posttoday
ห่วงซ้ำรอยฟิลิปปินส์

ห่วงซ้ำรอยฟิลิปปินส์

10 ธันวาคม 2556

แนะผนึกทุกฝ่ายปฏิรูปประเทศรอบด้านชี้ปัญหาการเมืองกระทบไทยเปิดรับเออีซี

แนะผนึกทุกฝ่ายปฏิรูปประเทศรอบด้านชี้ปัญหาการเมืองกระทบไทยเปิดรับเออีซี

นักวิชาการห่วงไทยซ้ำรอยฟิลิปปินส์ แนะตั้งสภาประชาชนทำประชามติ ปล่อยประเทศสู่อาเซียนช้าลง

นายปิติ ศรีแสงนาม รองผู้อำนวยการศูนย์อาเซียนศึกษาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า น่าเป็นห่วงว่าสถานการณ์การเมืองไทยขณะนี้จะซ้ำรอยการประท้วงขับไล่นายเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ของฟิลิปปินส์ คือคิดว่าเมื่อขับไล่แล้วประเทศจะพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นมีระบบการเมืองที่ดีขึ้น แต่สุดท้ายไม่ได้พัฒนาขึ้นเท่าที่ควร

“ฟิลิปปินส์ยังจมอยู่ในวังวนปัญหาเดิมๆ โดยเฉพาะการคอร์รัปชั่นยังคงมีระบบการเมืองน้ำเน่าและระบบทุนนิยมผูกขาดอยู่ เครือญาติของมาร์กอสยังเป็นวุฒิสภา เป็นผู้ว่าการรัฐต่างๆ และพยายามนำคนของตัวเองกลับมาใหม่” นายปิติ กล่าว

ทั้งนี้ สิ่งที่ผู้ชุมนุมต้องการขณะนี้ไม่ใช่แค่นายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภา แต่คือโค่นล้มระบอบทักษิณ ซึ่งประกอบด้วยระบบทุนนิยมสามานย์ ระบบการเมืองเสียงข้างมากของรัฐสภา และการโยกย้ายข้าราชการแบบเล่นพรรคเล่นพวก ลบด้วยหลักธรรมาภิบาล หลักนิติรัฐ และนิติธรรม อย่างไรก็ตาม กรณีประเทศไทยเชื่อว่าทุกฝ่ายควรกลับมาคุยกัน ยอมรับปัญหาของประเทศแล้วปฏิรูปประเทศ ปฏิรูปการเมืองไทย แก้ปัญหาทุกอย่างร่วมกัน

ทางออกหนึ่งที่เห็นว่าเป็นไปได้ขณะนี้คือ การตั้งสภาประชาชน โดยไม่ใช่นำเฉพาะคนของพรรคประชาธิปัตย์หรือผู้ชุมนุมเข้าไปนั่งในสภา แต่เป็นคนที่มาจากกลุ่มเพื่อมาร่างกติกาใหม่ร่วมกัน แก้ปัญหาความขัดแย้งและแตกแยกที่เป็นอยู่ ที่สำคัญกติกาใหม่ที่จะเกิดขึ้นควรเป็นกติกาที่เหมาะกับประเทศไทยโดยเฉพาะ ไม่ใช่ลอกแบบจากต่างชาติมาทั้งหมด

ด้านนายกิตติ ประเสริฐสุข ผู้อำนวยการสถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า สำหรับเรื่องสภาประชาชนนั้นยังไม่เคยเห็นรูปแบบดังกล่าวในอาเซียนและประเทศอื่นๆ ในแถบเอเชีย ประกอบกับยังไม่เห็นเกณฑ์ที่ชัดเจนในการคัดเลือกตัวแทนเข้าไปนั่งในสภา เบื้องต้นจึงคิดว่าการทำประชามติ โดยกำหนดประเด็นให้เลือกเลยว่าประเด็นใดควรมีการแก้ไขหรือไม่แก้ไข น่าจะเป็นทางออกที่เหมาะสมกว่า

ทั้งนี้ เชื่อว่าเหตุการณ์นับตั้งแต่การยุบสภาครั้งนี้ การทำประชามติ การเลือกตั้งจนได้รัฐบาลใหม่อาจใช้เวลาอย่างน้อยเกินช่วงครึ่งปีแรกของปี 2557 และส่งผลกระทบต่อการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของไทยอย่างแน่นอน เนื่องจากยังมีกฎหมายอีกหลายฉบับที่ไทยต้องแก้ไข เพื่อให้สอดคล้องกับพันธะผูกพันและเอื้อต่อการรองรับการเปิดเสรี อย่างไรก็ตาม คิดว่าเป็นเรื่องจำเป็นที่ไทยจะต้องยอมล่าช้าในเรื่องนี้ เพื่อให้ประเทศได้เดินหน้าแก้ความขัดแย้ง และเมื่อสถานการณ์ดีขึ้นแล้วก็ควรเร่งความเร็วในการดำเนินการต่างๆ ให้ทันปี 2558

สำหรับสถานการณ์การประท้วงในเอเชียเร็วๆ นี้ ประกอบด้วย 2 สถานการณ์หลัก 1.การประท้วงขับไล่นายเฉิน สุ่ย เปียน ประธานาธิบดีของไต้หวัน มีประชาชนออกมาขับไล่จำนวนมาก แต่สุดท้ายกรณีดังกล่าวจบลงด้วยกระบวนการศาล 2.การประท้วงผลการเลือกตั้งของมาเลเซียและกัมพูชา ฝ่ายค้านไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งและมีกลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งออกมาร่วม อย่างไรก็ตาม กรณีของไทยนับว่าแตกต่างจากทั้ง 2 กรณี คือ 1.ที่ผ่านมา ไทยประท้วงโดยยึดสถานที่ราชการ ย่านธุรกิจ ซึ่งทั้ง 2 กรณีดังกล่าวไม่ทำ และ 2.กรณีของไทยมีปัญหาเรื่องไม่เคารพอำนาจศาล ทำให้เรื่องซับซ้อนและยุ่งยากมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร