
3 ดีลเลอร์มิตซูฯอีสานมองยาวผ่าทางตัน
เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) นำทีมโดย โนบุยูกิ มูราฮาชิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เปิดมุมมองตลาดรถยนต์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ผ่าน 3 ตัวแทนผู้จำหน่าย (ดีลเลอร์) มิตซูบิชิ รายใหญ่ บนโต๊ะเสวนา : ในหัวข้อ ... “วันพรุ่งนี้ และ อนาคต”
เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) นำทีมโดย โนบุยูกิ มูราฮาชิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เปิดมุมมองตลาดรถยนต์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ผ่าน 3 ตัวแทนผู้จำหน่าย (ดีลเลอร์) มิตซูบิชิ รายใหญ่ บนโต๊ะเสวนา : ในหัวข้อ ... “วันพรุ่งนี้ และ อนาคต”
โดยมี สราวุธ เหล่าคงอยู่ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูไทยยนต์ ที่มี 4 สาขาใน 3 จังหวัด ได้แก่ จ.อุบลราชธานี (2 สาขา) อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ มียอดจำหน่ายรวม 1,976 คัน ในปีที่ผ่านมา
ขณะที่ ศุภชัย ลิ้มวัฒนาพิบูลย์ กรรมการ บริษัท มิตซูขอนแก่นยนต์ไพบูลย์ มี 7 สาขาใน 3 จังหวัด ได้แก่ จ.ขอนแก่น (5 สาขา) กาฬสินธุ์ มุกดาหาร มียอดจำหน่ายรวม 4,162 คัน ในปีที่ผ่านมา
คนสุดท้าย กิตติพงษ์ สกุลคู กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูเจียงหนองคาย ที่มี 5 สาขาใน 3 จังหวัด ได้แก่ จ.อุดรธานี (3 สาขา) หนองคาย บึงกาฬ มียอดจำหน่ายรวม 2,735 คันในปีที่ผ่านมา
ตลาดรถในภาคอีสานถือได้ว่าเป็นตลาดใหญ่ติดอันดับท็อปทรีของประเทศ ด้านยอดจำหน่ายรวมเลยก็ว่าได้ จากจำนวนจังหวัดที่มากถึง 1 ใน 3 ของประเทศกับ 20 จังหวัด และประชากรกว่า 21 ล้านคน ทำให้มีอัตราการเติบโตที่ดี โดยเฉพาะโครงการคืนภาษีรถยนต์คันแรก 1 แสนบาทของรัฐบาลในปีที่ผ่านมาที่ดันยอดขายให้พุ่งกระฉูด
แต่ในอีกมุมหนึ่งหลังโครงการดังกล่าวสิ้นสุดลง ดีลเลอร์ต่างโอดโอยดิ้นรนแก้ปัญหาอะไรต่อมิอะไรไม่รู้จบ โดยสรุปกล่าวคือ หลังจากสิ้นสุดโครงการรถคันแรกทุกบริษัท ต่างต้องจัดกิจกรรมทางการกันอย่างต่อเนื่องเรียกได้ว่า 1 เดือนมี 30 วัน แต่จัดกิจกรรมทะลุ 40 ครั้งขึ้นไป เพื่อกระตุ้นยอดขายให้เป็นไปตามเป้า
ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์หลักของ มิตซูฯ ที่เรียกได้ว่าเป็นพระเอกอย่าง “มิตซูบิชิ มิราจ” เมื่อตอนโครงการรถคันแรกได้รับการตอบรับที่ดี ...แต่หลังจากนั้นสถานการณ์พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ น้ำตาแทบจะตกในเพราะลูกค้ายกเลิกใบจองกันสูงมาก รถที่เตรียมสต๊อกเอาไว้ที่จะส่งมอบกลับต้องค้างไว้ในพื้นที่จอด เรียกได้ว่า เสมือน “ทุ่งดอกไม้ลาเวนเดอร์” ที่มีทุกสีทุกรุ่นของ มิราจ จอดเรียงรายเต็มพื้นที่ ต้องพยายามทำทุกวิถีทางในการระบายสต๊อก เพราะปัญหาสำคัญคือต้องใช้พื้นที่จอดรถจำนวนมาก
ดังนั้น จึงเป็นสิ่งที่ท้าทายความสามารถของดีลเลอร์ทั้งสาม ที่ต้องทำการตลาดเชิงรุกชนิดที่ต้องลงพื้นที่เคาะประตูบ้าน เพื่อสื่อสารประชาสัมพันธ์โปรโมชัน และดึงลูกค้าเข้าโชว์รูม เรียกความต้องการซื้อให้กลับคืนมา ซึ่งแน่นอนว่าต้องใช้กลยุทธ์ด้านโปรโมชัน “ลดแลกแจกแถม” อัดทุกสรรพกำลัง แม้กระทั่งการนำที่นามาเป็นหลักประกันแทนเงินสดในการซื้อรถยนต์
อย่างไรก็ตาม ด้วยมุมมองของโอกาสในระยะยาวที่บริษัทแม่และทั้ง 3 ดีลเลอร์มองเห็นร่วมกัน คือ ปัจจัยบวกทางด้านเศรษฐกิจในพื้นที่อีสาน อาทิ การเกิด 8 นิคมอุตสาหกรรมใหม่ และการเปิดเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันตกและตะวันออก (อีสเวสต์ คอริดอร์) เพื่อรองรับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 จึงยังมีโอกาสสำคัญในการขยายตลาดในอนาคตอีกมาก
เพียงแต่ต้องฝ่าฟันปัญหาเฉพาะในเวลานี้ไปให้ได้เสียก่อน







