posttoday
เปิดคุณสมบัติต้องห้ามบิ๊กบจ.ชัดแจ๋ว

เปิดคุณสมบัติต้องห้ามบิ๊กบจ.ชัดแจ๋ว

01 พฤษภาคม 2553

กลต.ออกประกาศมีผล16พ.ค.นี้จับตาบริษัทเปลี่ยนตัวกรรมการจ้าละหวั่น

โพสต์ทูเดย์ — ก.ล.ต.ออกประกาศคุณสมบัติกรรมการผู้บริหาร บจ. ที่เข้าข่ายต้องห้ามอย่างชัดเจน คาดบริษัททบทวนบอร์ดระลอกใหญ่

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ออกประกาศกำหนดลักษณะขาดความน่าไว้วางใจหรือลักษณะต้องห้ามของกรรมการและผู้บริหารของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) บริษัทที่เสนอขายหุ้นต่อประชาชนและสถาบันการเงินอย่างชัดเจน โดยจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 16 พ.ค. 2553

ทั้งนี้ ประกาศมีรายละเอียดรวมทั้งขั้นตอนในการพิจารณาลักษณะที่ขาดความเหมาะสมเพื่อไม่ให้แต่งตั้งบุคคลที่ไม่เหมาะสมที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่การบริหารจัดการกิจการที่มีมหาชนเป็นผู้ถือหุ้นได้

นายประสงค์ วินัยแพทย์ รองเลขาธิการ ก.ล.ต. เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาได้มีการสำรวจความคิดเห็นจากผู้บริหาร บจ.แล้ว และการออกประกาศเป็นไปตามกฎหมายหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฉบับแก้ไขปี 2551 ที่ให้อำนาจสำนักงานในการกำหนดลักษณะของบุคคลที่มีคุณสมบัติต้องห้ามให้มีความชัดเจนมากขึ้น

ทั้งนี้ ในประกาศได้กำหนดลักษณะขาดความน่าไว้วางใจหลายประเด็น อาทิ การมีความบกพร่องในด้านความสามารถตามกฎหมาย หรืออยู่ระหว่างถูกดำเนินการตามกฎหมายเกี่ยวกับการกำกับดูแลตลาดทุน

นอกจากนี้ ได้กำหนดลักษณะขาดความน่าไว้วางใจ 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 มีประวัติการบริหารงานที่มีลักษณะหลอกลวง ฉ้อโกง หรือทุจริตเกี่ยวกับทรัพย์สิน มีเหตุอันควรเชื่อว่ามีพฤติกรรมในการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้น บริษัท หรือตลาดทุนโดยรวม ในเรื่องที่มีนัยสำคัญ

สำหรับลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 1 คือ เป็นบุคคลล้มละลาย หรือเป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ หรืออยู่ระหว่างถูกกล่าวโทษโดยสำนักงาน หรืออยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีอันเนื่องจากกรณีที่สำนักงานกล่าวโทษ หรือเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ไม่ว่าจะให้รอการลงโทษ พ้นโทษจำคุกหรือพ้นจากการรอลงโทษมาแล้วไม่ถึง 3 ปี ทั้งนี้ เฉพาะในความผิดตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

ด้านลักษณะของบุคคลที่ขาดความน่าไว้วางใจกลุ่มที่ 2 คือ อยู่ระหว่างถูกกล่าวโทษ หรืออยู่ระหว่างถูกดำเนินคดี หรือห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารของสถาบันการเงิน โดยหน่วยงานที่กำกับดูแล หรือเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ไม่ว่าศาลจะมีคำพิพากษาให้รอการลงโทษ และพ้นโทษจำคุกหรือพ้นจากการรอลงโทษมาแล้วไม่ถึง 3 ปี ทั้งนี้ เฉพาะในมูลเหตุเนื่องจากการบริหารงานที่มีลักษณะหลอกลวง ฉ้อโกง หรือทุจริตเกี่ยวกับทรัพย์สิน และทำให้เกิดความเสียหายไม่ว่าจะต่อสถาบันการเงินที่บุคคลนั้นเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร หรือต่อลูกค้า หรือเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ทั้งนี้ ในความผิดอาญาแผ่นดินเกี่ยวกับการบริหารงานที่มีลักษณะหลอกลวง ฉ้อโกง หรือทุจริตเกี่ยวกับทรัพย์สิน หรือเป็นผู้ที่ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินตามกฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือกฎหมายอื่นในลักษณะเดียวกัน และยังไม่พ้น 3 ปีนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน

ลักษณะของบุคคลที่ขาดความน่าไว้วางใจกลุ่มที่ 3 มีพฤติกรรมกระทำการ หรือละเว้นโดยไม่สุจริต หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงในการทำธุรกรรมของบริษัทหรือบริษัทย่อย จนเป็นเหตุให้บริษัทหรือผู้ถือหุ้นได้รับความเสียหาย

ทั้งนี้ รวมถึงการเป็นเหตุให้ตนหรือบุคคลอื่นได้รับประโยชน์โดยมิชอบ หรือมีพฤติกรรมในการเปิดเผย หรือเผยแพร่ข้อมูล หรือข้อความเกี่ยวกับบริษัท หรือบริษัทย่อยอันเป็นเท็จที่อาจทำให้สำคัญผิด หรือโดยปกปิดข้อความจริงที่ควรแจ้งในสาระสำคัญซึ่งอาจมีผลกระทบต่อการตัดสินใจของผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะโดยการสั่งการ การมีส่วนรับผิดชอบ ร่วมจัดทำ หรือเผยแพร่ข้อมูลนั้น หรือละเว้นการกระทำอื่นใด เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าโดยตำแหน่ง ฐานะ หรือหน้าที่ของตน ไม่อาจล่วงรู้ถึงความเป็นเท็จดังกล่าว หรือการขาดข้อเท็จจริงที่ควรต้องแจ้งนั้น หรือมีพฤติกรรมที่ไม่เป็นธรรมหรือการเอาเปรียบผู้ลงทุนในการซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาล่วงหน้า

แหล่งข่าวจากบจ.กล่าวว่า ประกาศครั้งนี้ทำให้บจ.ทุกแห่งต้องพิจารณาคุณสมบัติคณะกรรมการ (บอร์ด)ทุกอย่างละเอียดโดยเร็ว

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่