
ไลอ้อนแอร์ปักธงตลาดไทยเปิดบินถอนดอนเมือง พ.ย.นี้
โดย...พีรนุช สิรยานุวัฒนกุล
โดย...พีรนุช สิรยานุวัฒนกุล
เมื่อต้นปีที่ผ่านมา สายการบินไลอ้อน แอร์ ซึ่งเป็นสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์แอร์ไลน์) บริษัทลูกของการุด้า แอร์ สายการบินยักษ์ใหญ่ของอินโดนีเซีย ได้สั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัส เอ 320 ถึง 234 ลำ มูลค่าราว 7.02 แสนล้านบาท สร้างความฮือฮาให้ทั่วโลก เพราะเป็นคำสั่งซื้อเครื่องบินจำนวนมากที่สุดในเอเชีย ไม่นับรวมการสั่งซื้อเครื่องบินกับโบอิ้งก่อนหน้านี้ เป็นสัญญาณให้เห็นว่า ไลอ้อน แอร์ บุกขยายธุรกิจครั้งใหญ่
การรุกคืบตลาดไทย ถือเป็นหนึ่งในแผนขยายธุรกิจของไลอ้อน แอร์ ซึ่งน่าจะทำให้ธุรกิจสายการบินในเมืองไทยเปิดศึกการแข่งขันระอุขึ้นอย่างแน่นอน เพราะนอกเหนือจากไลอ้อน แอร์แล้ว สายการบินยักษ์ใหญ่จากชาติอื่นในอาเซียนต่างก็มีแผนบุกไทย เช่น ไทยเวียดเจ็ท แอร์ ที่เกิดจากสายการบินเวียดเจ็ท แอร์ ของเวียดนาม ร่วมทุนผู้ประกอบการไทย ซึ่งเปิดตัวแล้ว
รุสดี คีรานา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้งสายการบินไลอ้อน แอร์ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาสายการบินเน้นตลาดในประเทศเป็นหลัก เฉพาะอินโดนีเซียก็มีประชากรมากถึง 240 ล้านคนแล้ว มากเป็นอันดับ 4 ของโลก โดยสภาพภูมิประเทศของอินโดนีเซียมีหมู่เกาะน้อยใหญ่มากที่สุดในโลก 1.7 หมื่นเกาะ ทำให้การโดยสารทางอากาศมีบทบาทมาก ยิ่งกำลังซื้อกลุ่มคนชนชั้นกลางในประเทศกำลังขยายตัว ความต้องการโดยสารทางอากาศก็สูงตาม ทำให้ปัจจุบันไลอ้อน แอร์ มีสายการบินในเครือ 3 สายการบิน ได้แก่ วิงส์ แอร์, บาติก แอร์ และมาลินโด แอร์ ครองส่วนแบ่งการตลาดในอินโดนีเซียถึง 50%
แต่จากการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ทำให้มองเห็นโอกาสบุกขยายตลาดอาเซียน เพื่อตอบสนองกลุ่มชนชั้นกลางที่ต้องการเดินทางขยายตัวมากขึ้น โดยจะใช้วิธีร่วมมือกับพันธมิตรในประเทศต่างๆ จัดตั้งสายการบินขึ้น ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมาย ซึ่งปัจจุบันได้ร่วมทุนกับพันธมิตรจัดตั้งสายการบิน ไทย ไลอ้อน แอร์ ด้วยทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท ได้รับใบอนุญาตการบินตั้งแต่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา จะเริ่มให้บริการที่สนามบินดอนเมืองตั้งแต่เดือน พ.ย.เป็นต้นไป
