
อย่าซ้ำเติมเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจไทยปีนี้เป็นปีแรกที่จะเจอศึกสองด้าน จากเดิมที่เคยประสบปัญหาในประเทศ จากการใช้จ่ายเพื่อบริโภค และการลงทุนภาคเอกชนทรุดตัว แต่ก็ได้การส่งออกมาเป็นเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ขนาด 60% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศคอยขับดันให้เศรษฐกิจเติบโต ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ ช่วงเกิดวิกฤตต้มยำกุ้งที่ไทยได้การส่งออกช่วยเอาไว้
เศรษฐกิจไทยปีนี้เป็นปีแรกที่จะเจอศึกสองด้าน จากเดิมที่เคยประสบปัญหาในประเทศ จากการใช้จ่ายเพื่อบริโภค และการลงทุนภาคเอกชนทรุดตัว แต่ก็ได้การส่งออกมาเป็นเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ขนาด 60% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศคอยขับดันให้เศรษฐกิจเติบโต ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ ช่วงเกิดวิกฤตต้มยำกุ้งที่ไทยได้การส่งออกช่วยเอาไว้
แต่ ณ ขณะนี้ไทยกำลังประสบปัญหาในประเทศ ทั้งการใช้จ่ายและการลงทุนที่ชะลอตัวลง แล้วยังถูกซ้ำด้วยเศรษฐกิจโลกที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ส่งผลให้การส่งออกของไทยทรุดตัวลงจนเกือบติดลบในปีนี้
เวลานี้เครื่องจักรที่พอจะหวังพึ่งได้ แม้จะเล็กแต่ก็มีเม็ดเงินและโครงการใช้จ่ายที่ชัดเจน คือ การใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐ โดยผ่านระบบงบประมาณรายจ่ายประจำปีนั่นเอง
โดยปีงบประมาณ 2557 รัฐบาลได้ตั้งงบประมาณรายจ่ายไว้ 2.525 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 19% ของจีดีพี แม้จะทดแทนเม็ดเงินจากการส่งออกไม่ได้ แต่หากภาครัฐเดินหน้าโครงการที่อยู่ในงบประมาณอย่างเต็มที่ ทั้งการลงทุน การจัดซื้อจัดจ้าง ก็น่าจะพอประทะประทังให้พอมีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ และเกิดการจ้างงาน อย่างต่อเนื่องได้
แต่ดูเหมือนว่าตั้งแต่เกิดปัญหาทางการเมือง การชุมนุมทางการเมืองเมื่อเดือน พ.ย.เป็นต้นมา หน่วยราชการต่างๆ กลับทำตัวเกียร์ว่าง จนแทบจะไม่มีการจัดซื้อจัดจ้าง ไม่มีการลงนามสัญญาโครงการ ฯลฯ ไปจนถึงบางหน่วยงานถึงขั้นไม่ยอมตรวจรับงาน จนส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อภาคเอกชนที่รอเข้าประมูลงาน หรือรอการตรวจรับงานเพื่อปิดบัญชีปลายปี
ทั้งที่การจัดซื้อจัดจ้าง หรือโครงการลงทุนที่บรรจุในงบประมาณ 2557 นี้ ข้าราชการทุกกระทรวงสามารถดำเนินการได้ตามขั้นตอนปกติ โดยไม่ต้องพะวงว่าจะขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 181
ยังไม่มีความชัดเจนว่าเพราะเหตุใดหน่วยราชการต่างๆ จึงชะลอการจัดซื้อจัดจ้าง การลงทุนโครงการต่างๆ แต่ในฐานะที่ข้าราชการก็ควรจะทำงานให้สมกับที่กินเงินเดือนที่มาจากภาษีประชาชน
โดยเฉพาะข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ระดับปลัดกระทรวง อธิบดีกรมกองต่างๆ ในฐานะหัวหน้าส่วนราชการ ที่ต้องเป็นหลักให้กับประเทศ สิ่งใดที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง สิ่งใดที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ ก็ให้เร่งดำเนินการตามขั้นตอนปกติของระบบงบประมาณ
อย่าเพียงแต่ลู่ตามลมการเมือง และซ้ำเติมปัญหาประเทศให้เลวร้ายกว่านี้อีกเลย







