
ทีดีอาร์ไอถล่มแบงก์รัฐล้มเหลวปล่อยกู้เอสเอ็มอี
ทีดีอาร์ไอชำแหละแบงก์เฉพาะกิจของรัฐล้มเหลวในการปล่อยกู้ช่วยเอสเอ็มอี
ทีดีอาร์ไอชำแหละแบงก์เฉพาะกิจของรัฐล้มเหลวในการปล่อยกู้ช่วยเอสเอ็มอี
นางเดือนเด่น นิคมบริรักษ์ ผู้อำนวยการ วิจัย สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบธนาคารพาณิชย์ 1.1 ล้านราย ขณะที่อีก 1.6 ล้านราย ยังไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน เนื่องจากขาดหลักทรัพย์ในการค้ำประกัน และแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน
นักวิชาการทีดีอาร์ไอระบุว่า ในจำนวนที่กู้จากธนาคารพาณิชย์ไม่ได้ มีธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ปล่อยกู้ได้เพียง 7.9 หมื่นราย บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ค้ำประกันได้ 5.9 หมื่นราย และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยอีก 1,242 ราย
นางเดือนเด่น กล่าวว่า จากข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ธนาคารของรัฐไม่สามารถปิดช่องว่างในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้เลย เพราะมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีถือขอสินเชื่อจากแบงก์รัฐได้เพียง 1.4 แสนรายเท่านั้น และยังพบว่าการปล่อยกู้ของเอสเอ็มอีแบงก์เฉลี่ยต่อรายสูงถึง 3 ล้านบาท ขณะที่ธนาคารพาณิชย์ปล่อยกู้เพียง 2.52 แสนบาทต่อราย
นางเดือนเด่น กล่าวอีกว่า จากการปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอีของแบงก์รัฐยังพบว่าเกิดหนี้เสียขึ้นจำนวนมาก ในกรณีของเอสเอ็มอีแบงก์มีหนี้เสียถึง 3.1 หมื่นล้านบาท หรือ 30% ของหนี้ทั้งหมด ทำให้รัฐบาลต้องชดเชยโดยการเพิ่มทุน คิดเป็นภาระทางการคลังแล้วจะสูงถึง 3.2 แสนบาทต่อการปล่อยกู้ 1 ราย ขณะที่ บสย. ที่มีหนี้เสีย 2,812 ล้านบาท คิดเป็นภาระทางการคลังสูงถึง 4 หมื่นบาทต่อการค้ำประกัน 1 ราย ถือว่าสูงมากและไม่คุ้มค่า
นอกจากนี้ ยังพบว่าการปล่อยกู้ให้เอสเอ็มอีของแบงก์รัฐ ไม่ได้เป็นการปล่อยกู้เพื่อเพิ่มผลิตภาคการผลิต พบว่าการปล่อยกู้ 55% เป็นการปล่อยกู้ให้กับเอสเอ็มอีที่ประสบวิกฤต เช่น ชะลอเลิกจ้าง ช่วยเหลือจากเหตุทางการเมือง ประสบปัญหาน้ำท่วม อีก 37% เป็นการปล่อยกู้ตามยุทธศาสตร์รัฐบาล มีเพียง 8% เท่านั้นที่ปล่อยกู้ให้กับกลุ่มเอสเอ็มอีที่เข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนจริง ๆ
“ผลการศึกษาของทีดีอาร์ไอชี้ให้เห็นว่า การปล่อยกู้ของแบงก์รัฐเพื่อช่วยเอสเอ็มอีนั้นไม่บรรลุเป้าหมาย ไม่สามารถปิดช่องว่างการเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนได้” นางเดือนเด่น กล่าว