เหตุผลที่ไลอ้อน แอร์ เลือกลงทุนในไทย เพราะเป็นประเทศที่มีระบบสาธารณูปโภคดี มีปัจจัยบวกสำคัญจากการเปิดเออีซี ที่ไลอ้อน แอร์ จะใช้ไทยเป็นฐานการบินเพื่อเชื่อมต่อการเดินทางไปยังอินโดนีเซียได้ โดยมีคนในอาเซียนรวมกว่า 600 ล้านคนเป็นลูกค้าหลัก
สำหรับเครื่องบินที่จะนำมาใช้กับสายการบิน ไทย ไลอ้อน แอร์ จะเป็นเครื่องโบอิ้ง 737-900 อีอาร์ ความจุ 215 ที่นั่ง ซึ่งไลอ้อน แอร์ ถือเป็นรายแรกที่ใช้เครื่องบินรุ่นนี้ในไทย เส้นทางแรกที่จะให้บริการ คือ กรุงเทพฯจาการ์ตา วันละ 2 เที่ยวบิน หลังจากนั้นวางแผนให้บริการเส้นทางกรุงเทพฯกัวลาลัมเปอร์ วันละ 1 เที่ยวบิน และกรุงเทพฯเชียงใหม่ วันละ 3 เที่ยวบิน โดยปัจจุบันนักเดินทางในประเทศอินโดนีเซียมีมากถึง 4 หมื่นคนต่อวัน ทำให้ต้องเพิ่มเที่ยวบินรองรับ
“การที่ไลอ้อน แอร์ มาขยายตลาดในไทยจะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวต่างชาติและนักธุรกิจเดินทางมายังไทยมากขึ้น ทั้งยังเป็นการสร้างโอกาสให้กับตลาดแรงงานไทยด้วย”
ขณะที่แนวทางการทำตลาดของไทย จะเน้นจัดโปรโมชั่นแบบวันต่อวัน เสนอตั๋วเครื่องบินที่มีราคาถูกอย่างแท้จริง ยกเว้นช่วงเทศกาลสำคัญ เช่น คริสต์มาส หรือปีใหม่ พร้อมนำเสนอจุดขายให้บริการเช็กอินสัมภาระน้ำหนักไม่เกิน 15 กิโลกรัม โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และบริการเลือกที่นั่งได้ไม่เสียค่าใช้จ่ายเช่นกัน ส่วนอาหารผู้โดยสารต้องเลือกซื้อเองบนเครื่องบิน
รุสดี กล่าวว่า ไทย ไลอ้อน แอร์ จะเริ่มบินในไทย โดยใช้เครื่องบิน 2 ลำ ในระยะแรก จากนั้นจะเพิ่มเป็น 10 ลำ ในปี 2558 พร้อมขยายเส้นทางบินอื่นๆ ในไทย โดยใช้กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางการบินไปยังหัวเมืองสำคัญ เช่น กระบี่ อุดรธานี หาดใหญ่ และภูเก็ต รวมทั้งวางแผนเปิดเส้นทางบินเชื่อมจากไทยไปยังประเทศอื่นๆ เช่น เมืองทางตอนใต้ของจีนอย่างกว่างโจว อินเดีย และฮ่องกง จากนั้นในปี 2559 จะรับเครื่องบินโบอิ้ง 787 ดรีมไลเนอร์ 5 ลำ เข้ามาในฝูงบิน ซึ่งจะทำให้ไทย ไลอ้อน แอร์ สามารถขยายเส้นทางบินไปยังปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ โตเกียว และโซลได้ด้วย
จากแผนธุรกิจที่ไลอ้อน แอร์ ประกาศมา ถือเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า หลังจากนี้การแข่งขันของสายการบินโลว์คอสต์แอร์ไลน์ในไทยต้องระอุขึ้นแน่นอน แต่สำหรับนักท่องเที่ยวแล้ว ถือเป็นผลดี เพราะการมีสายการบินเพิ่มขึ้นจะทำให้โอกาสการเดินทางเพิ่มขึ้นตาม ยิ่งสายการบินแข่งกันสูง ใช้กลยุทธ์ด้านราคาเป็นหลัก ยิ่งทำให้นักท่องเที่ยวได้ประโยชน์ เดินทางไปมากขึ้น บ่อยขึ้น ด้วยค่าใช้จ่ายที่ต่ำลง







