
ธปท.รับเศรษฐกิจโตไม่ถึง3%
ธปท.หนุนหาคนกลางเจรจาทางออก ชี้ปัญหา ฉุด ศก.โตต่ำ 3% ปีนี้ คุยแบงก์รับมือให้บริการปกติ
ธปท.หนุนหาคนกลางเจรจาทางออก ชี้ปัญหา ฉุด ศก.โตต่ำ 3% ปีนี้ คุยแบงก์รับมือให้บริการปกติ
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ชุมนุมทางการเมืองในขณะนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อบรรยากาศทางเศรษฐกิจแล้ว ทั้งการบริโภค การลงทุน แม้ล่าสุด ธปท.ได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจลงเหลือ 3% ในปีนี้ แต่ยังไม่รวมผลกระทบจากการเมือง ดังนั้น จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าจีดีพีปีนี้มีโอกาสโตต่ำกว่า 3% ได้ยังต้องติดตามดู
ปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้ ทุกฝ่ายมีข้อเรียกร้องที่แตกต่างกัน ซึ่งต้องมีการหารือกัน หากหารือทางตรงไม่ได้ก็ต้องหาทางอ้อม ซึ่งมีกลุ่มบุคคลและสถาบันเสนอความเห็นและเสนอตัวเป็นคนกลางในการประสานหาทางออก ซึ่งไม่คิดว่าทุกฝ่ายจะยึดความต้องการของตัวเองเป็นหลักทั้ง 100% จึงเชื่อว่าจะมีการหาทางออกร่วมกันในแนวทางที่รับกันได้ในที่สุด โดยการเจรจากัน
สำหรับกรณีหลายฝ่ายห่วงการเมืองจะทำให้เงินทุนไหลออกนั้น เท่าที่ดูแม้จะมีเงินทุนไหลออกบ้าง แต่ถือว่ายังไม่รุนแรง โดยเงินเข้าและออกค่อนข้างสมดุลกัน บวกกับไทยมีอัตราแลกเปลี่ยนที่ยืดหยุ่นและเงินทุนสำรองระหว่างประเทศยังมีเพียงพอที่รองรับความต้องการของนักลงทุนไทยและต่างประเทศได้ รวมถึงผลกระทบที่อาจจะตามมาได้
นายประสาร กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้า ธปท.และผู้บริหารของธนาคารพาณิชย์จะมีการประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ร่วมกัน เพื่อหารือถึงแนวทางการดูแลให้บริการของธนาคารพาณิชย์ให้เปิดบริการได้ตามปกติ และผ่อนผันให้สาขาธนาคารที่อยู่ในพื้นที่ชุมนุมสั่งปิดสาขาได้ทันทีโดยไม่ต้องขออนุญาตก่อน
ขณะนี้การชุมนุมไม่กระทบการให้บริการระบบชำระเงินและธนาคาร เพราะมีการกระจายศูนย์ธนบัตรมากขึ้น รวมทั้งมีหลายช่องทาง เช่น ตู้เอทีเอ็ม และยังมีแผนสำรองกรณีมีเหตุฉุกเฉิน
นายอนุสรณ์ ธรรมใจ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ และคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ประเมินผลกระทบว่า ประเทศไทยได้รับความเสียหายและสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจและการลงทุนในกรณีเลวร้ายสุดระยะสั้น 3 แสนล้านบาท หากยืดเยื้อต่อเนื่องหลายปีความเสียหายอาจมากกว่า 1 ล้านล้านบาท คิดเป็น 8.3% ของจีดีพี
ด้านบริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มเงินบาทยังคงอ่อนค่าลง ในสัปดาห์หน้า คาดเคลื่อนไหวในกรอบ 3232.30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จากวันศุกร์ที่ผ่านมาอยู่ที่ 32.07 บาท โดยต้องจับตาสถานการณ์การเมืองและตัวเลขเศรษฐกิจในต่างประเทศ







