
ซีซีพี เร่งปั้นแบรนด์รับตลาดคอนกรีดแข่งเดือด
เติบโตอย่างเงียบๆ มานาน วันนี้ “ผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี” หรือซีซีพี เตรียมรุกหนักในธุรกิจชิ้นส่วนสำเร็จรูปสำหรับงานโครงการรัฐ (พรีแคส)
โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์
เติบโตอย่างเงียบๆ มานาน วันนี้ “ผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี” หรือซีซีพี เตรียมรุกหนักในธุรกิจชิ้นส่วนสำเร็จรูปสำหรับงานโครงการรัฐ (พรีแคส) และเร่งสร้างการรับรู้ในธุรกิจคอนกรีตผสมให้มากขึ้น หลังประเมินแนวโน้มการแข่งขันในตลาดสูงขึ้น
อาทิตย์ ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี (CCP) เปิดเผยว่า ธุรกิจคอนกรีตผสม แม้จะเป็นธุรกิจที่ทำกำไรน้อย แต่มีความต้องการสูงและแนวโน้มการแข่งขันในอนาคตที่สูงขึ้นเช่นกัน ทำให้ซีซีพีต้องมองไปถึงเรื่องการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รับรู้ในวงการมากขึ้น
“เราอยากเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านคอนกรีตผสม เพื่อสร้างจุดแข็งที่โดดเด่น โดยการสร้างแบรนด์ในมุมมองของเราไม่ใช่แค่ตราสินค้า แต่เป็นความรู้สึกของผู้บริโภคที่จะต้องเชื่อเราได้ว่าเราเป็นผู้เชี่ยวชาญจริง เมื่อมีความต้องการคอนกรีตผสมจะต้องนึกถึงเรา”
นั่นคือโจทย์ท้าทายที่ “อาทิตย์” จะต้องขับเคลื่อนซีซีพีให้ได้ตามเป้าหมาย โดยกลุ่มเป้าหมายหลักของซีซีพีเป็นกลุ่มลูกค้าธุรกิจ กลยุทธ์ในการทำตลาดที่สำคัญคือ การนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้
อาทิตย์ กล่าวว่า คุณภาพของผลิตภัณฑ์และความสามารถในการตอบโจทย์ลูกค้า เช่น งานยากที่คนอื่นทำไม่ได้ ซีซีพีต้องทำให้ได้ เหล่านี้จะเป็นเครื่องมือที่ทำให้แบรนด์ซีซีพีแข็งแกร่งขึ้น เดินไปถึงเป้าหมายที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจนี้ได้
นอกจากธุรกิจคอนกรีตผสมที่ต้องสร้างความแข็งแกร่งแล้ว นับจากนี้ซีซีพีมีเป้าหมายที่จะรุกหนักธุรกิจพรีแคส ในส่วนของชิ้นส่วนสำเร็จรูปสำหรับงานโครงการรัฐ เนื่องจากมองเห็นโอกาสในความต้องการที่สูงขึ้น ทั้งจากปัจจัยงานโครงการรัฐที่ขยายตัวมากขึ้น โดยเฉพาะโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ซีซีพีจะได้รับอานิสงส์มาก
นอกจากนี้ ปัจจัยด้านแรงงานขาดแคลน ทำให้งานก่อสร้างโครงการรัฐต้องพึ่งชิ้นส่วนสำเร็จรูปที่ผลิตจากโรงงานมากขึ้น โดยซีซีพีตั้งเป้าปี 2557 จะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจพรีแคสเป็น 45% และธุรกิจคอนกรีตผสม 55% จากปีนี้ธุรกิจพรีแคสมีสัดส่วนรายได้อยู่ที่ 40% และคอนกรีตผสม 60%
สำหรับส่วนธุรกิจพรีแคส ที่เป็นชิ้นส่วนสำเร็จรูปของที่อยู่อาศัย ซีซีพีจะไม่เน้นมาก แม้จะมีความต้องการที่สูงมาก แต่ผู้เล่นในตลาดก็สูงมากขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่ใช้พรีแคส ล้วนมีโรงงานผลิตเป็นของตัวเอง ซึ่งจะมีต้นทุนที่ต่ำมาก
หากการผลิตของตัวเองไม่เพียงพอ จะสั่งจากผู้ผลิตรายอื่น ซึ่งผู้ประกอบการอสังหาฯ ต้องการในต้นทุนที่ใกล้เคียงกับที่ตัวเองผลิตได้ จึงทำให้ได้กำไรต่ำมาก ไม่คุ้มค่ากับการทำตลาด
ทั้งนี้ ซีซีพีเตรียมงบประมาณอีก 100-200 ล้านบาท เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตพรีแคสที่เป็นชิ้นส่วนสำเร็จรูป สำหรับงานโครงการรัฐอีกประมาณ 10% จากกำลังการผลิตปัจจุบัน 1.1 หมื่นตันต่อเดือน
สำหรับกำลังการผลิตคอนกรีตผสมจะยังไม่มีการลงทุนเพิ่ม ปัจจุบันกำลังการผลิต 5 หมื่นคิวต่อเดือน โดยมีโรงงานคอนกรีตผสมด้วยกัน 4 แห่ง และแพลนท์ปูนย่อยอีก 18 แห่ง ซึ่งถือว่ายังเพียงพอต่อความต้องการ ส่วนปัญหาเรื่องวัตถุดิบในการผลิตคอนกรีตผสม เช่น หิน ทราย ขาดแคลน ยังเป็นวิกฤตต่อเนื่อง
“ส่วนกระแสข่าวจากผู้ประกอบการโครงการที่อยู่อาศัยต่างๆ ระบุว่า คอนกรีตผสมขาดแคลนนั้น ปัญหาไม่ได้อยู่ที่อุปทานของคอนกรีต แต่อยู่ที่การขนส่ง เพราะปัจจุบันผู้ผลิตคอนกรีตผสม กำลังเจอวิกฤตคนขับรถขนส่งขาดแคลน ทำให้การส่งคอนกรีตผสมล่าช้า ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องเร่งแก้ไข” อาทิตย์ กล่าว
ในส่วนของราคาวัสดุก่อสร้างในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ มีแนวโน้มที่จะขยับสูงขึ้น จากทั้งราคาวัตถุดิบในการผลิตสูงขึ้น และปัจจัยความต้องการที่มากขึ้น เพราะเริ่มมีหลายพื้นที่น้ำท่วม ซึ่งต้องประเมินสถานการณ์อีกครั้งว่าปัจจัยเหล่านี้ กระทบกับต้นทุนวัสดุก่อสร้างมากเพียงใด
สำหรับผลประกอบการในปีนี้ ซีซีพีตั้งเป้ารายได้ 3,000 ล้านบาท เติบโต 15-20% จากปีที่ผ่านมาที่มีรายได้ 2,600 ล้านบาท โดยครึ่งปีแรกมีรายได้อยู่ที่ 1,320 ล้านบาทแล้ว ส่วนปี 2557 ซีซีพีตั้งเป้าเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% จากการเติบโตของภาคอสังหาริมทรัพย์และการลงทุนของภาครัฐ ซึ่งเป็นเป้าหมายหนึ่งในการเปิดเกมรุกของซีซีพี
อาทิตย์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ในส่วนของโครงการก่อสร้างระบบขนส่ง 2 ล้านล้านบาท อาจไม่ได้ส่งผลเชิงบวกโดยตรงกับธุรกิจของกลุ่มซีซีพี แต่จะส่งผลบวกทางอ้อมมากกว่า โดยรถไฟความเร็วสูงจะเปิดหน้าดินใหม่ๆ เกิดการกระจายการเติบโตในจังหวัดใหม่ๆ มีผลให้เศรษฐกิจท้องถิ่นดีขึ้น ก็มีผลให้ซีซีพีดีขึ้นด้วยเช่นกัน







