
วิชัยขอเวลา2เดือนเปิดแผนฟื้นRPC
“วิชัย” แย้มอีก 2 เดือน ให้คำตอบจัดการ RPC ส่วน TT&T ขอดูแผนก่อนตัดสินใจใส่เงินเพิ่มทุน
“วิชัย” แย้มอีก 2 เดือน ให้คำตอบจัดการ RPC ส่วน TT&T ขอดูแผนก่อนตัดสินใจใส่เงินเพิ่มทุน
นายวิชัย ทองแตง ในฐานะนักลงทุนรายใหญ่ และเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัท ระยองเพียวริฟายเออร์ (RPC) เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่ใช่เวลาเหมาะสมในการเปิดเผยว่าจะทำอย่างไรกับ RPC หลังจากเข้าเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ในสัดส่วน 24.91% โดยขอเวลาอีก 2 เดือนข้างหน้าจะประกาศให้ทราบ
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของหุ้น RPC ภายหลังจากปรากฏรายชื่อนายวิชัยเข้าไปถือหุ้น ราคาหุ้นได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรงและขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ 2.36 บาท จากช่วงต้นเดือน ก.ย. ซื้อขายที่ 1.08 บาท และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาหุ้น RPC ติดหนึ่งในหุ้นที่ถูกให้ซื้อขายด้วยบัญชีเงินสดและจะต้องวางเงินสดล่วงหน้า 100% ก่อนเข้าลงทุนในหุ้น นับตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย.1 พ.ย. 2556 ทำให้ราคาหุ้นปิดที่ 1.95 บาท ลดลง 0.09 บาท หรือ 4.41%
ก่อนหน้านี้ผู้บริหาร RPC ระบุว่า การดึงนายวิชัยเข้าไปถือหุ้น เพราะคาดหวังที่จะให้เข้าไปช่วยฟื้นฟูธุรกิจ เพราะนายวิชัยประสบความสำเร็จมามากในการเข้าไปช่วยฟื้นธุรกิจ
นายวิชัย กล่าวว่า ในส่วนกรณีของบริษัท ทีทีแอนด์ที (TT&T) นั้น ก่อนหน้าได้มีการทาบทามให้เข้าไปซื้อหุ้นเพิ่มทุนของ TT&T ขณะนี้อยู่ระหว่างรอดูแผนของบริษัทว่าจะออกมารูปแบบใด ก่อนพิจารณาการเข้าไปลงทุน หลังจากวันที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่ประชุมเจ้าหนี้ไม่รับแผนฟื้นฟูของผู้บริหาร
นายวิชัยกล่าวถึงภาพรวมของตลาดหุ้นไทยขณะนี้ว่ามีความคลุมเครือ แต่ไปในทิศทางบวก แนะนำให้นักลงทุนลงทุนอย่างระมัดระวังและมีสติ
อย่างไรก็ตาม เห็นว่าตลาดหุ้นไทยน่าสนใจในการเข้ามาลงทุน เพราะปัจจุบันอัตราราคาเทียบกับกำไรสุทธิต่อหุ้น (พี/อี) อยู่ที่ระดับ 12 เท่า ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นในภูมิภาค และหากรัฐบาลมีการเดินหน้าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานได้โดยไม่ติดขัด ก็จะสร้างความน่าสนใจในการเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ โดยส่วนตัวมองว่าหุ้นที่น่าสนใจในการเข้าไปลงทุน ได้แก่ หุ้นกลุ่มขนส่ง เนื่องจากรัฐบาลมีแผนลงทุนระบบขนส่งที่เป็นส่วนหนึ่งในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท และหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่มีการพัฒนาโครงการไปตามแนวรถไฟฟ้า ซึ่งจะให้ผลตอบแทนที่ดี สำหรับความคืบหน้าในการจัดตั้งกองทุน Tomorrow Fund ขณะนี้ทางด้าน Stock Tomorrow อยู่ระหว่างการหารือกับทางคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อขออนุญาตจัดตั้งกองทุนให้ถูกต้องตามกฎหมาย อาจต้องใช้ระยะเวลา แต่ถือว่าเป็นการเริ่มต้นในเรื่องดี เพราะจะเป็นแหล่งรวมของนักลงทุนรายย่อยที่จะเข้ามาสร้างรูปแบบและวิธีการการลงทุนให้มีความรอบคอบมากขึ้น โดยที่นักลงทุนสามารถดีไซน์การลงทุนขึ้นมาเองได้







