
SME มอนิเตอร์
อังกฤษ — รายงานการศึกษาของบริษัทวิจัย ด็อดส์ ภายใต้การสนับสนุนของธนาคารแซนแทนเดอร์แห่งอังกฤษ ระบุว่า ภาคเอกชนรายใหญ่ของประเทศควรให้การสนับสนุนช่วยเหลือธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ของอังกฤษ โดยเฉพาะในด้านการให้ความช่วยเหลือด้านเงินทุนและส่งเสริมวางแผนการเติบโต เพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศอังกฤษสามารถฟื้นฟูเติบโตได้อย่างยั่งยืนตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยรายงานฉบับนี้ย้ำชัดว่า 5 ปัจจัยหลักที่ภาคเอกชนควรเข้าไปส่งเสริมสนับสนุนรายย่อย คือ ด้านการส่งออก การช่วยให้เอาเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุนที่เหมาะสม ให้แนวทางและสนับสนุนสินค้าบริการเอสเอ็มอีในตลาด พัฒนาทักษะความสามารถ และจัดการด้านระเบียบการค้าและภาษี
อังกฤษ — รายงานการศึกษาของบริษัทวิจัย ด็อดส์ ภายใต้การสนับสนุนของธนาคารแซนแทนเดอร์แห่งอังกฤษ ระบุว่า ภาคเอกชนรายใหญ่ของประเทศควรให้การสนับสนุนช่วยเหลือธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ของอังกฤษ โดยเฉพาะในด้านการให้ความช่วยเหลือด้านเงินทุนและส่งเสริมวางแผนการเติบโต เพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศอังกฤษสามารถฟื้นฟูเติบโตได้อย่างยั่งยืนตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยรายงานฉบับนี้ย้ำชัดว่า 5 ปัจจัยหลักที่ภาคเอกชนควรเข้าไปส่งเสริมสนับสนุนรายย่อย คือ ด้านการส่งออก การช่วยให้เอาเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุนที่เหมาะสม ให้แนวทางและสนับสนุนสินค้าบริการเอสเอ็มอีในตลาด พัฒนาทักษะความสามารถ และจัดการด้านระเบียบการค้าและภาษี
โตเกียว — ศูนย์ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) แห่งสหภาพยุโรป (อียู) และญี่ปุ่น ในกรุงโตเกียวของญี่ปุ่น ได้เปิดตัวโครงการสัมมนาผ่านเว็บไซต์ หรือเว็บบินาร์ภาคภาษาอังกฤษ เพื่อเป็นช่องทางในการให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับตลาดญี่ปุ่น ประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับต้นๆ ของโลก เพื่อช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอีของอียูให้สามารถเข้าถึงตลาดญี่ปุ่นได้โดยสะดวก ซึ่งโครงการเว็บบินาร์จะเริ่มต้นในเดือน ธ.ค.นี้ และมีหัวข้อครอบคลุมตั้งแต่กลยุทธ์การเจาะตลาด การเริ่มต้นธุรกิจ ข้อควรปฏิบัติที่ควรรู้ ความท้าทาย เหตุผลที่สมควรเข้าถึงญี่ปุ่น การทำประชาสัมพันธ์ วัฒนธรรมญี่ปุ่น โอกาสการลงทุน และประเด็นอื่นๆ ทั้งนี้การสัมมนาผ่านเว็บไซต์นี้มีขึ้นภายหลังจากที่ญี่ปุ่นได้เป็นเจ้าภาพในการจัดโอลิมปิกปี 2020 ซึ่งเป็นสิ่งที่ทางศูนย์เอสเอ็มอี อียูญี่ปุ่น เล็งเห็นว่าจะเป็นโอกาสอันดีของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในสหภาพยุโรป
อินเดีย — สภาส่งเสริมการส่งออกเครื่องแต่งกายแห่งอินเดีย เปิดเผยว่า ยอดการส่งออกสินค้าประเภทเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มของประเทศในเดือน ต.ค. มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นที่ 30.91% หรือคิดเป็นมูลค่า 1,190 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้า โดยเป็นผลจากความพยายามของภาครัฐที่เดินหน้าสนับสนุน และมองหาตลาดใหม่เพื่อส่งออกสินค้าดังกล่าว ขณะเดียวกันเศรษฐกิจที่มีการฟื้นตัวของสหรัฐช่วยส่งเสริมให้ตัวเลขการส่งออกเสื้อผ้าในช่วงที่ผ่านมาของอินเดียเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ทั้งนี้อุตสาหกรรมผลิตเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มในอินเดีย ถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีขนาดใหญ่ และมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม โดยขนาดของบริษัทในอุตสาหกรรมเสื้อผ้านี้ ส่วนใหญ่จัดอยู่ในธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี)







