
โฟล์คกับเป้าหมายเออีซี
โฟล์คกับเป้าหมาย AECอุตสาหกรรมรถยนต์ของโลกเป็นการแข่งขันระหว่าง 3 บริษัทยักษ์ใหญ่ คือ โตโยต้า จีเอ็ม และโฟล์คสวาเกน โดยสถิติเมื่อปี 2555 โตโยต้ามียอดผลิตมากอันดับ 1 ของโลก จำนวน 10.1 ล้านคัน รองมาคือ จีเอ็ม 9.29 ล้านคัน โฟล์คสวาเกน 9.25 ล้านคัน ฮุนได 7.4 ล้านคัน และฟอร์ด 5.6 ล้านคัน
โฟล์คกับเป้าหมาย AECอุตสาหกรรมรถยนต์ของโลกเป็นการแข่งขันระหว่าง 3 บริษัทยักษ์ใหญ่ คือ โตโยต้า จีเอ็ม และโฟล์คสวาเกน โดยสถิติเมื่อปี 2555 โตโยต้ามียอดผลิตมากอันดับ 1 ของโลก จำนวน 10.1 ล้านคัน รองมาคือ จีเอ็ม 9.29 ล้านคัน โฟล์คสวาเกน 9.25 ล้านคัน ฮุนได 7.4 ล้านคัน และฟอร์ด 5.6 ล้านคัน
หากวัดเฉพาะการผลิตรถยนต์นั่งส่วนบุคคล โฟล์คสวาเกนเป็นผู้ผลิตรายใหญ่อันดับ 1 ของโลก โดยในปี 2555 ผลิตมากถึง 8.6 ล้านคัน รองลงมาคือ โตโยต้า 8.3 ล้านคัน ฮุนได 6.8 ล้านคัน จีเอ็ม 6.6 ล้านคัน และฮอนด้า 4.1 ล้านคัน
กลยุทธ์สำคัญของโฟล์คสวาเกน คือ ก้าวสู่ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดในโลกภายในปี 2561 ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ไม่ไกลเกินเอื้อม เนื่องจากแข็งแกร่งมากในด้านต่างๆ ทั้งด้านยนตรกรรมที่ยอดเยี่ยม ทำให้การผลิตมีต้นทุนต่ำ มีแบรนด์รถยนต์มากมาย ไม่เฉพาะแบรนด์โฟล์คสวาเก้นเท่านั้น แต่รวมถึงอาทิ ออดี้ ปอร์เช่ แมน สแกนเนีย เบนท์ลีย์ เซียท สโกด้า บูกาติ แลมโบร์กินี ฯลฯ รวมถึงรถจักรยานยนต์ดูคาติ ในด้านนวัตกรรม เป็นบริษัทรถยนต์ที่ใช้จ่ายด้านวิจัยและพัฒนามากสุดในโลก
ขณะเดียวกันโฟล์คสวาเกนแข็งแกร่งในตลาดต่างๆ กล่าวคือ จีนซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ละปีมียอดจำหน่าย 18.8 ล้านคัน ครองส่วนแบ่งตลาดมากถึง 20.8% แย่งชิงอันดับ 1 กับค่ายจีเอ็ม ขณะที่ทวีปอเมริกาเหนือ ตลาดใหญ่อันดับ 2 ของโลกขนาด 17.2 ล้านคันมีส่วนแบ่ง 4.9% ส่วนเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมจีน) ตลาดใหญ่อันดับ 3 ของโลก ขนาด 14.8 ล้านคัน นับเป็นจุดอ่อนสำคัญ มีส่วนแบ่งเพียง 2.4% ครอบคลุม AEC ด้วยซึ่งครองส่วนแบ่งเพียงแค่ 1%
ส่วนตลาดยุโรปตะวันตกที่ใหญ่อันดับ 4 ของโลก จำนวน 13.2 ล้านคัน มีส่วนแบ่งอันดับ 1 มากถึง 24.4% ขณะที่ทวีปอเมริกาใต้ ตลาดใหญ่อันดับ 5 ของโลก 5.8 ล้านคัน ครองส่วนแบ่ง ค่อนข้างมาก คือ 19.6% และยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก ตลาดใหญ่อันดับ 6 ของโลก 4.3 ล้านคัน ครองส่วนแบ่ง ค่อนข้างมากเช่นกัน คือ 15.4%
จากการที่เออีซีเป็นจุดอ่อนสำคัญที่สุด โฟล์คสวาเกนจึงพยายามกำจัดจุดอ่อนอย่างเต็มที่ แต่การดำเนินการในระยะที่ผ่านมายังเป็นแบบกล้าๆ กลัวๆ จึงยังไม่ได้ลงทุนก่อตั้งฐานผลิตในภูมิภาคนี้ ทำให้ไม่สามารถที่จะเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้ โดยที่ผ่านมาเคยเจรจาเพื่อเข้าถือหุ้นในบริษัทรถยนต์โปรตอนของมาเลเซีย แต่ยังไม่สำเร็จ และเคยเข้าซื้อหุ้น 20% ในบริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ ของญี่ปุ่น แต่ก็เป็นระยะสั้นๆ เท่านั้น
แม้ในระยะที่ผ่านมาโฟล์คสวาเก้นได้เจรจาเพื่อเข้าไปถือหุ้นในบริษัทรถยนต์โปรตอนของมาเลเซีย แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากต้องการมีอำนาจเด็ดขาดในการบริหารงานบริษัทโปรตอน ทำให้ฝ่ายมาเลเซียได้ตอบปฏิเสธเงื่อนไขข้างต้น แม้ปัจจุบันบริษัท DRBHICOM ของมาเลเซีย ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของบริษัทโปรตอน จะรับจ้างประกอบรถยนต์ให้กับโฟล์คสวาเก้น แต่การไม่มีฐานผลิตของตนเอง ทำให้ล้มเหลวในตลาด AEC
ที่ผ่านมา โฟล์คสวาเก้นได้เข้าไปซื้อหุ้น 20% ในบริษัทซูซูกิมอเตอร์ของญี่ปุ่น เพื่อใช้ฐานผลิตของซูซูกิในทวีปเอเชีย โดยเฉพาะในอินเดียและ AEC เพื่อประกอบรถยนต์โฟล์คสวาเก้น แต่ก็เป็นพันธมิตรในช่วงสั้นๆ เท่านั้น โดยซูซูกิขอแยกทาง เนื่องจากเห็นว่าความร่วมมือกับโฟล์คสวาเก้นไม่ใช่เป็นแบบพันธมิตรอย่างเท่าเทียมกันแต่อย่างใด แต่โฟล์คสวาเก้นปฏิบัติกับซูซูกิเสมือนกับว่าเป็นบริษัทลูกของตนเองจากปัญหาข้างต้น โฟล์คสวาเกนจึงได้ประกาศเมื่อกลางปี 2556 ที่จะจัดตั้งฐานการผลิตของตนเองขึ้นในเออีซีเร็วๆ นี้ เพื่อบุกตลาดภูมิภาคนี้อย่างจริงจัง โดยคาดว่าจะจัดตั้งในอินโดนีเซียหรือไทย แต่น่าจะเป็นอินโดนีเซียมากกว่า ด้วยประชากร 240 ล้านคน กำลังก้าวขึ้นเป็นตลาดรถยนต์ขนาดใหญ่อีกแห่งหนึ่งของโลกในอนาคต ซึ่งหากจัดตั้งขึ้นจริง ก็จะทำให้อินโดนีเซียกลายเป็นฐานการผลิตรถยนต์สำคัญอีกแห่งหนึ่งในเออีซีเคียงคู่ไทย







