
ละลายแม่น้ำ
ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำไปเกือบหมดครกแล้ว สำหรับงบพีอาร์โครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท ภายใต้มหกรรมโรดโชว์สร้างอนาคตไทย 2020 ผลงานชิ้นโบแดงของ สุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และอำนวยการ “เงินกู้” 400 ล้านบาท โดย “เดอะโต้ง” กิตติรัตน์ ณ ระนอง “รักษาการ” รองนายกฯ และ รมว.คลัง
ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำไปเกือบหมดครกแล้ว สำหรับงบพีอาร์โครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท ภายใต้มหกรรมโรดโชว์สร้างอนาคตไทย 2020 ผลงานชิ้นโบแดงของ สุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และอำนวยการ “เงินกู้” 400 ล้านบาท โดย “เดอะโต้ง” กิตติรัตน์ ณ ระนอง “รักษาการ” รองนายกฯ และ รมว.คลัง
เพราะทันทีที่นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ประกาศยุบสภา ก็เป็นอันว่าร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมและขนส่ง “ต้องตกไป” หากจะฟื้นขึ้นมาใหม่ก็ต้องรอรัฐบาลใหม่ยืนยันร่างกฎหมาย แต่ก็ไม่ง่าย เพราะต้องฝ่าด่านอรหันต์ของศาลรัฐธรรมนูญอีกชั้น
แต่ที่แน่ๆ งบพีอาร์ลงทุนสร้างอนาคตไทย ที่เน้นโปรโมทรถไฟความเร็วสูงขนผัก ถูกละเลงไปเกือบหมดแล้ว
เนื่องจากตั้งแต่วันที่ 4 ต.ค. 1 ธ.ค.2556 รัฐบาลเดินทางโรดโชว์สร้างอนาคตไทย 2020 แล้ว 9 จังหวัด ได้แก่ จ.หนองคาย นครราชสีมา ชลบุรี อุบลราชธานี ขอนแก่น นครสวรรคฉะเชิงเทรา เชียงใหม่ และสงขลาสนนราคาค่าจัดงานจังหวัดละ 10 ล้านบาท เป็นค่าจัดงานบนเวทีจังหวัดละ 5 ล้านบาท และค่าจัดนิทรรศการจังหวัดละ 5 ล้านบาท
การโรดโชว์ 8 จังหวัดเป็นไปได้สวย เดอะโต้ง และชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผลัดเวรไปเปิดงาน แต่ครั้งที่ 9 ที่ จ.สงขลา กลับจบไม่สวยเพราะถูกมวลชนเข้าไปล้มงาน เพราะเห็นว่าผลาญภาษีประชาชน
ส่วนการจัดงานอีก 4 ครั้งที่เหลือ คือ ครั้งที่ 1012 ในต่างจังหวัด ก่อนปิดจ๊อบครั้งที่ 13 ที่กรุงเทพฯ ยังต้องรอดูว่าจะล้มไปหลังรัฐบาลยุบสภาหรือไม่ เพราะสัญญาเซ็นไปแล้ว และเงินก็ได้รับจัดสรไปรครบแล้ว เพราะก่อนหน้านี้ สุรนันทน์ หัวเรือใหญ่เซ็นอนุมัติว่าจ้างผู้จัดงานเวทีและนิทรรศการด้วย “วิธีพิเศษ” เป็นที่เรียบร้อย “โรงเรียนตึกไทยคู่ฟ้า”
หากได้ยินชื่อบริษัทที่รับจ้างพีอาร์ก็คงคุ้นหูไม่น้อย เพราะเป็น 2 บริษัทสื่อค่ายใหญ่ ที่รับงานไปแบ่งกันค่ายละ 50/50 คือ ค่ายมติชน ค่ายสื่อการเมืองชื่อดัง และค่ายสยามสปอร์ต ซินดิเคท ค่ายสื่อกีฬายักษ์ใหญ่ เบ็ดเสร็จเงินค่าจ้างจัดเวทีและนิทรรศการก้อนนี้ก็ตกอยู่ที่ 130 ล้านบาท
ส่วนเงินค่าจ้างที่ปรึกษางานพีอาร์ต่างหากก็ไม่น้อย ค่าจ้างอยู่ที่ 125 ล้านบาท เงินจำนวนนี้เป็นงบพาสื่อไปดูงาน (ไปเที่ยว) 3 ชาติ คือ ญี่ปุ่น 10 ล้านบาท เยอรมนี 15 ล้านบาท และสหรัฐ 25 ล้านบาท และท้ายที่สุดงบซื้อสื่อโฆษณาอีก 145 ล้านบาท เช่น โฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์ 60 ล้านบาท หนังสือพิมพ์ 40 ล้านบาท
แต่เงินจะใช้หมดหรือยัง ไม่มีใครรู้ เพราะคนที่รู้ดีที่สุด คือ สุรนันทน์ นั่นเอง
สำหรับที่ไปที่มาของเงินงบประมาณที่ใช้ว่าจ้างก็พิสดารไม่น้อย เพราะขอใช้งบ SAL ชื่อภาษาไทย คือ “เงินกู้เพื่อปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ” แต่เอาไปใช้พีอาร์โครงการลงทุนในฝันเอาเสียดื้อๆ
ยิ่งตอนเสนอเรื่องให้ครม.อนุมัติมองไปก็ด้านๆชอบกล เพราะคราวแรกเสนอว่า “ขอจัดสรรเงิน SAL เพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน...” แต่ “เดอะโต้ง” เห็นชื่อแล้วตกใจ เลยสั่งเปลี่ยนชื่อเป็น “จัดสรรกู้ (SAL) เพื่อสนับสนุนโครงการศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบจากโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล...”
ก็ให้รู้ไปว่ารัฐบาลนี้มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน 15 ล้านเสียง ใช้งบพีอาร์แค่ 400 ล้านบาทเอง คงไม่มีใครว่า...อิ.อิ...







