posttoday
Government Shutdown?

Government Shutdown?

10 ตุลาคม 2556

เมื่อวันอังคารที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา เป็นวันเริ่มต้นปีงบประมาณ 2557 ของสหรัฐ เหมือนกับประเทศไทย แต่หน่วยงานของรัฐบาลบางส่วนต้องปิดทำการ หรือ ที่เรียกว่า Government Shutdown ซึ่งเป็นการปิดทำการอีกครั้งหลังจากที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว 17 ครั้งนับตั้งแต่ปี 2519 โดยล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2538 และครั้งนี้ส่งผลให้ลูกจ้างของรัฐประมาณ 8 แสนคน จากจำนวน 2.2 ล้านคน ต้องหยุดงานโดยไม่ได้รับเงินเดือน แต่ที่ต้องกังวลอย่างมากคือ ผลกระทบตามมาต่อเศรษฐกิจสหรัฐ จากการที่รัฐบาลสหรัฐอาจผิดนัดชำระหนี้ในวันที่ 17 ต.ค.นี้ และเพดานหนี้ของรัฐบาลสหรัฐจะพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 16.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

เมื่อวันอังคารที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา เป็นวันเริ่มต้นปีงบประมาณ 2557 ของสหรัฐ เหมือนกับประเทศไทย แต่หน่วยงานของรัฐบาลบางส่วนต้องปิดทำการ หรือ ที่เรียกว่า Government Shutdown ซึ่งเป็นการปิดทำการอีกครั้งหลังจากที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว 17 ครั้งนับตั้งแต่ปี 2519 โดยล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2538 และครั้งนี้ส่งผลให้ลูกจ้างของรัฐประมาณ 8 แสนคน จากจำนวน 2.2 ล้านคน ต้องหยุดงานโดยไม่ได้รับเงินเดือน แต่ที่ต้องกังวลอย่างมากคือ ผลกระทบตามมาต่อเศรษฐกิจสหรัฐ จากการที่รัฐบาลสหรัฐอาจผิดนัดชำระหนี้ในวันที่ 17 ต.ค.นี้ และเพดานหนี้ของรัฐบาลสหรัฐจะพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 16.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากสภาคองเกรสหรือวุฒิสภาของสหรัฐมีมติ 54 ต่อ 46 ไม่ให้ความเห็นชอบร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราว ซึ่งเป็นร่างที่ได้รับการอนุมัติจากสภาผู้แทนราษฎรแล้ว และเป็นครั้งที่ 2 ที่วุฒิสภาของสหรัฐคว่ำร่างกฎหมายนี้ เพื่อใช้ต่อรองกับประธานาธิบดี บารัก โอบามา ให้ชะลอใช้นโยบายสวัสดิการด้านสุขภาพใหม่ที่ประกาศใช้เมื่อปี 2553 ตามกฎหมายประกันสุขภาพไปอีก 1 ปี

การปิดทำการหน่วยงานของสหรัฐในครั้งนี้ ลูกจ้างของรัฐที่ถูกพักงานชั่วคราว ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่ประจำอุทยานและวนอุทยานแห่งชาติ อนุสรณ์สถาน และพิพิธภัณฑ์ต่างๆ รวมถึงสำนักงานไปรษณีย์ แต่ที่น่าตกใจคือ ส่วนหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ในสถาบันการเงินของรัฐที่ให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบการรายเล็กและรายกลาง และสินเชื่อที่ให้แก่ผู้นำเข้าส่งออก ส่งผลให้สถาบันการเงินหยุดทำการชั่วคราว กระทบต่อเนื่องถึงการเบิกถอนสินเชื่อของผู้ประกอบการที่ไม่ชัดเจน

