุ่งไปสู่การออกสินค้าที่มีทุนประกันขั้นต่ำสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และทำกำไรให้บริษัทเป็นกอบเป็นกำทุกปี

ไทยประกันชีวิตเปิดทางญี่ปุ่นถือหุ้น 15%

การเข้าถือหุ้นของบริษัท เมจิยาซึดะ ไลฟ์ อินชัวรันส์ บริษัทประกันชีวิตขนาดใหญ่อันดับสองของญี่ปุ่น ในบริษัทไทยประกันชีวิต สัดส่วน 15% ในเดือน ก.ค.2556 โดยกลุ่มไชยวรรณ มีสัดส่วนถือหุ้นประมาณ 85% สร้างความประหลาดใจให้กับคู่แข่งขันว่าเป็นการเข้าถือหุ้นอย่างเป็นมิตร หรือไม่ เพราะปลายปี 2555 บริษัทแห่งนี้ทำการเพิ่มทุนรวดเดียว 9,500 ล้านบาท รวมทุนจดทะเบียนเป็นหมื่นล้านบาท และพอปี 2556 ก็มีข่าวกระเซ็นกระสายจากต่างประเทศว่าญี่ปุ่นพยายามที่จะเข้าซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นส่วนน้อย

อย่างไรก็ตาม ไม่มีการเปิดแถลงข่าวในเรื่องนี้ มีเพียงเอกสารเผยแพร่การเข้าร่วมทุนครั้งนี้เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์  โดยมีสัดส่วนการถือหุ้น 15% ทางกลุ่มผู้ถือหุ้นญี่ปุ่นมีการชำระค่าหุ้นรวม 7,893 ล้านบาท ซึ่งมีส่วนล้ำมูลค่าหุ้นรวมอยู่ในนั้นทำให้บริษัทไทยประกันชีวิตต้องทำการเพิ่มทุนอีก 600 ล้านบาท รวมทุนจดทะเบียน 1.06 หมื่นล้านบาท และมีการส่งตัวแทนเข้ามานั่งเป็นกรรมการ 3 คน

ทั้งนี้ ต้องคอยติดตามดูกันว่า หลังพันธมิตรญี่ปุ่นรายนี้เข้ามาแล้ว จะช่วยบริษัทไทยประกันชีวิตชิงส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 2 กลับคืนมาได้หรือไม่ แม้ว่าผู้บริหารจะมองว่า ผลกำไร คือเป้าหมายหลักของบริษัท แต่อันดับทางการตลาดก็สำคัญต่อมูลค่าขององค์กร

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร