posttoday
ทลายขีดจำกัดการศึกษาไทยด้วยโครงข่ายและวีดีโอ

ทลายขีดจำกัดการศึกษาไทยด้วยโครงข่ายและวีดีโอ

16 กันยายน 2556

อีโคโนมิก ฟอรัม ล่าสุด ระดับการศึกษาของประเทศไทยต่ำลง โดยอยู่อันดับที่ 8 ในอาเซียน

โดย...พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์

อีโคโนมิก ฟอรัม ล่าสุด ระดับการศึกษาของประเทศไทยต่ำลง โดยอยู่อันดับที่ 8 ในอาเซียน ถ้าจะบอกว่าการจัดลำดับเหล่านี้อาจไม่ได้สะท้อนความเป็นจริงที่เกิดขึ้น แต่ประเด็นสำคัญนอกจากต้องสร้างคุณภาพด้านการศึกษาไทยให้เกิดขึ้นจริง เพื่อพัฒนาบุคลากรแล้ว ต้องแสดงให้ต่างประเทศเห็นและยอมรับด้วย เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันถึงภาพลักษณ์ ความสามารถในการแข่งขัน การดึงดูดเงินลงทุน

อุปสรรคของการศึกษาไทยที่เห็นชัดเจน คือ การขาดแคลนครูผู้สอนที่มีความเชี่ยวชาญที่จะกระจายตัวไปให้การศึกษากับเด็กและเยาวชนที่อยู่ห่างไกล ซึ่งทางออกของอุปสรรคนี้ คือ การใช้การเรียนการสอนทางไกลผ่านโครงข่ายดาวเทียม เหมือนในอดีต แต่ข้อจำกัด คือ ความสามารถในการโต้ตอบ หรือที่เรียกว่า อินเตอร์แอคทีฟ การสร้างกลุ่มการเรียนรู้ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก ซึ่งทั้งหมดสามารถเติมเต็มได้ด้วยการศึกษาผ่านโซลูชันวิดีโอและโครงข่ายอินเทอร์เน็ต

วัตสัน ถิรภัทรพงศ์ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีน บริษัท ซิสโก้ ซีสเต็มส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า การเรียนการสอนในปัจจุบัน ต้องการการมีส่วนร่วมจากครูและนักเรียน วิดีโอเป็นคำตอบที่ดีที่สุด แต่ต้องมีเรื่องของโซเชียลเน็ตเวิร์กมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และต้องสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ทุกที่ตลอดเวลา ดังนั้นทั้งหมดต้องประกอบด้วยโซลูชัน ด้านวิดีโอ โซเชียลเน็ตเวิร์ก และโมบิลิตี โดยมีโครงข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นตัวเชื่อมต่อ

ทั้งนี้ สิ่งที่ประเทศไทยได้เริ่มต้นทำไปแล้วและมีความใกล้เคียงกับรูปแบบการเรียนการสอนนี้ คือ แท็บเล็ตเพื่อการศึกษา เพียงแต่ยังขาดความสมบูรณ์นั่น คือ ยังขาดคอนเทนต์ที่หลากหลาย ขาดการคิดและใช้แบบบูรณาการ สุดท้ายก็ใช้แท็บเล็ตแทนหนังสือเรียน ซึ่งไม่ใช่แนวทางการใช้งานที่ถูกต้อง

“แท็บเล็ตไม่ได้ถูกสร้างมาใช้แทนหนังสือเรียน แต่ต้องสร้างคอนเทนต์มาใช้งานกับแท็บเล็ต ให้มีการโต้ตอบ สร้างกลุ่มนักเรียนที่มาเรียนร่วมกัน หัวใจหลักคือคอนเทนต์ ที่ต้องมีแหล่งรวบรวม ดึงมาใช้งานได้ตลอดเวลา” วัตสัน กล่าว

ส่วนนี้ซิสโก้ มีโซลูชัน สมาร์ท คลาสรูม เป็นการผนวกวิดีโอ และบริการเทเลเพรสเซนซ์ มาใช้งานด้านการศึกษา แก้ปัญหาบุคลากรครูไม่เพียงพอ นั่นคือครูที่มีความเชี่ยวชาญในโรงเรียนแต่ละภูมิภาค จะสอนหนังสือผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ต และถ่ายทอดไปยังโรงเรียนในกลุ่มเรียนรู้เดียวกัน สามารถโต้ตอบได้ทันที และมีการบันทึกการเรียนการสอนไว้ นักเรียนสามารถดูทบทวน หรือหากขาดเรียนก็มาเรียนตามเพื่อนๆ ได้ ผ่านแท็บเล็ตเพื่อการศึกษา และยังสามารถติดต่อสื่อสารไปยังกลุ่มการเรียนต่างโรงเรียนได้อีกด้วย

ตัวอย่างการใช้งานจริง เช่น ที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ที่สนใจสร้างหลักสูตรการแพทย์ทางเลือก ได้ใช้บริการวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ผ่านเทเลเพรสเซนซ์ เพื่อให้บุคลากรแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ทางเลือก เป็นผู้สอนและถ่ายทอดความรู้โดยตรงมาให้นักเรียนนักศึกษา โดยไม่ต้องเดินทางมาด้วยตัวเอง

ส่วนประกอบสำคัญ คือ โครงข่าย โดยมีโครงข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา หรือยูนิเน็ต ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา หรือ สกอ. เป็นโครงข่ายหลักที่ใช้งานอยู่ และต้องขยายเพิ่มให้กระจายไปในทุกสถาบันการศึกษา นั่นคือการสร้างโซเชียลเน็ตเวิร์กในกลุ่มสถาบันการศึกษาใกล้เคียงกัน เช่น ในแต่ละภูมิภาคของประเทศ สามารถจัดตั้งกลุ่มมหาวิทยาลัยระดับท้องถิ่น สร้างคลัสเตอร์กลุ่มครู และพัฒนาให้แท็บเล็ตกลายเป็นอุปกรณ์เชื่อมต่อนักเรียนเข้าด้วยกัน

“ต้องยอมรับว่าแท็บเล็ตเพื่อการศึกษาตอนนี้มีการเชื่อมโยงถึงกันประมาณ 20% ของการใช้จริงเท่านั้น ต้องสร้างการเชื่อมโยงถึงกันให้มากขึ้นอีก ต้องพัฒนาโครงข่ายไปยังสถาบันการศึกษาเพิ่มขึ้นอีก ที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอ และต้องมีความปลอดภัยด้วย นั่นคือจะเข้าผ่านโครงข่ายมีสายหรือไร้สายต้องทำได้ และต้องปลอดภัยด้วย” วัตสัน กล่าว

แน่นอนว่าการจะทำให้ระบบการศึกษาของไทยมีประสิทธิภาพสูงขึ้น นอกจากการมีแท็บเล็ตเพื่อการศึกษาและการใช้งานอย่างถูกต้องเหมาะสม ระบบที่เกี่ยวเนื่องก็เป็นส่วนประกอบสำคัญ เช่น การดูแลควบคุมอุปกรณ์ ระบบตรวจสอบการใช้งาน ทั้งหมดจะทำให้รู้พฤติกรรมการใช้งานของเด็ก นำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาการเรียนการสอนได้ มีหลายโรงเรียน หลายสถาบันการศึกษาให้ความสนใจระบบนี้ แต่ยังไม่มีการลงทุนเกิดขึ้น

เช่นเดียวกับระบบคีออสก์ ซึ่งช่วยเรื่องงานทะเบียนการศึกษาง่ายขึ้น แก้ปัญหาเรื่องบุคลากรสร้างส่งเสริมที่มีจำกัด แต่ต้องรับภาระนักเรียน นักศึกษาจำนวนมหาศาล การมีคีออสก์เพื่อช่วยให้บริการในการเข้าถึงข้อมูลด้านงานทะเบียนการศึกษา จะมีส่วนช่วยด้านการบริหารจัดการข้อมูลของสถาบันการศึกษาได้เป็นอย่างดี ซึ่งโซลูชันทั้งหมดซิสโก้จะนำไปแสดงในงานเวิลด์ไดแด็ค เอเชีย เพื่อแสดงให้เห็นว่า โซลูชันที่ต่างประเทศใช้เพื่อยกระดับการศึกษานั้นมีแนวโน้มไปในทิศทางใด และไทยต้องลงทุนให้ถูกทาง

“ในงานคาดว่าจะมีคนเข้ามาชมกว่า 1.2 หมื่นคน ซึ่งเป็นบุคลากรด้านการศึกษาเป็นหลัก ซิสโก้พร้อมจะร่วมกันทำโครงการนำร่อง เพื่อให้ทุกฝ่ายได้เรียนรู้ถึงประโยชน์ของการใช้โซลูชันด้านไอทีมาช่วยด้านการศึกษา” วัตสัน กล่าว

ไทยเป็นประเทศหนึ่งที่ใช้งบประมาณด้านการศึกษาสูงมาก แต่ประสิทธิภาพที่เกิดและประสิทธิผลที่ได้รับ รวมถึงการตอบรับกลับยังไม่ดีเท่าที่ควร เป็นไปได้ว่าต้องกลับมาถามตัวเอง ถามรัฐบาล และถามเอกชน ว่าการลงทุนทั้งหมดที่ทำมาก่อนหน้านี้ ตอบความต้องการที่แท้จริงของภาคการศึกษา เด็กและเยาวชน หรือไม่ ยิ่งการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนกำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้ทุกขณะ การแข่งขันที่กำลังเข้มข้นขึ้นทุกวัน

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่