posttoday
PSLเพิ่มสัญญาเช่ายาวขึ้น

PSLเพิ่มสัญญาเช่ายาวขึ้น

06 พฤศจิกายน 2556

รับค่าระวางเรือฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส4ผลจากเศรษฐกิจโลกขาขึ้น

รับค่าระวางเรือฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส4ผลจากเศรษฐกิจโลกขาขึ้น

พรีเชียส ลั่นค่าระวางเรือเริ่มดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 4 ตามเศรษฐกิจโลก บริษัทเพิ่มสัญญาเช่าเรือระยะยาว

นายคาลิด มอยนูดดิน ฮาชิม กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง (PSL) เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่าอัตราค่าระวางเรือจะเริ่มปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 4 นี้เป็นต้นไป จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกโดยความต้องการใช้เรือเพิ่มขึ้นกว่าปีก่อน ความต้องการนำเข้าถ่านหินของอินเดีย ความต้องการนำเข้าวัตถุดิบของสหรัฐและยุโรปมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงแผนการกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจจีน

“ยืนยันเป้าหมายเดิมว่าภาพธุรกิจเดินเรือจะมีความชัดเจนมากขึ้นในช่วงกลางปีหน้าเป็นต้นไป ธุรกิจเดินเรือจะเริ่มดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 4 นี้ และยังคงเป้าหมายรายได้เฉลี่ยต่อวันต่อลำเรือในปีนี้ อยู่ที่ 7,500 เหรียญสหรัฐ และค่าใช้จ่ายต่อวันต่อลำ อยู่ที่ 4,500 เหรียญสหรัฐ แม้ไตรมาส 3 ทั้งรายได้และค่าใช้จ่ายจะต่ำกว่าที่คาด” นายคาลิด กล่าว

บริษัทพร้อมที่จะหาโอกาสทยอยเพิ่มสัดส่วนสัญญาเช่าเรือระยะยาวให้มากขึ้น จากปัจจุบันมีกำหนดสัญญาเช่าเรือระยะยาว (2556-2560) เพียง 17.4% โดยปกติบริษัทจะเริ่มปรับเป็นสัญญาระยะยาวเมื่ออัตราค่าระวางกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น ซึ่งก็น่าจะส่งผลดีต่อบริษัทในอนาคต

นายคาลิด กล่าวว่า บริษัทน่าจะมีการเจรจายกเลิกต่อเรือใหม่ใหม่ 3 ลำ จากอู่ต่อเรือ ABG ประเทศจีน เนื่องจากมีความล่าช้าในการส่งมอบ โดยคาดว่าจะสามารถยกเลิกได้ 2 ลำ ในปีนี้และจะได้รับเงินคืนพร้อมดอกเบี้ยประมาณ 36 ล้านเหรียญสหรัฐ ช่วงไตรมาส 4 และอีก 1 ลำ คาดว่าจะยกเลิกได้ในช่วงเดือน ก.ค.ปีหน้า และคาดว่าจะได้รับเงินคืนพร้อมดอกเบี้ยราว 18 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีกองเรือทั้งหมด 40 ลำ และยังคงเป้าหมายที่จะเพิ่มจำนวนกองเรือให้อยู่ที่ระดับ 6065 ลำ ภายในปีหน้า

บริษัทไม่มีความเสี่ยงจากการเมือง เพราะทำธุรกิจเดินเรือที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคและเศรษฐกิจระดับโลกมากกว่า และระบบการขนส่งทางน้ำเท่านั้น

PSL รายงานกำไรสุทธิ ไตรมาส 3 ปี2556 ที่ 20 ล้านบาท ลดลง 88% จากไตรมาส 2 และลดลง 91% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่หากไม่รวมกำไรจากการขายสัญญาสั่งต่อเรือ จำนวน 194 ล้านบาท และจากอัตราแลกเปลี่ยน 3 ล้านบาท ผลการดำเนินงานหลัก ขาดทุน 177 ล้านบาท นับเป็นการขาดทุนห้าไตรมาสติดต่อกันและเป็นการขาดทุนระดับที่สูงเป็นประวัติการณ์ แย่กว่าที่นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี คาดไว้ว่าจะมีกำไร 22 ล้านบาท

ทั้งนี้ เป็นผลมาจากค่าระวางเรือลดลงต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนมาอยู่ที่ 7,041 เหรียญสหรัฐต่อลำต่อวัน ลดลง 6% จากไตรมาส 2 และลดลง 12% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แย่กว่าที่คาดต้นทุนการเดินเรือต่อลำต่อวัน อยู่ที่ 4,622 เหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 1% จากไตรมาส 2 และเพิ่มขึ้น 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงกว่าสมมติฐานเล็กน้อย และเป็นระดับที่สูงสุดในรอบสิบไตรมาส ค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2 ราว 63 ล้านบาท สูงกว่าที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 9%

นอกจากนี้ ในรอบ 9 เดือนแรกปีนี้ มีกำไรสุทธิ 458 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 138% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หากไม่รวมรายการพิเศษ ผลประกอบการหลักจากธุรกิจเดินเรือเทกองขาดทุน 416 ล้านบาท เทียบกับขาดทุนเพียง 107 ล้านบาทในช่วง 9 เดือนแรกปี 2555 และสูงกว่าประมาณการทั้งปีที่คาดว่าจะขาดทุนก่อนรายการพิเศษเพียง 179 ล้านบาท

นักวิเคราะห์ บล.กรุงศรี คงคำแนะนำเก็งกำไร เพราะเชื่อว่ามีโอกาสฟื้นตัวในปี 2557 โดยการขาดทุนในไตรมาส 3 ที่มากกว่าคาดอาจทำให้โอกาสกลับมามีกำไรในไตรมาส 4 มีน้อยลง แต่ไม่ได้เปลี่ยนมุมมองเชิงบวกต่อโอกาสฟื้นตัวในระยะกลาง

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่