posttoday
ทุนไทยกับไฟฟ้าเพื่อนบ้าน"จริยธรรม"ที่ยังขาดหาย

ทุนไทยกับไฟฟ้าเพื่อนบ้าน"จริยธรรม"ที่ยังขาดหาย

21 ตุลาคม 2556

“กลุ่มทุนทั้งหลาย ไม่มีชาติรัฐ ไม่มีพรมแดน มีแต่ผลกำไร ส่วนผลกระทบที่ตามมาคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง”

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

“กลุ่มทุนทั้งหลาย ไม่มีชาติรัฐ ไม่มีพรมแดน มีแต่ผลกำไร ส่วนผลกระทบที่ตามมาคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง”

“การลงทุนที่ตะกละตะกลาม สุดท้ายก็จะถูกต่อต้าน ถ้าเราไม่เปลี่ยนนิสัยก็มีแต่จะถูกต่อต้านหนักขึ้น”

“คนไทยเรามองเรื่องนี้เหมือนที่เขาพูดว่า Not on my Backyard คือมองเป็นเรื่องไกลตัว ทั้งที่เราปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้”

ประโยคทั้ง 3 ข้างต้น คือเสียงสะท้อนถึงปัญหาและความกังวลจากวิทยากรบนเวทีการอภิปรายหัวข้อ “สังคมไทยกับการพัฒนามาตรฐานการลงทุนโครงการด้านพลังงานไฟฟ้าในพม่า”

วิฑูรย์ เพิ่มพงศาเจริญ ผู้อำนวยการเครือข่ายพลังงานเพื่อนิเวศวิทยาแม่น้ำโขง (MEE Net) เปิดประเด็นว่า ข้อมูลการเข้าถึงไฟฟ้าของประเทศต่างๆ สำรวจ ณ ปี 2553 พบว่า ปัจจุบันคนจีนและคนไทย 99% มีไฟฟ้าใช้แล้ว ขณะที่คนกัมพูชาเพียง 26% และคนพม่าเพียง 23% เท่านั้นที่มีระบบไฟฟ้าเข้าถึง

ขณะนี้ระบบไฟฟ้าในพม่าแบ่งออกเป็น 3 ระบบ ปัญหาอยู่ที่ระบบที่ 3 หรือ IPP for Export เป็นการลงทุนโดยจีนและไทยเพื่อให้พม่าส่งออกไฟฟ้ากลับมาขายให้กับทั้งสองประเทศ โดยวางเป้าส่งออกจากพม่าสูงถึง 4.6 หมื่นเมกะวัตต์ ประชาชนพม่าทำได้แค่ “มอง” สายไฟฟ้าพาดผ่านศีรษะตัวเองไป โดยไม่มีสิทธิได้ใช้ไฟฟ้ามหาศาลนั้น

หน่วยงานด้านพลังงานของไทยมักยกเหตุผลว่าไทยผลิตไฟฟ้าไม่เพียงพอและต้องผลิตเพื่อรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจ แต่เมื่อเศรษฐกิจมีแนวโน้มถดถอยลง กฟผ.ก็ไม่เคยออกมาทบทวนแผนการผลิตและลงทุนไฟฟ้า ปล่อยให้โครงการดำเนินต่อไป

ขณะเดียวกัน ไทยยังมีอัตราการใช้ไฟฟ้าเกินความจำเป็นและควรลดลงให้ได้ ก่อนหน้านี้ญี่ปุ่นเกิดปัญหาโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์รั่ว ประชาชนญี่ปุ่นก็ร่วมมือกันลดใช้ไฟฟ้าลงได้

“ตอนนี้มีความพยายามแก้ไขกฎหมายให้รัฐวิสาหกิจไปลงทุนในเพื่อนบ้านได้เพิ่มเติม คำถามคือปัจจุบันเรายังควบคุมเรื่องการใช้ไฟฟ้าและการจัดการสิ่งแวดล้อมในประเทศให้ดีไม่ได้เลย ถ้าไปลงทุนเพื่อนบ้านได้เต็มที่จะเป็นอย่างไร”

วิฑูรย์ ย้ำว่า ภาครัฐต้องไม่มุ่งเน้นแต่ลงทุนไฟฟ้าในเพื่อนบ้าน เพราะจะกลายเป็นการชี้นำให้เกิดบริโภคไฟฟ้าอย่างฟุ่มเฟือย ขณะเดียวกันภาคประชาชนก็ต้องตระหนักถึงผลกระทบในพม่าด้วย เพราะสุดท้ายประชาชนก็คือผู้ใช้ไฟฟ้าที่รัฐซื้อมา

ด้าน สุรจิต ชิรเวทย์ ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา บอกว่า ขณะนี้ไทยกำลังเลือกปฏิบัติกับเพื่อนบ้าน ไม่ได้ใช้มาตรฐานเดียวกันในการจัดการสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการลงทุน ผู้บริหารในหน่วยงานภาครัฐก็เป็นผู้ที่จบด้านนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ บางคนจึงไม่ทราบและตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม

ขณะที่ สมชาย หอมลออ กรรมการปฏิรูปกฎหมาย เสริมว่า ปัจจุบันนักลงทุนไทยมีปัญหาเรื่องขาดจริยธรรมอย่างชัดเจน ไม่เพียงกรณีลงทุนด้านพลังงานเท่านั้น ก่อนหน้านี้เคยมีการเข้าไปตั้งโรงงานน้ำตาลในกัมพูชา ก็ไปไล่รื้อที่อยู่อาศัยชาวบ้านไปทั่วเพื่อมาใช้ปลูกอ้อย คนประสบปัญหาคือผู้ไม่มีอำนาจ

“อาเซียนเองก็ไม่ทำอะไร เมื่อมีปัญหาต่างๆ เกิดขึ้นในประเทศร่วมภูมิภาค เพราะเอาแต่ยึดหลักไม่ยุ่งกิจการภายในของกัน คล้ายๆ กับว่า ถ้าฉันทำผิดคุณอย่ายุ่ง เพราะตอนคุณผิดเราก็จะไม่ยุ่งเหมือนกัน”

สิ่งที่ควรทำคือการออกกฎหมายควบคุมองค์กรที่ไปลงทุนในต่างประเทศ ให้สามารถยื่นฟ้องต่อศาลในประเทศได้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดการผู้ลงทุนที่ขาดจริยธรรม ไม่คำนึงถึงคนประเทศอื่น

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร