posttoday
ลุ้นอุตสาหกรรมปี"57ฟื้นเกาะกระแสโลกสร่างไข้

ลุ้นอุตสาหกรรมปี"57ฟื้นเกาะกระแสโลกสร่างไข้

26 ธันวาคม 2556

ปี 2556 ที่กำลังจะผ่านไปถือเป็นอีกปีที่ภาคอุตสาหกรรมไทยเผชิญกับปัจจัยลบอย่างมาก

โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ

ปี 2556 ที่กำลังจะผ่านไปถือเป็นอีกปีที่ภาคอุตสาหกรรมไทยเผชิญกับปัจจัยลบอย่างมาก โดยตลอดปีเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจโลกซบเซาฉุดการส่งออกของอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ลดลงถ้วนหน้า เข้าสู่โค้งสุดท้ายของปีก็มาเจอกับเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง

อย่างไรก็ตาม แม้เหตุการณ์การเมืองในประเทศยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติ แต่การที่เศรษฐกิจโลกมีสัญญาณดีขึ้นเห็นจากเศรษฐกิจหลัก เช่น สหรัฐ เริ่มลดวงเงินการดำเนินมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน (คิวอี) ทำให้เริ่มมีการประเมินว่าภาคผลิตอุตสาหกรรมปี 2557 ที่จะมาถึงนี้จะสดใสขึ้นกว่าปีนี้

วิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ปี 2557 ภาคอุตสาหกรรมจะกลับมามีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย ตามแนวโน้มการส่งออกที่กำลังฟื้นตัวตามเศรษฐกิจโลก เนื่องจากภาคอุตสาหกรรมไทยส่วนใหญ่เป็นการผลิตเพื่อส่งออกซึ่งเมื่อมีการผลิตสูงขึ้นจะส่งผลต่อการจ้างงาน และกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศให้ขยายตัวได้ดีตามไปด้วย ดีขึ้นกว่าปี 2556 ที่เกิดการหดตัวต่อเนื่องตั้งแต่เดือน ต.ค. หรือต่อเนื่องกัน 7 เดือน

สอดคล้องกับ สมชาย หาญหิรัญ ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ที่มองว่า การส่งออกมีแนวโน้มสดใสขึ้นตามเศรษฐกิจโลกที่จะเติบโตได้มากกว่า 3% ซึ่งจะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้อุตสาหกรรมไทยขยายตัวได้ดีขึ้นในปี 2557 แม้การบริโภคในประเทศจะไม่ดีนักเนื่องจากยังมีปัจจัยการเมืองฉุดรั้งอยู่ก็ตาม

ทั้งนี้ สศอ.คาดว่า ปี 2557 จีดีพีภาคอุตสาหกรรมจะขยายตัว 34% ภายใต้เศรษฐกิจภาพรวมเติบโต 45% และการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัว 57% โดยกลุ่มที่คาดว่าจะส่งออกได้มากคือ ยานยนต์ อาหาร เครื่องนุ่งห่มสิ่งทอ และอิเล็กทรอนิกส์ ที่กลับมาเติบโตตามตลาดจีนที่ดีขึ้น และผู้ผลิตสามารถปรับไลน์การผลิตเพื่อไปผลิตสินค้าที่ตรงกับความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนไปตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนด้วย

นอกจากตลาดต่างประเทศดีขึ้นแล้ว ยังมีปัจจัยเอื้อต่อภาคอุตสาหกรรมคือค่าเงินบาทที่จะยังอ่อนค่าใกล้ 32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ต้นทุนการผลิตที่จะไม่สูงขึ้นจากปี 2556 มากทั้งแรงงาน วัตถุดิบ ราคาน้ำมัน และอัตราดอกเบี้ยที่จะยังอยู่ในระดับต่ำ

“ปัญหาการเมืองจะไม่กระทบกับผลผลิตอุตสาหกรรมมากนักเพราะการผลิตของไทยส่วนใหญ่เป็นไปเพื่อการส่งออก แต่ผลจากการเมืองจะกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนมากกว่า โดยผู้ประกอบการอาจชะลอการลงทุนเพื่อรอดูความชัดเจนของภาครัฐไปก่อน” สมชาย กล่าว

ด้านศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ประเมินว่า จีดีพีภาคอุตสาหกรรมปี 2557 จะขยายตัวได้ 5.9% เมื่อเทียบกับปี 2556 เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกน่าจะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้การส่งออกภาคอุตสาหกรรมของไทยสามารถขยายตัวได้ในระดับที่ดี ประกอบกับสถานการณ์ด้านการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐน่าจะมีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ ซึ่งจะมีส่วนช่วยกระตุ้นการบริโภคของประเทศให้คึกคักเพิ่มมากขึ้น

“ปี 2557 ภาคอุตสาหกรรมจะมีปัจจัยเกื้อหนุนจากภาคส่งออกที่จะได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง อย่างไรก็ตาม แม้จะประเมินว่าเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มดีขึ้นแต่ยังมีความเสี่ยงในเรื่องของความต่อเนื่องของการฟื้นตัว ขณะที่การบริโภคในประเทศก็อาจจะขยายตัวต่ำจากความไม่เชื่อมั่นในสถานการณ์การเมือง” รายงานระบุ

ขณะที่ ฝั่งของผู้ผลิตมองเห็นแนวโน้มดีขึ้นเช่นกัน โดย พยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ผู้ประกอบการอยากให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองกลับสู่ภาวะปกติและเศรษฐกิจไทยกลับมาเติบโต โดยได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจโลกที่ปรับตัวดีขึ้น ทั้งนี้ในปี 2557 คาดว่าเศรษฐกิจอาเซียนจะขยายตัว 5.2% ซึ่งถ้าสถานการณ์การเมืองไทยกลับเข้าสู่ภาวะปกติเชื่อว่าจะทำให้การเติบโตของไทยเป็นไปตามศักยภาพที่ 5% การส่งออกขยายตัวได้ดีทุกกลุ่มตามการปรับตัวขึ้นของเศรษฐกิจโลก แต่ถ้ายังไม่ปกติจะเติบโตได้เพียง 3%

“การเมืองจะเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักของเศรษฐกิจปี 2557 เพราะมีผลต่อความต่อเนื่องของนโยบายรัฐ ส่วนความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลกลดลงเพราะสถานการณ์ดีขึ้นทั้งสหรัฐ ยุโรป ส่วนดอกเบี้ยจะยังอยู่ในระดับต่ำและราคาน้ำมันเฉลี่ยจะอยู่ที่ 104 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล” พยุงศักดิ์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่