
นูสกินขายพุ่งเพิ่มออนไลน์เชื่อม็อบจบเร็ว
โพสต์ทูเดย์
— นู สกิน หวังการเมืองจบเร็ว ดันธุรกิจขายตรงไทยเติบโตต่อเนื่อง ยอดไตรมาสแรกพุ่งสูงสุด ออนไลน์บูมนางเมลิซา ทันโทโกะ คิอาโน ประธาน นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดเผยว่า ภาพรวมการดำเนินธุรกิจของนู สกินในภูมิภาคอาเซียน ถือว่าเติบโตสูงสุดในโลก โดยช่วงไตรมาสแรกเติบโต 34% ประเทศที่เติบโตสูงสุด คือ มาเลเซีย เติบโต 60%
“
ส่วนตัวยอมรับว่าไม่สบายใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองไทย เพราะประเทศไหนมีความขัดแย้งเรื่องการเมือง มักส่งผลกระทบต่อภาพรวมของประเทศไปด้วย แต่เชื่อว่าสถานการณ์จะจบในเร็ววัน” นางเมลิซา กล่าว“
สำหรับประเทศไทยจากที่ได้สัมผัส มองว่ามีความแตกต่างจากประเทศอื่น ๆ ถึงจะมีเหตุการณ์ทางการเมืองเกิดขึ้น ก็น่าจะเกิดขึ้นในระยะเวลาสั้น ๆ และน่าจะแก้ไขได้ในเร็ววัน” นางเมลิซ่ากล่าวสำหรับการดำเนินธุรกิจของนู สกินนั้น ยอมรับว่าทำให้การขายหยุดชะงักลงไปบ้าง แต่ชีวิตต้องดำเนินต่อไป ทางธุรกิจก็ต้องเดินหน้าต่อไป โดยที่ฝ่ายบริหารจะเกาะติดสถานการณ์ พร้อมปรับแผนรองรับและสนับสนุนตามเหตุการณ์นั้นๆ อย่างต่อเนื่องนางภคพรรณ ลีวุฒินันท์ ประธาน บริษัท นู สกิน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ในไตรมาสแรกยอดขายประเทศไทยเติบโต 40% สูงสุดนับตั้งแต่ดำเนินกิจการมา ขณะที่ผู้จำหน่ายหันมาซื้อขายผ่านระบบออนไลน์เพิ่มขึ้นถึง 100% จากสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 8% จากยอดขายรวม
ทั้งนี้ บริษัทจะผลักดันให้ช่องทางขายนี้ได้รับความนิยมเพิ่มมากยิ่งขึ้นในกลุ่มของผู้แทนจำหน่าย โดยเฉพาะผู้แทนจำหน่ายในต่างจังหวัดที่ช่วงนี้อาจจะไม่สะดวกมารับสินค้าหรือเข้ามาติดต่อบริษัทด้วยตนเอง เชื่อว่าในสิ้นปีนี้ ช่องทางดังกล่าวจะมีสัดส่วนในการสร้างยอดขายได้ถึง 1520%
นางภคพรรณ ลีวุฒินันท์ ประธาน บริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวต่อว่า ในส่วนของนูสกิน ประเทศไทย ไตรมาสหนึ่งที่ผ่านมา พบว่ามีการเติบโตสูงสุดถึง 40% ถือเป็นการเติบโตสูงสุดของแต่ละไตรมาสที่ดำเนินธุรกิจมา คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 420 ล้านบาท โดยเฉพาะเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา มียอดขายสูงสุดถึง 46% สูงสุดเมื่อเทียบในแต่ละเดือนที่ดำเนินการมาเช่นกันขณะที่ในส่วนของเดือนเม.ย.ที่ผ่านมานั้น มีการเติบโตสูงถึง 30% เมื่อเทียบกับเม.ย.ปีก่อน ถือว่าเป็นที่น่าพอใจ น่าจะส่งให้ไตรมาสสองจะมีการเติบโตเป็นไปตามแผนที่วางไว้ สำหรับการเติบโตที่เกิดขึ้นนี้ มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ 1.แผนการตลาดใหม่ที่เริ่มใช้มาตั้งแต่ปลายปีก่อน คือ
“เว็ลธ์ แมคซิไมเซอร์” หรือแผนปันผลตอบแทนให้แก่ผู้แทนจำหน่าย ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็น 45% และ2.มาจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยในประเทศไทย ครึ่งปีหลังในเดือนก.ค.ที่จะถึงนี้ จะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ในชื่อ “AGELOC” ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มชะลอวัยและผิวพรรณมั่นใจจะเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้สิ้นปีนี้นูสกินจะมีการเติบโตขึ้นอย่างน้อย 20% หรือมีผลประกอบการสูงถึง 2,000 ล้านบาท แต่จากแนวโน้มที่เกิดขึ้นมองว่าปีนี้จะทำยอดขายให้เติบโตได้ถึง 30% ด้วยซ้ำ นางภคพรรณ กล่าวต่อว่า ปีนี้ช่องทางออนไลน์ เป็นช่องทางที่มีการเติบโตดีมาก โดยไตรมาสแรกที่ผ่านมา เติบโตขึ้น 100% หรือคิดเป็นสัดส่วนในการสร้างยอดขายถึง 8% เทียบกับยอดขายรวมทั้งหมด ทั้งนี้บริษัทจะผลักดันให้ช่องทางขายนี้ได้รับความนิยมเพิ่มมากยิ่งขึ้นในกลุ่มของผู้แทนจำหน่าย โดยเฉพาะผู้แทนจำหน่ายในต่างจังหวัดที่ช่วงนี้อาจจะไม่สะดวกมารับสินค้าหรือเข้ามาติดต่อบริษัทด้วยตนเอง เชื่อว่าในสิ้นปีนี้ ช่องทางดังกล่าวจะมีสัดส่วนในการสร้างยอดขายได้ถึง 1520% ของยอดขายรวมทั้งหมด ส่วนในแง่ผู้แทนจำหน่ายรายใหม่นั้น ไตรมาสแรกต่อเดือนมีผู้สมัครใหม่เข้ามาถึงเดือนละ 4,000 คน






