
เอชอาร์ต้องเปิดใจกว้าง
รู้กันดีว่าเมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) สิ่งหนึ่งที่จะเกิดขึ้นคือ การเคลื่อนย้ายแรงงาน เรื่องนี้ถือว่าไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่สำหรับ รินทร์ฤดี พลายเพ็ชร์ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์บริษัท เอส.จี. เซ็นเตอร์ ผู้ให้บริการงานโรงแรมรามาการ์เด้นส์และบริการทัวร์ที่มีประสบการณ์การทำงานร่วมกับชาวต่างชาติมานานกว่า 20 ปี
รู้กันดีว่าเมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) สิ่งหนึ่งที่จะเกิดขึ้นคือ การเคลื่อนย้ายแรงงาน เรื่องนี้ถือว่าไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่สำหรับ รินทร์ฤดี พลายเพ็ชร์ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์บริษัท เอส.จี. เซ็นเตอร์ ผู้ให้บริการงานโรงแรมรามาการ์เด้นส์และบริการทัวร์ที่มีประสบการณ์การทำงานร่วมกับชาวต่างชาติมานานกว่า 20 ปี
รินทร์ฤดี เล่าว่า โดยส่วนตัวแล้วไม่ได้ตื่นกระแสเออีซีเหมือนคนอื่น เพราะว่าที่ผ่านมาได้เตรียมตัวรับมานานแล้ว เนื่องจากตลอดการทำงานมีโอกาสได้ไปช่วยวางระบบงานด้านทรัพยากรมนุษย์ (เอชอาร์) ให้กับหลายธุรกิจ ทั้งบริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่อย่างเนสท์เล่ สายการบิน โรงแรม การท่องเที่ยว โฆษณา ธุรกิจค้าปลีกและเอเยนซีจัดงานอีเวนต์ต่างๆ จึงทำให้มีโอกาสได้ทำงานเรียนรู้กับพนักงานและผู้บริหารหลายเชื้อชาติ
หนึ่งในนั้นมีประเทศเพื่อนบ้านไทยอย่างพม่าด้วย โดยเมื่อปีที่ผ่านมา รินทร์ฤดีมีโอกาสไปทำงานที่ประเทศพม่าเพื่อวางระบบพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้กับบริษัท อีเว้นท์ แอนด์ ทีวี ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างไทยกับพม่า ทำให้ต้องทำงานกับคนพม่านับพันคน โชคดีที่รินทร์ฤดีมองว่า หัวใจการงานเอชอาร์คือการสื่อสารให้เข้าใจตรงกันกับพนักงาน ซึ่งการที่จะทำอย่างนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภาษาถือเป็นเรื่องสำคัญที่งานเอชอาร์มองข้ามไม่ได้ และยิ่งสามารถพูดภาษาเดียวกับพนักงานได้ก็จะยิ่งทำให้ทำงานร่วมกันได้ง่ายมากขึ้น
“การที่สามารถพูดภาษาพม่าได้มีส่วนช่วยงานที่ทำได้อย่างมาก โดยเฉพาะการติดต่อสื่อสารกับพนักงานชาวพม่าแท้ๆ เพราะทำให้พวกเขาไว้ใจและให้ความร่วมมือในการทำงานเป็นอย่างดี ทำให้เขาเปิดใจแถมยังได้ข้อมูลดีๆจากพนักงาน ทั้งข่าวกอสซิปภายในบริษัท หรือบางครั้งอาจได้ข้อมูลแจ๋วๆ มาปรับใช้ในการคิดโครงสร้างเงินเดือนได้อีกด้วย”
รินทร์ฤดี เล่าต่อว่า ช่วงแรกพนักงานชาวพม่ารู้สึกแปลกใจและถามว่า ทำไมถึงสามารถพูดภาษาพม่าได้ ทั้งที่ปกติผู้บริหารหรือแม้แต่คนไทยทั่วไปมีน้อยมากที่จะสนใจเรียนภาษาพม่า นั่นทำให้พวกพนักงานยอมเปิดใจ แถมยังทำงานด้วยกันง่ายมากขึ้น แม้ว่าคนพม่าจะพูดภาษาอังกฤษได้ แต่ยังเป็นส่วนน้อย เพราะส่วนใหญ่หรือ 90% ของคนพม่าทั้งหมดยังพูดภาษาท้องถิ่นอยู่
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเอชอาร์ รินทร์ฤดี มองว่า แรงงานพม่าไม่ว่าจะระดับไหนล้วนเป็นแรงงานที่ดี เพราะมีความอดทนสูงและจริงใจ และไม่ได้มีนิสัยดุร้ายเหมือนกับข่าวที่ออกมา แต่หากจะมีจริงก็เป็นส่วนน้อยมาก เพราะโดยพื้นฐานแล้วคนพม่าเป็นชาวพุทธและนิยมเข้าวัดทำบุญเสมอ ที่สำคัญคนพม่ายุคใหม่ค่อนข้างมีการศึกษาที่ดี บางคนที่บ้านมีฐานะจะเรียนจบจากต่างประเทศด้วยซ้ำไป
“เอชอาร์เป็นงานที่ท้าทายและสนุกมาก ยิ่งเราสามารถพูดและสื่อสารภาษาเดียวกับพนักงานในทุกระดับได้ ก็จะทำให้เพื่อนร่วมงานมีทัศนคติที่ดีกับเราและองค์กร ซึ่งจะทำให้เขาทำงานให้เราด้วยความจริงใจและซื่อสัตย์กับองค์กร เพราะเหมือนเราให้เกียรติที่จะเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมของชาติเขา ซึ่งทุกชาติ ทุกภาษาก็มีดีต่างกันไป”
นอกจากนี้ ด้วยประสบการณ์ที่ต้องทำงานกับหลายเชื้อชาติ จึงทำให้รินทร์ฤดีมีโอกาสได้เรียนรู้หลายภาษา ได้แก่ เวียดนาม พม่า จีน เขมร อินโดนีเซีย และมลายูด้วย ส่งผลให้เกิดการเรียนรู้วัฒนธรรม ความคิดและวิถีการดำเนินชีวิตและทัศนคติที่หลากหลายของคนเชื้อชาติต่างๆ ซึ่งช่วยทำให้การติดต่อธุรกิจประสบความสำเร็จเร็วขึ้น
“งานเอชอาร์เป็นงานที่ต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต ภาษาก็เช่นเดียวกัน ยิ่งเรียน ยิ่งรู้ ยิ่งสนุกค่ะ” รินทร์ฤดี กล่าวทิ้งท้าย







