posttoday
ไลอ้อนแอร์ปักธงตลาดไทยเปิดบินถอนดอนเมือง พ.ย.นี้

ไลอ้อนแอร์ปักธงตลาดไทยเปิดบินถอนดอนเมือง พ.ย.นี้

22 ตุลาคม 2556

โดย...พีรนุช สิรยานุวัฒนกุล

โดย...พีรนุช สิรยานุวัฒนกุล

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา สายการบินไลอ้อน แอร์ ซึ่งเป็นสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์แอร์ไลน์) บริษัทลูกของการุด้า แอร์ สายการบินยักษ์ใหญ่ของอินโดนีเซีย ได้สั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัส เอ 320 ถึง 234 ลำ มูลค่าราว 7.02 แสนล้านบาท สร้างความฮือฮาให้ทั่วโลก เพราะเป็นคำสั่งซื้อเครื่องบินจำนวนมากที่สุดในเอเชีย ไม่นับรวมการสั่งซื้อเครื่องบินกับโบอิ้งก่อนหน้านี้ เป็นสัญญาณให้เห็นว่า ไลอ้อน แอร์ บุกขยายธุรกิจครั้งใหญ่

การรุกคืบตลาดไทย ถือเป็นหนึ่งในแผนขยายธุรกิจของไลอ้อน แอร์ ซึ่งน่าจะทำให้ธุรกิจสายการบินในเมืองไทยเปิดศึกการแข่งขันระอุขึ้นอย่างแน่นอน เพราะนอกเหนือจากไลอ้อน แอร์แล้ว สายการบินยักษ์ใหญ่จากชาติอื่นในอาเซียนต่างก็มีแผนบุกไทย เช่น ไทยเวียดเจ็ท แอร์ ที่เกิดจากสายการบินเวียดเจ็ท แอร์ ของเวียดนาม ร่วมทุนผู้ประกอบการไทย ซึ่งเปิดตัวแล้ว

รุสดี คีรานา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้งสายการบินไลอ้อน แอร์ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาสายการบินเน้นตลาดในประเทศเป็นหลัก เฉพาะอินโดนีเซียก็มีประชากรมากถึง 240 ล้านคนแล้ว มากเป็นอันดับ 4 ของโลก โดยสภาพภูมิประเทศของอินโดนีเซียมีหมู่เกาะน้อยใหญ่มากที่สุดในโลก 1.7 หมื่นเกาะ ทำให้การโดยสารทางอากาศมีบทบาทมาก ยิ่งกำลังซื้อกลุ่มคนชนชั้นกลางในประเทศกำลังขยายตัว ความต้องการโดยสารทางอากาศก็สูงตาม ทำให้ปัจจุบันไลอ้อน แอร์ มีสายการบินในเครือ 3 สายการบิน ได้แก่ วิงส์ แอร์, บาติก แอร์ และมาลินโด แอร์ ครองส่วนแบ่งการตลาดในอินโดนีเซียถึง 50%

แต่จากการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ทำให้มองเห็นโอกาสบุกขยายตลาดอาเซียน เพื่อตอบสนองกลุ่มชนชั้นกลางที่ต้องการเดินทางขยายตัวมากขึ้น โดยจะใช้วิธีร่วมมือกับพันธมิตรในประเทศต่างๆ จัดตั้งสายการบินขึ้น ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมาย ซึ่งปัจจุบันได้ร่วมทุนกับพันธมิตรจัดตั้งสายการบิน ไทย ไลอ้อน แอร์ ด้วยทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท ได้รับใบอนุญาตการบินตั้งแต่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา จะเริ่มให้บริการที่สนามบินดอนเมืองตั้งแต่เดือน พ.ย.เป็นต้นไป

เหตุผลที่ไลอ้อน แอร์ เลือกลงทุนในไทย เพราะเป็นประเทศที่มีระบบสาธารณูปโภคดี มีปัจจัยบวกสำคัญจากการเปิดเออีซี ที่ไลอ้อน แอร์ จะใช้ไทยเป็นฐานการบินเพื่อเชื่อมต่อการเดินทางไปยังอินโดนีเซียได้ โดยมีคนในอาเซียนรวมกว่า 600 ล้านคนเป็นลูกค้าหลัก

