
คลังสกัดกันเองสินค้าฟุ่มเฟือยส่อเดี้ยงลดภาษี
คลังเสียงแตก ปลัดฯ ลุยเสนอภาษีสินค้าฟุ่มเฟือย 5% ใน ต.ค.นี้ ขณะที่ สศค.ดึงเรื่องไว้เจรจาเสรีการค้า
คลังเสียงแตก ปลัดฯ ลุยเสนอภาษีสินค้าฟุ่มเฟือย 5% ใน ต.ค.นี้ ขณะที่ สศค.ดึงเรื่องไว้เจรจาเสรีการค้า
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปี นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้กระทรวงการคลังเร่งรัดสรุปแผนกระตุ้นการท่องเที่ยว “ช็อปปิ้ง พาราไดซ์” ผ่านหลายมาตรการ ด้วยการลดภาษีสินค้าฟุ่มเฟือยลงจาก 30% เหลือ 5% เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยให้มีการซื้อสินค้าในช่วงปลายปีให้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม นายอารีพงศ์ กล่าวว่า การลดภาษีแต่ละรายการจะต้องศึกษาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะสินค้าประเภทเสื้อผ้า เครื่องสำอาง ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากอัตราภาษีที่ลดลง แต่รายได้จากการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นจะทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวอีกทางหนึ่ง
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังจะมีการพิจารณามาตรการส่งเสริมการค้าตามแนวชายแดน ด้วยการเพิ่มวงเงินการถือเงินสดข้ามแดนสำหรับการค้าการลงทุนให้เพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มความคล่องตัวให้กับการค้าการลงทุน เนื่องจากการค้าตามแนวชายแดนไทยเติบโตสูงถึงปีละ 20%
“คลังเตรียมสรุปตัวเลขการลดภาษีและแนวทางต่างๆ ต่อที่ประชุม ครม. ภายในสิ้นเดือน ต.ค.นี้ เพื่อรองรับฤดูกาลท่องเที่ยวช่วงปลายปี” นายอารีพงศ์ กล่าว
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า การลดภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยนั้นยังไม่จำเป็นต้องเร่งทำในช่วงนี้ เพราะรัฐบาลสามารถเก็บไว้เพื่อเจรจาต่อรองในเวทีเปิดเสรีการค้าระหว่างอาเซียนและสหภาพยุโรปได้
“กรอบการเจรจาการค้าเสรีระหว่างอาเซียนกับอียูก็มีเรื่องการลดภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยลงเหลือ 0% เพื่อสนับสนุนการค้าเสรีระหว่างสองภูมิภาคนี้ ในท้ายที่สุดหากมีการเปิดเสรีการค้าระหว่างสองภูมิภาคอัตราภาษีนำเข้าก็จะลดเหลือ 0% อยู่แล้ว ดังนั้น เราอาจไม่จำเป็นต้องเร่งลดภาษีนำเข้าสินค้ากลุ่มฟุ่มเฟือยในขณะนี้ก็ได้ แต่สามารถเก็บรายการสินค้าเหล่านั้นไว้เจรจาต่อรอง” นายสมชัย กล่าว
ทั้งนี้ ผู้อำนวยการ สศค. ยอมรับว่า สศค.กำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาแนวทางเพื่อผลักดันให้ไทยเป็นแหล่งช็อปปิ้งของภูมิภาคนี้ เพื่อช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยวของไทย
ประเด็นที่ สศค.กำลังศึกษาอยู่ คือ การลดภาษีนำเข้าสินค้าที่จัดอยู่ในกลุ่มฟุ่มเฟือย ไม่ว่าจะเป็น รองเท้า กระเป๋า น้ำหอม เครื่องสำอาง โดยสินค้านำเข้าที่จัดอยู่ในกลุ่มฟุ่มเฟือยนั้น ในแต่ละปีมีมูลค่านำเข้าเพียง 10% ของมูลค่านำเข้าทั้งหมด
“สิ่งที่ สศค.มีความเป็นห่วงก็คือ ผลกระทบต่อผู้ประกอบการภายในประเทศ หากมีการลดภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยในรายการที่สามารถผลิตได้ และเอสเอ็มอีของไทยก็ยังไม่เข้มแข็งพอที่จะแข่งขันกับสินค้านำเข้าที่มีแบรนด์ระดับโลก จึงอาจได้รับผลกระทบ หากมีการลดกำแพงภาษีลงมา” นายสมชัย กล่าว
ผู้อำนวยการ สศค. กล่าวอีกว่า จะนัดผู้ประกอบการที่อาจได้รับผลกระทบจากการลดภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยมาหารือ เพื่อช่วยลดผลกระทบ ซึ่งแนวทางช่วยเหลือทางหนึ่งก็คือ การลดภาษีนำเข้าสินค้าที่เป็นวัตถุดิบให้กับผู้ประกอบการในประเทศ เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนในการผลิต







