
เลือกได้
“จีน” คือตัวอย่างความสำเร็จของเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วที่หลายประเทศอยากเดินตามรอย แม้จะเห็นว่ามีช่องโหว่มากมายในการขยายตัวแบบก้าวกระโดดอย่างนี้
“จีน” คือตัวอย่างความสำเร็จของเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วที่หลายประเทศอยากเดินตามรอย แม้จะเห็นว่ามีช่องโหว่มากมายในการขยายตัวแบบก้าวกระโดดอย่างนี้
การเติบโตแบบหวือหวาทำให้จำนวนชนชั้นกลาง คนรวย และมหา เศรษฐีเพิ่มมากขึ้น แต่ก็มีคนอีกมากมายมหาศาลยังติดหล่ม “จนเรื้อรัง” เช่นกัน ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลจีนมองเห็นและพยายามแก้ไข
ล่าสุดนี้ ทางจีนบอกค่ะว่าจะปรับระบบประเมินภาวะเศรษฐกิจกันใหม่ เพื่อมาเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพมากกว่าที่เป็นมา การที่จะทำเช่นนี้ได้นั้นจีนจะเพิ่มน้ำหนักของตัวชี้วัดอย่างการใช้ทรัพยากร ต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยในการทำงาน และหนี้ของรัฐบาลท้องถิ่น ในการประเมินอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจท้องถิ่นค่ะ อีกทั้งจะให้ความสำคัญกับอีกหลายปัจจัยมากขึ้น เช่น การจ้างงาน รายได้ของประชาชน สวัสดิการสังคม และสุขภาพของคน
เหตุผลที่ทำให้จีนต้องทำแบบนี้ ก็เพราะต้องการกระตุ้นให้รัฐบาลท้องถิ่นของมณฑลต่างๆ หันมาให้ความสำคัญกับการปฏิรูปทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน จากที่ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ทางการจีนสนใจแต่ตัวเลขการขยายตัวของเศรษฐกิจล้วนๆ ซึ่งกลายเป็นแรงกดดันให้รัฐบาลท้องถิ่นจำเป็นต้องผลักต้องดันเศรษฐกิจด้วยการทุ่มลงทุนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานมากมาย รวมถึงอุตสาหกรรมหนัก เช่น พลังงาน เพื่อปั้นให้ตัวเลขสวยๆ ซึ่งการลงทุนแบบนี้มาพร้อมกับความสูญเสียแบบที่ประเมินค่าไม่ได้ โดยเฉพาะสิ่งแวดล้อมที่เสียหายไป
สำหรับหลายประเทศในอาเซียน รวมทั้งไทยที่กำลังโหมลงทุนโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคกันยกใหญ่ตอนนี้ อาจต้องมองให้กว้างและรอบด้านขึ้นนะคะว่า อะไรจำเป็นจริงๆ ต่อการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ ยังมีปัจจัยอื่นอีกไหมที่มีส่วนทำให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน
บางทีตอนนี้เราอาจก้าวมาถึงจุดที่ต้องทบทวนกันบ้างแล้วค่ะว่า การเติบโตอย่างแท้จริงที่ชาติต้องการนั้นคืออะไร คืออัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงๆ ท่ามกลางเสียงพร่ำบ่นถึงความเหลื่อมล้ำหรือการเติบโตแบบเบาๆ แต่ทุกคนอยู่ดีมีสุขและพอจะวางใจได้ว่า “อนาคต” คงโอเค