ในด้านผลกระทบทางเศรษฐกิจ บริษัทวิจัยชื่อ IHS ประเมินว่า รัฐบาลสหรัฐจะเสียหายวันละ 300 ล้านเหรียญสหรัฐ และทำให้ GDP ของประเทศในไตรมาส 4 ลดลงร้อยละ 0.2 หากปิดทำการ 1 สัปดาห์ แต่ถ้าหากปิดทำการยาวนานเท่ากับเมื่อปี 2538 อาจทำให้ GDP ลดลงถึงร้อยละ 0.91.4

สำหรับผลกระทบต่อประเทศไทยระยะสั้น ผมมองว่าจะไม่กระทบต่อไทยโดยตรง แต่อาจมีผลกระทบบ้างด้านเงินทุนไหลเข้าออก เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยยังไม่เปลี่ยนแปลง และมีโอกาสสูงที่ธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ที่ปลายเดือน ต.ค.นี้ อาจปรับลดคิวอีลง อีกทั้งเศรษฐกิจยุโรปมีแนวโน้มฟื้นตัว และเรื่องนี้นักลงทุนรับรู้อยู่แล้วว่าต้องใช้เวลาแก้ไข ซึ่งหากยังหาข้อยุติไม่ได้ รัฐบาลสหรัฐก็ยังมีงบประมาณชั่วคราวไปจนถึงวันที่ 15 ธ.ค.นี้ เงินทุนไหลเข้าออกที่ไม่สามารถเดาได้จะส่งผลกระทบในเรื่องความเสี่ยงของอัตราแลกเปลี่ยนที่อาจผันผวนขึ้นลง ทำให้ผู้ส่งออกนำเข้าขาดความมั่นใจ ทั้งนี้ หากเกิด ผลกระทบทำให้เงินไหลออกมากกว่า จะส่งผลต่อ ค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่าลง ซึ่งส่งผลดีต่อการ ส่งออก แต่ผู้นำเข้าจะเสี่ยงมากขึ้น

คงไม่มีใครคาดเดาได้ว่า Government Shutdown จะเกิดขึ้นยาวแค่ไหน แต่หากยืดเยื้อเป็นเดือนๆ จะกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและตลาดการเงิน รวมทั้งประเทศไทย เพราะรายได้จากการท่องเที่ยวของสหรัฐจะเริ่มได้รับผลกระทบ ผู้บริโภคและภาคธุรกิจจะไตร่ตรองมากขึ้นในการใช้จ่าย รวมทั้งกระทบต่อการบริโภคระยะยาว นอกจากนี้ กรณีขยายวงเงินเพดานหนี้ไม่ทัน 17 ต.ค.นี้ จะส่งผลต่อการชำระหนี้ของรัฐบาลกลางสหรัฐ อันดับความน่าเชื่อถือของประเทศอาจลดลง ทำให้นักลงทุนต่างชาติเริ่มกังวลเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐ และอาจสูญเสียความเชื่อมั่น และอัตราดอกเบี้ยจากผู้ให้กู้จากต่างประเทศอาจเพิ่มขึ้น นักลงทุนต่างชาติไม่มีความเชื่อมั่นซื้อพันธบัตรของรัฐบาลสหรัฐ รวมทั้งการส่งออกของไทยอาจได้รับผลกระทบจากการลดการบริโภคและการนำเข้าโดยตรงและโดยอ้อมจากประเทศผู้ผลิตเพื่อส่งออกต่อไปยังสหรัฐอีกทีหนึ่ง

ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยควรติดตามสถานการณ์ ที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพราะนอกจาก Government Shutdown โดยตรงแล้ว ยังมีเรื่องเพดานหนี้ที่ต้อง แก้ในกลางเดือนนี้อีก รวมทั้งเศรษฐกิจยุโรปที่ยัง เปราะบาง ทำให้ผู้ประกอบการไทยเผชิญกับความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจต่อเนื่อง จึงควรใช้ความระมัดระวังมากขึ้น และหาวิธีป้องกันความเสี่ยงกันไว้บ้าง ขอให้โชคดีครับ

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่