
แฟชั่นเกาหลีลุยผุด25สาขา
ซุปเปอร์ เค เอาต์เลต ทุ่ม 100 ล้านบาท ขยายธุรกิจนำเข้าเสื้อผ้าแดนโสม 24 สาขาในไทย
ซุปเปอร์ เค เอาต์เลต ทุ่ม 100 ล้านบาท ขยายธุรกิจนำเข้าเสื้อผ้าแดนโสม 24 สาขาในไทย
น.ส.สุภกัญญ์ญา เกษชุมพล กรรมการบริหาร ซุปเปอร์ เค เอาต์เลต บริษัท ขายดี ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องแต่งกายจากประเทศเกาหลี เปิดเผยว่า แม้ว่าการเมืองไทยยังไม่นิ่ง เกิดการชุมนุมทางการเมือง แต่บริษัทยังมั่นใจต่อสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองในประเทศว่าจะปรับตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น
ทั้งนี้ บริษัทเตรียมทุ่มงบลงทุนเกือบ 100 ล้านบาทในปีหน้า เพื่อขยายเอาต์เลตภายใต้แบรนด์ซุปเปอร์ เค เพิ่ม 24 สาขา มุ่งเน้นขยายสาขาในตลาดต่างจังหวัด ตามหัวเมืองใหญ่ เช่น จ.เชียงใหม่ พิษณุโลก อุดรธานี อุบลราชธานี เป็นต้น ซึ่งจะใช้งบลงทุนสาขาละ 3-4 ล้านบาท รวมทั้งขยายให้ครอบคลุมกรุงเทพฯ ให้เต็มพื้นที่ และจากนั้นจะมุ่งสู่จังหวัดเล็กๆ ต่อไป
สำหรับซุปเปอร์ เค เอาต์เลต จำหน่ายสินค้านำเข้าจากเกาหลีร่วม 200 แบรนด์ แบ่งเป็น กลุ่มเสื้อผ้าในสัดส่วนกว่า 95% ส่วนที่เหลือ 5% เป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ราคาสินค้าเริ่มต้นตั้งแต่ 30-2,000 บาท โดยได้เข้ามาเปิดเอาต์เลตในไทยเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา มีทั้งหมด 12 สาขาในกรุงเทพฯ เป็นเอาต์เลตขนาดใหญ่ 1,400-1,500 ตร.ม. จะเปิดในชุมชน ขณะที่รูปแบบเล็กขนาด 400 ตร.ม. เปิดในห้างสรรพสินค้า
น.ส.สุภกัญญ์ญา กล่าวว่า แม้ว่าขณะนี้กระแสความนิยมสินค้าจากประเทศเกาหลีจะซบเซาลง แต่เสื้อผ้าที่นำเข้ามาจำหน่ายมีคุณภาพและดีไซน์ดีกว่าเมื่อเทียบกับสินค้าจากจีนหรืออินเดีย ล่าสุดเพื่อสร้างการรับรู้แก่ผู้บริโภค ได้ร่วมจัดงานไทยแลนด์ เบสท์บาย ขึ้นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เป็นครั้งแรก
“การร่วมงานครั้งนี้ บริษัทได้นำสินค้ามาร่วมลดราคาสูงถึง 80% เพราะต้องการให้กลุ่มเป้าหมายตั้งแต่คนรุ่นใหม่จนถึงผู้ใหญ่ ได้รู้จักแบรนด์ซุปเปอร์ เค และเกิดการซื้อซํ้า”น.ส.สุภกัญญ์ญา กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทยังจัดคาราวานสินค้าทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑลต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อเข้าถึงลูกค้าตามชุมชน รองรับกับการแข่งขันธุรกิจเอาต์เลตเสื้อผ้าที่แข่งขันลดราคาสินค้ารุนแรง โดยจะชูจุดขายการเป็นสินค้าคุณภาพดี ราคาย่อมเยา และรับกับทุกไลฟ์สไตล์
ขณะที่ภาพรวมธุรกิจในปีนี้ไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหากำลังซื้อชะลอตัว เนื่องจากสินค้าของบริษัทมีราคาถูกเริ่มต้นเพียง 30 บาท ทำให้เข้าถึงลูกค้าได้ทุกระดับ และสอดรับกับกำลังการซื้อของผู้บริโภค จึงมั่นใจว่ารายได้สิ้นปีนี้จะเติบโต 30-40% หรือ 180 ล้านบาทตามเป้าหมาย ส่วนปีหน้าตั้งเป้ารายได้ 250-300 ล้านบาท เติบโต 70%







