
สหรัฐยังจับตามองพิเศษไทย
คาดผลจากใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตรยา พาณิชย์เล็งส่งหนังสือขอทบทวนใหม่
โพสต์ทูเดย์
— “อลงกรณ์” อัดสหรัฐใช้ข้อมูลเก่า จัดไทยขึ้นบัญชีพีดับเบิลยูแอล เตรียมยื่นหนังสือยูเอสทีอาร์ถามเหตุผลนายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า สหรัฐได้ประกาศผลการจัดอันดับประเทศไทยตามกฎหมายการค้าสหรัฐ มาตรา 301 พิเศษ ประจำปี 2553 คงให้ไทยเป็นประเทศที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ (พีดับเบิลยูแอล) เหมือนปีก่อน แต่พร้อมทบทวนสถานะนอกรอบใน 6 เดือน ซึ่งถือว่า น่าผิดหวัง เพราะรัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเต็มที่
ทั้งนี้ เห็นว่าสหรัฐได้ใช้ข้อมูลที่ไม่เป็นปัจจุบันเท่าที่ควร และใช้ความเห็นของเอกชนสหรัฐบางรายที่ไม่พอใจการดำเนินการของไทยเป็นหลักในการประเมิน โดยไม่ได้นำข้อมูลความคืบหน้าการดำเนินการที่สำคัญของไทย เช่น ความคืบหน้าการปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์หนังสือตำราเรียน การแก้ไขกฎหมายเพื่อเอาผิดเจ้าของพื้นที่ขาย ผลิตและเก็บรักษาสินค้าละเมิด การยกร่างกฎหมายป้องกันการแอบถ่ายในโรงภาพยนตร์ มาประเมินด้วย
ดังนั้น รัฐบาลจึงเตรียมทำหนังสือถึงสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) เพื่อสอบถามถึงกรณีการจัดอันดับไทยในอันดับเดิม ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไทยได้ชี้แจงและส่งข้อมูลการปราบปรามและโต้แย้งข้อกล่าวหาของภาคเอกชนสหรัฐหลายครั้ง
มทั้งเดินทางไปชี้แจงสหรัฐฯ ด้วยตนเองเดือนก.พ.ที่ผ่านมา
“ปี 2552 ไทยจับกุมคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาได้รวม 7,613 คดี ยึดของกลาง 5,318,535 ชิ้น คิดเป็นจำนวนคดีเพิ่ม 28.5% ของกลางเพิ่ม 55.68% และทำลายของกลางที่ยึด 1,628,046 ชิ้น น้ำหนักกว่า 293 ตัน” นายอลงกรณ์ กล่าวอย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยจะยังคงเดินหน้าสร้างศักยภาพด้านทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศต่อไป เพราะตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาประเทศไปสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์มีการพัฒนาระบบการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา การปราบปรามการละเมิด ตลอดจนส่งเสริมการสร้างสรรค์ทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจัง เพื่อประโยชน์ที่เกิดแก่ประเทศไทยเองในการแข่งขันในเวทีโลก และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและประชาคมโลก
ด้านข้อกล่าวหาของสหรัฐในการคงบัญชีพีดับเบิลยูแอลของไทย ระบุว่า แม้รัฐบาลไทยจะให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยจัดทำแผนเร่งรัดการป้องกันและปราบปราม การเข้าเป็นสมาชิกสนธิสัญญาความร่วมมือด้านสิทธิบัตร (พีซีที) การแก้ไขกฎหมายเพื่อเอาผิดเจ้าของพื้นที่ขาย ผลิต และเก็บรักษาสินค้าละเมิด การยกร่างกฎหมายป้องกันการแอบถ่ายในโรงภาพยนตร์ รวมทั้งการดำเนินมาตรการสร้างจิตสำนึก และความตระหนักของประชาชนในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา แต่การละเมิดของไทยยังคงพบเห็นได้ทั่วไปในพื้นที่สีแดง และสหรัฐฯ ยังมีความกังวลเกี่ยวกับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และเคเบิลทีวี *****ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ยังระบุอีกว่า ช่วงหนึ่งได้ระบุว่า หวังว่ารัฐบาลไทยจะให้ความสำคัญกับการหารือกับเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาในสินค้ายา เพื่อร่วมกันหาทางออกในการแก้ไขปัญหาการเข้าถึงยาของประชาชนไทยโดยวิธีการที่ไม่ส่งผลกระทบต่อการคุ้มครองสิทธิบัตร การวิจัยและพัฒนา และการสร้างสรรค์ยาชนิดใหม่ อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ยืนยันว่าตระหนักดีถึงสิทธิของไทยในฐานะสมาชิกองค์การการค้าโลก (ดับบลิวทีโอ) ที่จะใช้มาตรการยืดหยุ่นตามที่ระบุไว้ในความตกลงทรัพย์สินทางปัญญาว่าด้วยการค้า (ทริปส์)
สำหรับปีนี้มีประเทศที่ถูกจัดเป็นพีดับเบิลยูแอล 11 ประเทศ คือ จีน รัสเซีย แอลจีเรีย อาร์เจนตินา แคนาดา ชิลี อินเดีย อินโดนีเซีย ปากีสถาน เวเนซุเอลา และไทย