สำหรับเครื่องบินที่จะนำมาใช้กับสายการบิน ไทย ไลอ้อน แอร์ จะเป็นเครื่องโบอิ้ง 737-900 อีอาร์ ความจุ 215 ที่นั่ง ซึ่งไลอ้อน แอร์ ถือเป็นรายแรกที่ใช้เครื่องบินรุ่นนี้ในไทย เส้นทางแรกที่จะให้บริการ คือ กรุงเทพฯจาการ์ตา วันละ 2 เที่ยวบิน หลังจากนั้นวางแผนให้บริการเส้นทางกรุงเทพฯกัวลาลัมเปอร์ วันละ 1 เที่ยวบิน และกรุงเทพฯเชียงใหม่ วันละ 3 เที่ยวบิน โดยปัจจุบันนักเดินทางในประเทศอินโดนีเซียมีมากถึง 4 หมื่นคนต่อวัน ทำให้ต้องเพิ่มเที่ยวบินรองรับ

“การที่ไลอ้อน แอร์ มาขยายตลาดในไทยจะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวต่างชาติและนักธุรกิจเดินทางมายังไทยมากขึ้น ทั้งยังเป็นการสร้างโอกาสให้กับตลาดแรงงานไทยด้วย”

ขณะที่แนวทางการทำตลาดของไทย จะเน้นจัดโปรโมชั่นแบบวันต่อวัน เสนอตั๋วเครื่องบินที่มีราคาถูกอย่างแท้จริง ยกเว้นช่วงเทศกาลสำคัญ เช่น คริสต์มาส หรือปีใหม่ พร้อมนำเสนอจุดขายให้บริการเช็กอินสัมภาระน้ำหนักไม่เกิน 15 กิโลกรัม โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และบริการเลือกที่นั่งได้ไม่เสียค่าใช้จ่ายเช่นกัน ส่วนอาหารผู้โดยสารต้องเลือกซื้อเองบนเครื่องบิน

รุสดี กล่าวว่า ไทย ไลอ้อน แอร์ จะเริ่มบินในไทย โดยใช้เครื่องบิน 2 ลำ ในระยะแรก จากนั้นจะเพิ่มเป็น 10 ลำ ในปี 2558 พร้อมขยายเส้นทางบินอื่นๆ ในไทย โดยใช้กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางการบินไปยังหัวเมืองสำคัญ เช่น กระบี่ อุดรธานี หาดใหญ่ และภูเก็ต รวมทั้งวางแผนเปิดเส้นทางบินเชื่อมจากไทยไปยังประเทศอื่นๆ เช่น เมืองทางตอนใต้ของจีนอย่างกว่างโจว อินเดีย และฮ่องกง จากนั้นในปี 2559 จะรับเครื่องบินโบอิ้ง 787 ดรีมไลเนอร์ 5 ลำ เข้ามาในฝูงบิน ซึ่งจะทำให้ไทย ไลอ้อน แอร์ สามารถขยายเส้นทางบินไปยังปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ โตเกียว และโซลได้ด้วย

จากแผนธุรกิจที่ไลอ้อน แอร์ ประกาศมา ถือเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า หลังจากนี้การแข่งขันของสายการบินโลว์คอสต์แอร์ไลน์ในไทยต้องระอุขึ้นแน่นอน แต่สำหรับนักท่องเที่ยวแล้ว ถือเป็นผลดี เพราะการมีสายการบินเพิ่มขึ้นจะทำให้โอกาสการเดินทางเพิ่มขึ้นตาม ยิ่งสายการบินแข่งกันสูง ใช้กลยุทธ์ด้านราคาเป็นหลัก ยิ่งทำให้นักท่องเที่ยวได้ประโยชน์ เดินทางไปมากขึ้น บ่อยขึ้น ด้วยค่าใช้จ่ายที่ต่ำลง

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่