
พณ.ยันจำนำข้าวไม่ผิดกฎ WTO
"นิวัฒน์ธำรง" ย้ำในที่ประชุมองค์การการค้าโลก รับซื้อผลผลิตในราคาสูงเข้าสต็อก เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในประเทศ ไม่ผิดกฎ WTO
"นิวัฒน์ธำรง" ย้ำในที่ประชุมองค์การการค้าโลก รับซื้อผลผลิตในราคาสูงเข้าสต็อก เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในประเทศ ไม่ผิดกฎ WTO
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ กล่าวหลังร่วมประชุมระดับรัฐมนตรีองค์การการค้าโลก (WTO) ครั้งที่ 9 (MC9) ระหว่างวันที่ 3-6 ธ.ค. ว่า ประเด็นหลักที่หารือกันในรอบนี้ คือ เรื่องสินค้าเกษตร ซึ่งมี 3-4 หัวข้อ ที่จะต้องให้ได้ข้อยุติทั้งหมดทุกหัวข้อ ไม่เช่นนั้นจะถือว่าไม่บรรลุข้อตกลง
สำหรับประเด็นที่ต้องใช้เวลาหารือกันมากที่สุด มาจากข้อเสนอที่นำโดยอินเดีย และบางประเทศ ในละตินอเมริกา ที่อยากให้ประเทศเกษตรกรรม สามารถรับซื้อผลผลิตในประเทศมาเก็บสต็อกไว้เพื่อความมั่นคงด้านอาหาร (food security) ได้เพียงพอสำหรับบริโภคในประเทศ โดยราคารับซื้อจากเกษตรกรจะสูงกว่าราคาทั่วไป ทั้งเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร และสามารถนำไปแจกคนยากจน หรือขายในราคาถูกได้ด้วย โดยไม่ให้ถือว่าผิดกฎของ WTO ซึ่งกลุ่มที่เสนอเรื่องนี้คือประเทศที่มีผลผลิตไม่พอ ต้องนำเข้าส่วนใหญ่ ส่วนประเทศพัฒนาแล้วและผู้ส่งออกสินค้าเกษตรมองว่าการช่วยคนจนนั้นต้องไม่ทำให้การนำเข้าหรือส่งออกมีผลกระทบ ซึ่งไทยอยู่ในกลุ่มนี้ โดยท่าทีของไทยคือเราสนับสนุนการช่วยเหลือคนยากจน ผู้มีรายได้น้อย เกษตรกร และผู้บริโภค ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลทำอยู่แล้ว ทุกประเทศก็เห็นตรงกัน เพียงแต่ขออย่าให้กระทบการค้า ส่งออก นำเข้า
“ไทยพอใจกับการบรรลุข้อตกลงเปิดตลาดสินค้าเกษตร ลดอุปสรรคทางการค้า เพราะเชื่อว่าจะทำให้สามารถส่งออกได้มากขึ้น ส่วนนโยบายจำนำข้าวของรัฐบาลไทย ในการประชุม WTO ทุกครั้งที่ผ่านมารวมถึงครั้งนี้ ยังไม่มีใครแสดงความไม่พอใจ เพราะไทยไม่ได้ทำให้มีผลต่อราคาสินค้าภายนอก ไม่ได้ทำให้ราคาส่งออกผิดเพี้ยน จึงไม่มีปัญหา” นายนิวัฒน์ธำรง กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุม MC9 ต้องใช้เวลาหารือกันจนเลยกำหนดเดิมที่จะสิ้นสุด เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. โดยประชุมต่อเนื่องจนถึงเวลาประมาณ 03.00 น.ของวันที่ 7 ธ.ค. และต้องกลับมาหารือกันอีกในช่วงเช้า ก่อนจะบรรลุข้อตกลงและออกแถลงการณ์เป็น Bali Package เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น.ที่ผ่านมา ซึ่งนับได้ว่าบรรลุข้อตกลง เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่จัดตั้ง WTO ในปี ค.ศ.1995 ข้อตกลงนี้คาดว่าจะทำให้การค้าโลกเพิ่มขึ้น 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐและมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นทั่วโลก 20 ล้านตำแหน่ง
โดยก่อนหน้านี้ ที่ประชุมสามารถตกลงกันได้แล้ว 3 หัวข้อ ได้แก่ การอนุญาตให้สมาชิก ที่ประสบภัยธรรมชาติ น้ำท่วม หรือภัยแล้ง สามารถออกมาตรการช่วยเหลือ ในประเทศได้โดยไม่มีข้อจำกัด การลดการอุดหนุนสินค้าเกษตร และการบริหารจัดการโควตาภาษี ให้มีการนำเข้าสินค้าเกษตรได้ตามโควตาที่แต่ละประเทศกำหนดไว้
ส่วนประเด็นเรื่อง food security ที่ต้องหารือกันมากและใช้เวลานานที่สุดนั้น ในที่สุดได้ข้อตกลงว่า ให้ประเทศกำลังพัฒนาและประเทศพัฒนา น้อยที่สุดสามารถ เก็บสตอก เพื่อความมั่นคงด้านอาหารได้ แต่ต้องไม่กระทบการส่งออกหรือนำเข้า โดยระหว่างนี้ให้มีกลไกชั่วคราว ใช้กำกับการดำเนินการดังกล่าว ก่อนที่จะมีมาตรการถาวร ซึ่งจะกลับมาทบทวนอีกครั้ง ในการประชุมระดับรัฐมนตรีครั้งที่ 11 (MC11) ในอีก 4 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ ประเทศที่ดำเนินมาตรการดังกล่าวจะต้องทำรายงานเปิดเผยข้อมูลปริมาณสินค้าที่เก็บสตอก ระยะเวลาที่ดำเนินการ และรายละเอียดอื่น ๆ เพื่อความโปร่งใส







