
ยกระดับช่างผมไทยฝันไกลสู่อาเซียน-โลก
ช่างผมไทยจำนวนไม่น้อยมีฝีมือเป็นที่ยอมรับ บางคนมีตำแหน่งแชมป์ระดับโลกการันตีความสามารถ
โดย...อัฏฐวรรณ ลวณางกูร
ช่างผมไทยจำนวนไม่น้อยมีฝีมือเป็นที่ยอมรับ บางคนมีตำแหน่งแชมป์ระดับโลกการันตีความสามารถ แต่ในภาพรวมอุตสาหกรรมนี้ยังต้องยกระดับบุคลากร เพื่อก้าวออกไปสู่เวทีที่ใหญ่ขึ้น
ไม่นานมานี้ 4 สมาคมในอุตสาหกรรมช่างผมและเสริมสวย ได้จับมือกันจัดตั้ง “สมาพันธ์ช่างผมไทย” เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมโดยรวมให้มีความเข้มแข็ง ศิริฉัตร ฉัตรแก้ว นายกสมาคมช่างผมไทยสู่สากล ในฐานะประธานสมาพันธ์ช่างผมไทยคนแรก บอกว่า สมาพันธ์ฯ มีเป้าหมายเพื่อยกระดับบุคลากรในวิชาชีพช่างผมและเสริมสวย โดยจะเร่งทำมาตรฐานวิชาชีพควบคู่ไปกับการจัดอบรมช่างผมไทยให้สามารถทำงานได้ทั้งในและนอกประเทศ ซึ่งแต่ละประเทศมีมาตรฐาน ที่แตกต่างกัน ขณะที่ไทยยังไม่ได้มีมาตรฐานวิชาชีพนี้
ดังนั้น เราจึงต้องเริ่มสร้างมาตรฐานของตัวเองก่อน จากนั้นค่อยพัฒนาสู่ระดับโลก และในอนาคตหากมีความจำเป็นต้องเปิดเสรีอาชีพนี้ ก็อาจต้องกำหนดให้ช่างผมต่างชาติผ่านการทดสอบมาตรฐานของไทย เพราะแม้ขณะนี้ช่างผมยังเป็นอาชีพสงวน แต่ในความเป็นจริงก็มีช่างผมต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจในไทยแล้ว ขณะที่การรวมตัวสู่ประชาคมอาเซียนก็อาจทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงตามมา ช่างผมไทยจึงต้องเตรียมตัวให้พร้อม แม้ขณะนี้ช่างผมไทยจะโกอินเตอร์ในอาเซียนไม่มากนัก
สมาพันธ์ฯ ได้ร่วมมือกับสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เพื่อพัฒนามาตรฐานให้ทัดเทียมสากล ที่จริงแล้วช่างผมไทยมีฝีมือเป็นที่ยอมรับ แต่ภาพลักษณ์ยังไม่ถึงระดับโลกเหมือนนวดไทยหรือมวยไทย จึงควรรวมตัวกันเพื่อผลักดันสู่ระดับโลกให้ได้ โดยต้องพัฒนาทั้งในแง่ความคิดสร้างสรรค์ ความประณีต และจุดแข็งเรื่องบริการ คาดหวังว่าสมาคมอื่นๆ จะเข้าร่วมเพื่อให้เข้มแข็งขึ้น
ในบรรดาตลาดอาเซียน ไทยยังอยู่แนวหน้า เรื่องแฟชั่นผมและเทคนิคต่างๆ ขณะที่สิงคโปร์ถือเป็นคู่แข่งที่น่ากลัว ไม่รวมประเทศบวก 6 (จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์) ที่ไทย ต้องตั้งรับ แต่เมื่อรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน ไทยก็ไม่อาจละเลยเรื่องการเคลื่อนย้ายบุคลากรและการเข้ามาลงทุนของต่างชาติ ที่อาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมโดยรวม
สมาพันธ์ฯ มีแนวทางเตรียมพร้อมให้ช่างผมไทย โดยเน้นให้ความรู้ทั้งด้านเทคนิคและภาษา อบรมเรื่องภาษา เทคโนโลยีใหม่ๆ การแข่งขัน คุณภาพและบริการ รวมถึงสอดแทรกเรื่องจรรยาบรรณและสุขอนามัย ที่ช่างผมไทยยังละเลย ยกตัวอย่างลูกค้าต่างชาติมาสั่งให้ตัดผม 1 นิ้ว ถ้าช่างไทยตัดออกเกินกว่านั้น อาจจะ ถูกฟ้องร้อง หรือกรณีใช้สารเคมีที่ทำให้เกิดอาการแพ้
นพดล ปิยะตระภูมิ ผู้อำนวยการสำนักบริหารคุณวุฒิวิชาชีพแห่งชาติ บอกว่า คุณวุฒิวิชาชีพจะทำให้มีแนวทางในการพัฒนากำลังคน ผู้ประกอบวิชาชีพก็จะมีคุณวุฒิที่สูงขึ้น และสามารถใช้คุณวุฒินี้ไปประกอบอาชีพทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงเมื่อรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน หากมีฝีมือแต่ไม่มีคุณวุฒิการันตี ต่อไปอาจจะลำบาก เพราะมีการแข่งขันมากขึ้น
ในขณะนี้อาเซียนยังไม่มีมาตรฐานวิชาชีพช่างผมร่วมกัน แต่ไทยต้องทำมาตรฐานของตัวเองให้มีความเป็นสากลก่อน เพื่อเป็นมูลค่าเพิ่มให้กับช่างผมไทย
ด้าน จิณณา สืบสายไทย เลขาธิการสมาพันธ์ฯ ให้ข้อมูลว่า ในแต่ละปีอุตสาหกรรมนี้ทำรายได้ราว 5.75 หมื่นล้านบาท ทั้งจากการทำเคมีและตัดซอย ถือเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย โดยเมื่อคำนวณรายได้จากส่วนแบ่งตลาดเฉพาะผลิตภัณฑ์ ครีมเปลี่ยนสีผมที่มียอดจำหน่ายในปี 2555 ที่ 2,500 ล้านบาท พบว่าต้นทุนครีมเปลี่ยนสีผม 1 หลอดมีราคาเฉลี่ย 300 บาท คิดค่าบริการเปลี่ยนสีผมประมาณ 3,000 บาท เท่ากับสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ 10 เท่า รายได้จึงอยู่ที่ปีละ 2.5 หมื่นล้านบาท หากนับรวม ค่าตัดผม ต่อปีต่อคนอีกราว 500 บาท ประชากรไทย 65 ล้านคน เท่ากับ 3.25 หมื่นล้านบาท







